World News

‘ราคาน้ำมัน WTI’ ร่วงอีก เกือบหลุด 92 ดอลลาร์ เจอปัจจัยลบเต็มตลาด

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท (WTI) ปิดซื้อขายที่ ตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ เมื่อวานนี้ (12 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ร่วงลงกว่า 2 ดอลลาร์ หลังมีรายงานว่า ภาวะชะงักงันในการขนส่งน้ำมันจากอ่าวเม็กซิโก อาจเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นเท่านั้น และเรื่องที่ว่า อิหร่าน-ชาติมหาอำนาจ อาจใกล้บรรลุข้อตกลงกันแล้ว ซึ่งจะปูทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง

ราคาน้ำมันดิบ WTI กำหนดส่งมอบเดือนกันยายน ร่วงลง 2.25 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 92.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) กำหนดส่งมอบเดือนตุลาคม ร่วงลง 1.45 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 98.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

โดยรวมแล้ว ในสัปดาห์นี้ WTI และเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 3.5% และ 3.4% ตามลำดับ

ราคาน้ำมัน

ราคาร่วงลง หลังสื่อรายงานอ้างเจ้าหน้าที่รัฐลุยเซียนาว่า ส่วนประกอบของท่อส่งน้ำมันที่เสียหาย จะได้รับการเปลี่ยนใหม่ภายในสิ้นวัน โดยความเสียหายดังกล่าวส่งผลกระทบกับการขนส่งน้ำมันจากนอกชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก

นอกจากนี้ ตลาดยังเจอแรงกดดัน จากการที่สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านพร้อมยอมรับข้อเสนอจากสหภาพยุโรป (อียู) ในการรื้อฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 หากข้อเสนอดังกล่าวสามารถให้การค้ำประกันข้อเรียกร้องของอิหร่าน

ราคายังปรับตัวลง หลังจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ออกรายงานปรับลดแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และอุปสงค์น้ำมันในปีนี้ โดยปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกสู่ระดับ 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 100.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ผลจากการระบาดของโควิด-19 และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

นอกจากนี้ ราคายังลดลง หลังจากที่เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐซึ่งจะบ่งชี้ถึงผลผลิตน้ำมันในอนาคตนั้น เพิ่มขึ้น 3 แท่น สู่ระดับ 601 แท่นในสัปดาห์นี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม