COLUMNISTS

‘Niche Market’ เจาะกลุ่มที่ใช่ ด้วยความเข้าใจและเชี่ยวชาญ

สุวรรณี มหณรงค์ชัย
รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนากลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร
536

การผลิตสินค้าและบริการออกสู่ตลาดนั้น แน่นอนว่าหากสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย สามารถเข้าถึงผู้คนได้เป็นจำนวนมาก (Mass) ย่อมสร้างโอกาสในการเติบโตได้ดี แต่ในทางกลับกันอาจจะไม่ตอบโจทย์การทำธุรกิจในบางจังหวะ ดังเช่นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค กระแสนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่าง Smart Home ล้วนมีอิทธิพลต่อผู้พัฒนาโครงการ

รวมถึง ล่าสุด New Normal ในยุคโควิด-19 ผนวกกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ การซื้อขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ในภาวะตลาดเช่นนี้จึงเป็นการแข่งขันที่มีความท้าทายมากขึ้น เราจึงเห็นผู้ประกอบการบางส่วนใช้กลยุทธ์เปิดโครงการที่เจาะกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ (Niche Market) เช่น แคมปัสคอนโดฯ คอนโดระดับลักซ์ชัวรี่ รวมทั้งคอนโดมิเนียมตามหัวเมืองท่องเที่ยว

ขอยก 2 ตัวอย่างของ Niche Market ในกลุ่มที่อยู่อาศัย เริ่มต้นจากโครงการคอนโดมิเนียมระดับ

ลักซ์ชัวรี่ ยังเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้ถึงแม้จะไม่ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ช่วงปี 2563 พบว่า กรุงเทพฯ ชั้นใน มีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จและยังคงมีการขายอยู่ 35 โครงการ พื้นที่ดังกล่าวครอบคลุมบริเวณเพลินจิต–ชิดลม สีลม–สาทร และสุขุมวิท เป็นทำเลที่มีศักยภาพ

ส่งผลให้ราคาที่ดินในบริเวณดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 10% ต่อปี ผลักดันให้ราคาของคอนโดมิเนียมเพิ่มสูงขึ้นตาม  และยังส่งผลให้คอนโดมิเนียมบริเวณดังกล่าว สามารถปล่อยเช่าให้กับนักธุรกิจ ผู้บริหารองค์กร และชาวต่างชาติได้ดี มีอัตราค่าเช่าราว 20,000 – 35,000 บาทต่อเดือน หรือ คิดเป็นผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4% ถือเป็นผลตอบแทนที่น่าสนใจในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์เช่นนี้

ถัดมา คือ กลุ่มแคมปัสคอนโดฯ ตลาดกลุ่มนี้มีความพิเศษคือกระจายตัวอยู่ในโซนสถาบันอุดมศึกษาขนาดใหญ่ เช่น โซนรังสิตในกรุงเทพฯ ปทุมธานี นครปฐม เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต และชลบุรี เป็นต้น ซึ่งจุดที่น่าสนใจของแคมปัสคอนโดฯ คือ ราคาต่อยูนิตที่เข้าถึงง่าย บางโครงการมีราคาเริ่มต้นไม่ถึง 2 ล้านบาท เพื่อเข้าถึงและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นกลุ่มนิสิตนักศึกษา

นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้ายังสามารถมีทั้งกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นกลุ่มผู้อยู่อาศัยจริงและกลุ่มนักลงทุนเพื่อปล่อยเช่า โดยกลุ่มเป้าหมายของผู้เช่านั้นก็มีทั้งนักศึกษา อาจารย์และบุคลากรในสถาบันการศึกษา รวมถึงคนทำงานในบริเวณโดยรอบสถาบันการศึกษาอีกด้วย อาทิย่านรังสิตมีอัตราผลตอบแทนการปล่อยเช่าราว 5% ส่วนกรณีที่ซื้อให้บุตรหลานอยู่อาศัยระหว่างการศึกษาเล่าเรียนนั้นเมื่อเรียนจบก็สามารถขายต่อและมีโอกาสทำกำไรจากส่วนต่างราคาได้อีกด้วย

แม้ในวิกฤตยังมีโอกาสสำหรับทุกธุรกิจ การทำการตลาดในรูปแบบ “Niche Market” หรือ “ตลาดเฉพาะกลุ่ม” ที่จำเป็นจะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการพัฒนาโครงการ และหากผู้ประกอบการสร้างโอกาสเพิ่มทางเลือก ด้วยการอาศัยข้อมูล Big Data มาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการที่แตกต่างจากตลาดทั่วไป ก็จะสามารถเข้าถึงและเข้าใจความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นการต่อยอดและเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี

ภาพจาก Pixabay

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow