Lifestyle

7 วิธี หนี ‘ไวรัสโคโรนา’ 

ย้ำ 7 วิธีป้องกันตนเอง ห่างไกล “ไวรัสโคโรน่า”  อาจารย์แพทย์ มธ. มั่นใจ ไทยพร้อมรับมือ จับตาโรค ขยายวงช่วง “ตรุษจีน”

“ไวรัสโคโรนา” ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักดีพอ แม้แต่วงการแพทย์ ว่าต้นตอมาจากไหนกันแน่ และกำลังถูกค้นหาสาเหตุกันจ้าระหวั่น เพราะการระบาดกำลังขยายวงกว้างในจีน โดยคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติจีน ยืนยันยอดติดเชื้อล่าสุด 830 คน และกำลังตรวจสอบผู้ต้องสงสัยอีก 1,072 คน

แต่อาจไม่ได้มีเท่านี้  มีผู้ป่วยที่แท้จริงมากกว่า เพราะการเดินทางไปมาข้ามประเทศของผู้คนที่กลายเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน ขณะเดียวกันองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ยังไม่มีประกาศห้ามเดินทางไปยังประเทศ ที่มีรายงานผู้ติดเชื้อปอดอักเสบ เพิ่มความเสี่ยงของการแพร่เชื้อได้อีก

สำหรับสถานการณ์ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 3 – 21 มกราคม 2563 กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า มีการคัดกรองไปแล้วจำนวน 123 เที่ยวบินจากเมืองอู่ฮั่น ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งสิ้น 19,480 ราย โดยนักท่องเที่ยวชาวจีน 2 ราย ที่ได้รับการตรวจยืนยัน แพทย์ได้ให้การรักษาหายและส่งกลับประเทศแล้ว

ในรอบสัปดาห์นี้พบผู้ป่วยอีก 2 ราย รายแรกเป็นหญิงไทยมีประวัติไปเที่ยวที่เมืองอู่ฮั่น รับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลนครปฐม ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว ส่วนรายที่ 2 เป็นนักท่องเที่ยวจีน เป็นผู้ชาย ถูกตรวจคัดกรองมีไข้สูง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 19 มกราคม ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ผลการตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่

โดยปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับการเฝ้าระวัง ในช่วงเทศกาลตรุษจีน มีการสั่งการให้สถานพยาบาลทุกแห่งยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค ตามมาตรฐานสูงสุดที่ใช้สำหรับโรคติดต่ออุบัติใหม่ พร้อมยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเพื่อตอบโต้สถานการณ์เป็นระดับ 3

รวมทั้งเพิ่มระบบการคัดกรองที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในสนามบินทั้ง 5 แห่ง เฝ้าระวังผู้ป่วยทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน มีระบบคัดแยกโรค และผู้ป่วยที่รวดเร็ว จัดทีมแพทย์พยาบาลและบุคลากร ที่ผ่านการอบรมในการวินิจฉัยโรค ตรวจทางห้องปฏิบัติการทราบผลใน 24 ชั่วโมง และจัดให้มีแนวทางการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานสากล

พร้อมประสานกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แจ้งบริษัททัวร์เฝ้าระวังดูแลนักท่องเที่ยว ทั้งที่เดินทางมาในประเทศไทยและคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ

นพ.ธนา ขอเจริญพร

รศ.นพ.ธนา ขอเจริญพร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ระบุว่า ไวรัสโคโรน่าที่กำลังระบาดอยู่ในประเทศจีนเป็นสายพันธุ์ใหม่ ความน่ากลัวอยู่ที่เรายังไม่รู้จักดีพอ จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่า โคโรน่าสายพันธุ์ใหม่จะติดกันยากง่ายเพียงใด หรือมีความสามารถในการแพร่ระบาดมากเพียงใด แต่หากพิจารณาจากการระบาดของโรคซาร์ส (SARS) และเมอร์สโควี (MERS-CoV) ในอดีต ซึ่งเป็นไวรัสโคโรน่าทั้งสิ้น ตรงนี้สะท้อนว่าเชื้อไวรัสนี้มีความสามารถในการแพร่กระจาย

“จีนก็ได้ปิดเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดโรคแล้ว เราจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่การเดินทางไปมามากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของการแพร่เชื้อได้อีก”

อย่างไรก็ดี ส่วนตัวเชื่อว่าประเทศไทยมีความพร้อมต่อการรับมือกับโรคระบาดเป็นอย่างดี เพราะที่ผ่านมา เคยมีทั้งประสบการณ์และความสำเร็จจากการตั้งรับโรคซาร์ส โรคเมอร์ส รวมถึงอีโบลามาแล้ว ในกรณีของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นั้น ตัวบ่งชี้ที่สำคัญ ก็คือเรายังไม่มีคนในท้องถิ่นหรือในประเทศติดเชื้อ เว้นแต่ผู้มีประวัติเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง

สำหรับมาตรการป้องกันแพร่ระบาดในไทยนั้น ในส่วนของมาตรการตั้งรับในพื้นที่ สถานพยาบาล ต้องให้ความรู้ คำแนะนำ รวมถึงเฝ้าระวังกลุ่มคน ที่มีประวัติการเดินทาง หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทาง หากเจ็บป่วยให้มีการพบแพทย์โดยทันที ส่วนในระดับจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัด ที่มีเที่ยวบินจากเมืองต้นทางการแพร่ระบาด จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม ด้านมาตรการและสถานพยาบาลรองรับ จัดทำแผนและระบบขนส่ง เมื่อตรวจเจอสามารถคัดแยกผู้ป่วยออกมาได้ทันที ขณะที่จังหวัดอื่นๆ อาจเฝ้าดูสถานการณ์ว่า มีการติดเชื้อในประเทศเองหรือไม่

นอกจากการเฝ้าระวังโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ประชาชนแต่ละคน ก็ต้องดูแลป้องกันตนเองด้วย รศ.นพ.ธนา แนะนำว่า เชื้อไวรัสสามารถลอยอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานานโดยไม่ตกสู่พื้น คล้ายกับลักษณะการแพร่ของวัณโรค หรือโรคหัด

ฉะนั้นในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือการเกิดการแพร่กระจายแบบละอองฝอย ซึ่งจะทำให้เกิดการระบาดในวงกว้าง แต่หากไวรัสมีการกระจายที่ไม่ไกล รัศมีไม่เกิน 1 เมตร ในลักษณะเดียวกับไข้หวัดทั่วไป โอกาสติดต่อก็จะยากกว่า

สำหรับประชาชนทั่วไป วงการแพทย์ ได้ย้ำการปฏิบัติตัว 7 แนวทางสำคัญ เพื่อให้ห่างไกล “โคโรน่า” ดังนี้

1. ติดตามข่าวสาร และสถานการณ์ของโรค ผ่านประกาศ หรือข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากกระทรวงสาธารณสุข
2. หลีกเลี่ยง การเข้าไปอยู่ในพื้นที่แออัด หรืออยู่ในสถานที่ที่คนหนาแน่น
3. ไม่สัมผัสกับผู้ที่มีอาการป่วย เช่น เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก
4. หากจำเป็นต้องเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงขอให้ระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ ตลาดค้าสัตว์หรือสินค้าจากสัตว์
5. ใส่หน้ากากอนามัย N95
6. รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ประกอบด้วย

  • ล้างมือ ก่อนและหลังกินอาหาร รวมถึงหลังการใช้ส้วม
  • กินอาหารสะอาด ใช้ช้อนกลางในการ ตักอาหารเมื่อกินอาหารร่วมกับผู้อื่น รวมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะอื่นๆ ร่วมกัน
  • ไม่ใช้ของส่วนตัว ร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว

7.หากกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และเริ่มมีอาการป่วย เช่น มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ขอให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางดังกล่าว และโทรแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 เพื่อให้รถจากสถานพยาบาลมารับทันที

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB