ดูหนังออนไลน์
World News

คะแนนนิยมนายกฯ ญี่ปุ่นดิ่ง ประชาชนอยากให้พ้นตำแหน่ง

ผลสำรวจชี้ คะแนนนิยมคณะรัฐบาลญี่ปุ่นดิ่งหนัก ประชาชนมากถึง 65.1% อยากให้ “โยชิฮิเดะ ซูงะ” ผู้นำประเทศลงจากตำแหน่ง ด้านเจ้าตัวลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมผู้ป่วยโควิด ที่ใช้ “ยาแอนติบอดีแบบผสม” รักษา 

สำนักข่าวเกียวโดรายงานในวันนี้ว่า คะแนนความนิยมของคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายโยชิฮิเดะ ซูงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นร่วงลง 4.1 จุด จากเดือนที่ผ่านมา แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 31.8% นับตั้งแต่ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายน 2563 ขณะประชาชน 65.1% ระบุว่า อยากให้นายซูงะ ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

การสำรวจทางโทรศัพท์ทั่วประเทศที่จัดขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว (13 ส.ค.) ถึงวันนี้ (16 ส.ค.) แสดงให้เห็นว่า 64.7% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ต้องการให้การแข่งขันโตเกียว พาราลิมปิก ซึ่งจะเปิดฉากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมนี้ จัดขึ้นโดยไม่มีผู้ชม เช่นเดียวกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่ส่วนใหญ่จัดขึ้นโดยไม่มีผู้ชมเนื่องจากการระบาดของโควิด-19

get 52 3

วันเดียวกันนี้ นายซูงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น พร้อมด้วยนายโนริฮิสะ ทามูระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียว ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ซึ่งดำเนินการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยใช้ยาแอนติบอดีแบบผสม หรือแอนติบอดีค็อกเทล (Antibody cocktail) ขณะที่รัฐบาลเผชิญกับความยากลำบากในการควบคุมจำนวนผู้ป่วยที่อาการรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงยังคงพักรักษาตัวที่โรงแรมในเขตมินาโตะ โดยใช้วิธีการรักษาดังกล่าว ซึ่งตามข้อมูลการทดลองทางคลินิกในต่างประเทศระบุว่า สามารถลดความเสี่ยง ที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล รวมถึงอัตราการเสียชีวิตได้ราว 70%

การรักษาดังกล่าวใช้แอนติบอดี casirivimab และ imdevimab ที่บริษัทรีเจเนอรอน ฟาร์มาซูติคอลส์ (Regeneron Pharmaceuticals) ในสหรัฐ พัฒนาร่วมกับบริษัท ฮอฟฟ์แมน-ลา โรช (F. Hoffmann-La Roche) ของสวิตเซอร์แลนด์ โดยยาสูตรนี้จะให้ทางเส้นเลือดดำ ซึ่งเป็นวิธีการรักษาเดียวกับที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยใช้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นายซูงะได้ประกาศแผนจัดตั้งศูนย์การรักษาเร็ว ๆ นี้ เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไวรัสโควิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา ที่กำลังระบาดในประเทศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม