Business

ส่องเทรนด์ อาชีพมาแรง ไม่ต้องกลัวตกงาน ยุคสังคมรักสุขภาพ


อาชีพมาแรง ยุคสังคมรักสุขภาพ หลังต้องเผชิญทั้งวิกฤติโควิด-19 ปัญหามลภาวะ ที่ทำให้ผู้คนหันมาดูแลและใส่ใจกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น สร้างโอกาสอาชีพทางเลือกใหม่

มูลค่าตลาดสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพ (Wellness) ในประเทศไทย ที่สูงถึง 65,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยตื่นตัวและให้
ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น อันมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ปัญหาเรื่องมลพิษฝุ่นควัน รวมถึงวิกฤติไวรัสโควิด-19

อาชีพมาแรง

จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ธุรกิจ หรืออาชีพ ที่ว่าด้วยเรื่องของการดูแลสุขภาพ การบริโภคเพื่อเป็นยา รวมไปถึงศาสตร์แห่งการชะลอวัย ก็ดูจะเป็นที่สนใจกันมากขึ้น จึงทำให้หลักสูตรหรือคณะวิชาเหล่านี้ ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น ทั้งจากเด็กนักเรียนที่กำลังเลือกสาขาวิชา เพื่อการศึกษาต่อ และคนทำงานที่ต้องการ Upskill Reskill ตัวเอง เพื่ออาชีพที่มั่นคงขึ้นในอนาคต

เปิดอาชีพมาแรง สายเวลเนส (Wellness) 

สายบิวตี้

เจ้าของแบรนด์เกี่ยวกับสุขภาพและความงาม ผู้บริหารสถานพยาบาล เจ้าของธุรกิจสถาบันเสริมความงาม ผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพและความงาม หรือสายอาชีพยอดฮิตอย่าง บิวตี้ บล็อกเกอร์ (Beauty Blogger) และ Fitness Trainer เป็นสายอาชีพที่จะมีความต้องการเป็นอย่างมากในอนาคต ที่มนุษย์จะยินดีจ่าย เพื่อการมีสุขภาพที่ดีและความงามอย่างยั่งยืน

หากใครที่สนใจอาชีพกลุ่มนี้ จะต้องศึกษาใน สาขาวิชาบูรณาการสุขภาพและความงาม (Integration of Health and Beauty: HB) ซึ่งจะสอนในเรื่องวิทยาศาสตร์การแพทย์ การมีสุขภาพที่ดีและความงามที่ยั่งยืน ทั้งการศึกษาวิเคราะห์ และคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เรียนรู้การดูแลสุขภาพ และความงามแบบมืออาชีพ

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการศึกษาเทรนด์ ของตลาดธุรกิจสุขภาพและความงาม และต้องมีการฝึกฝนทักษะ ลงมือปฏิบัติในห้องปฏิบัติการที่ได้ระดับมาตรฐาน ทั้งห้องปฏิบัติการด้านความงาม (Beauty Lab) ห้องปฏิบัติการด้านสปา (Spa Training Room) และห้องปฏิบัติการด้านการออกกำลังกาย (Fitness Training Room)

2

สายเชฟ

เจ้าของคาเฟ่ หรือร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ฟู้ดสไตลิสต์ นักโภชนาการในโรงพยาบาลหรือศูนย์สุขภาพ เจ้าของธุรกิจร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ จะเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่สำคัญมากในอนาคต

ทั้งนี้เพราะในอนาคต เชฟจะไม่ใช่แค่ผู้มีฝีมือ หรือหลงใหลในการทำอาหารให้อร่อยเท่านั้น แต่จะต้องเป็นผู้มีที่ความรู้ด้านโภชนศาสตร์ มีความรู้ลึกถึงขั้นวัตถุดิบ สามารถทำการออกแบบ และวางแผนการทำอาหาร ที่ตอบโจทย์เทรนด์ หรือปัญหาด้านสุขภาพได้

สำหรับคนที่มุ่งหวังจะเดินทางสายนี้ แนะนำให้ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับ สาขาวิชาการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ (Culinary for Health: FC) เพราะเป็นหลักสูตรที่ให้ความรู้ด้านอาหารเพื่อสุขภาพตามหลักโภชนาศาสตร์ โดยจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ การเลือกสรรวัตถุดิบเพื่อมาปรุงอาหาร การโภชนศาสตร์ อาหารรักษาโรค อาหารชะลอวัย พร้อมฝึกลงมือทำอาหารทุกรูปแบบ ในห้องปฏิบัติการ

นอกจากนี้ ยังจะได้เรียนรู้ด้านศิลปะสร้างสรรค์ เพื่อนำไปปรับใช้กับสายอาชีพ เช่น การถ่ายภาพ การตกแต่งอาหาร กราฟิกดีไซน์ และการออกแบบเมนูอาหาร เมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว ยังจะได้รับประกาศนียบัตร มาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาผู้ประกอบการอาหารไทยระดับ 1 เพื่อช่วยการันตีความเป็นมืออาชีพด้วย

4 2

สายแพทย์ทางเลือก

เจ้าของคลินิกการแพทย์แผนไทย เจ้าของธุรกิจยา และผลิตภัณฑ์สมุนไพร เจ้าของธุรกิจมารดาหลังคลอด ผู้ประกอบการโรงงานผลิตสมุนไพร แพทย์แผนไทยประจำโรงพยาบาลของรัฐ เอกชน คลินิก หรือสถานประกอบการ นักวิจัยยาและผลิตภัณฑ์ยา สมุนไพร

แม้มนุษย์จะเดินทางเข้าสู่ยุค AI แต่ศาสตร์แพทย์ทางเลือก ก็จะยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทย เข้าสู่ยุคสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ อาชีพหรือธุรกิจในสายนี้ จึงจะเป็นที่ต้องการของตลาด

ใครที่สนใจอาชีพในแขนงนี้ หรืออยากเป็นเจ้าของธุรกิจด้านสุขภาพ ลองศึกษาใน สาขาการแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Medicine: TM) ซึ่งจะสอนด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและการป้องกันโรค ด้วยการแพทย์ทางเลือกอย่างครบวงจร รวมถึงวิธีการตรวจรักษาทางการแพทย์แผนไทย และสามารถประยุกต์ความรู้ กับศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม

เมื่อจบการศึกษา จะได้รับปริญญาบัตร และมีสิทธิ์สอบใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ เวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย การนวดไทย และผดุงครรภ์ไทย

คนที่สนใจสายอาชีพมาแรงทั้ง 3 สายนี้ ในประเทศไทยมีหลักสูตรที่เปิดสอน ภายใต้ชื่อหลักสูตร การแพทย์บูรณาการ หรือที่เรียกว่า การแพทย์ผสมผสาน เป็นการนำการปฏิบัติของการแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์ทางเลือก การแพทย์แผนไทย รวมถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ ๆ มาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

ปัจจุบัน มีสถาบันการศึกษาที่เปิดในสาขาวิชาดังกล่าวเพียงไม่กี่แห่ง หนึ่งในนั้นคือ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่เปิด วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ (College of Integrative Medicine: CIM) ให้ความรู้ด้านWellness การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอย่างครบวงจร

วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ยังมีหลักสูตรสำหรับบุคคลทั่วไป ที่ต้องการ UpSkill ReSkill กับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพการแพทย์แผนไทย เพื่อนำไปใช้ต่อยอดธุรกิจหรือสายงานของตนเองอีกด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม