World News

‘พาวเวล’ ลั่นไม่ลดดอกเบี้ย จนกว่าคุมเงินเฟ้อได้ 2% หลัง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ตามคาด

“เจอโรม พาวเวล” ระบุ จะไม่พิจารณาเรื่อง “ลดดอกเบี้ย” จนกว่า “เงินเฟ้อ” จะลดลงมาอยู่ในกรอบ 2% ตามที่ตั้งเป้าไว้ หลังที่ประชุมเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบาย “เฟด” มีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ตามที่คาดการณ์กันไว้ 

นายเจอโรม พาวเวล ประธาน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ (21 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า เขาจะไม่พิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย จนกว่าจะมั่นใจว่าตัวเลขเงินเฟ้อปรับตัวลงสู่ระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2%

เงินเฟ้อ

“คำพูดของผมในการแถลงข่าววันนี้ ไม่ต่างไปจากสิ่งที่ผมพูดทั้งหมดในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล” นายพาวเวล กล่าว ซึ่งในครั้งนั้น เขาได้ส่งสัญญาณว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยต่อไป จนกว่าจะมั่นใจว่าภารกิจในการต่อสู้กับเงินเฟ้อประสบผลสำเร็จ

นายพาวเวล บอกด้วยว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เห็นพ้องที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง และจะเดินหน้าปรับลดอัตราเงินเฟ้อต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าว

ต้องทำให้เงินเฟ้อกลับมาอยู่ในระดับเป้าหมาย 2%

ดังนั้น แนวทางที่คิดในขณะนี้คือ การมุ่งมั่นให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ซึ่งการทำให้ภารกิจดังกล่าวลุล่วงได้นั้น เศรษฐกิจสหรัฐอาจจะขยายตัวต่ำกว่าแนวโน้มที่ควรจะเป็น และตลาดแรงงานอาจจะชะลอตัวลง

ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการเฟดคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวเพียง 0.2% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 1.7% ที่เฟดคาดการณ์ไว้ในเดือนมีนาคม สะท้อนให้เห็นว่า เฟดมีความเชื่อมั่นน้อยลงในการพยุงเศรษฐกิจให้ชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป (soft landing) ท่ามกลางภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น

นอกจากนี้ เฟดยังคาดว่า อัตราว่างงานจะแตะระดับ 3.8% ในสิ้นปีนี้ และเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.4% ทั้งในปี 2566 และ 2567 ก่อนที่จะชะลอตัวลงสู่ระดับ 4.3% ในปี 2568 ขณะที่อัตราว่างงานระยะยาวอยู่ที่ 4.0%

“ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่ต่ำมาก และอาจทำให้อัตราว่างงานปรับตัวสูงขึ้นด้วย แต่ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องเผชิญ หากเราต้องการสร้างฐานเศรษฐกิจของเราขึ้นมาใหม่ และบุกเบิกแนวทาง ที่จะนำไปสู่การมีตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งมากขึ้นในวันข้างหน้า เราจำเป็นต้องจัดการกับเงินเฟ้อให้อยู่หมัด ซึ่งผมคาดหวังว่า การดำเนินแนวทางเช่นนี้จะไม่ทำให้เราเจ็บปวด”

เงินเฟ้อ

“ผมทราบดีว่า การฟื้นฟูเสถียรภาพของเงินเฟ้อ ควบคู่ไปกับอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และการพยุงเศรษฐกิจให้ชะลอตัวลงแบบค่อยเป็นค่อยไปนั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก ไม่มีใครรู้หรอกว่า กระบวนการนี้จะนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือไม่ และไม่มีใครรู้ว่าภาวะถดถอยจะรุนแรงเพียงใด และผมยอมรับว่าโอกาสที่เศรษฐกิจจะอยู่ในลักษณะซอฟต์แลนดิ้งนั้น จะลดน้อยลง หากเฟดจำเป็นต้องคุมเข้มนโยบายการเงินในระดับที่รุนแรงขึ้นและใช้เวลานานขึ้น”

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินเฟด มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.75% สู่ระดับ 3.00-3.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเป็นการปรับขึ้น 0.75% เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นการดำเนินการที่เข้มงวดที่สุดของเฟด นับตั้งแต่ที่กำหนดให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น เป็นเครื่องมือสำคัญด้านนโยบายการเงินเมื่อปี 2533 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายในขณะนี้อยู่ที่ระดับ 3.00-3.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551

นอกจากนี้ เฟดส่งสัญญาณว่าจะยังคงขึ้นดอกเบี้ยต่อไปจนแตะระดับ 4.6% ในปี 2566

อ่านข่าวเพิ่มเติม