World News

‘แทมมี่ ดักเวิร์ธ’ สาวเชื้อสายไทย ลุ้นชิงตำแหน่งผู้สมัครรองประธานาธิบดีสหรัฐ

เมื่อ “โจ ไบเดน” ให้คำมั่นถึงการเลือก “ผู้หญิง” มาเป็นคู่หูในการลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ชื่อของส.ว.รัฐอิลลินอยส์ “แทมมี่ ดักเวิร์ธ” ก็ผุดขึ้นมาในใจของใครหลายๆ คน

“แทมมี่ ดักเวิร์ธ” วุฒิสมาชิกรัฐอิลลินอยส์ จากพรรคเดโมแครต ของสหรัฐ ถูกจับตามองจากสื่อยักษ์ใหญ่หลายสำนัก หลังชื่อของเธอติดโผผู้มีโอกาสได้รับเลือก ให้ลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐ คู่กับไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ที่จะท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี จาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ในการเลือกตั้งปลายปีนี้

แทมมี ดักเวิร์ธ

ดักเวิร์ธ วัย 52 ปี ชื่อเต็มคือ พันโทหญิง ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ เป็นอดีตทหารผ่านศึกของสหรัฐ ในสงครามอิรัก ซึ่งทำให้เธอต้องสูญเสียขาทั้งสองข้าง หลังเฮลิคอปเตอร์ถูกโจมตี ต่อมาเธอได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะชนะเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารัฐอิลลินอยส์ในปี 2559 เธอคือชาวอเมริกันเชื้อสายไทยคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเข้าสภาคองเกรส และเป็นผู้หญิงคนแรกที่คลอดลูก ระหว่างดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกอีกด้วย

เธอเกิดที่กรุงเทพมหานคร พ่อเป็นทหารชาวอเมริกัน แม่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ครอบครัวของเธอโยกย้ายไปในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามหน้าที่การงานของพ่อ ทำให้เธอพูดได้ทั้ง ไทย อินโดนีเซีย และอังกฤษ

ในช่วงเวลาที่กระแส “Black Lives Matter” กำลังมาแรงเช่นนี้ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มสงสัยว่า นอกจากจะเป็นผู้หญิงแล้ว ไบเดนจะจำกัดวงให้แคบลงมาหรือไม่ว่า ผู้หญิงที่เลือกนั้น จะเป็นผู้หญิงผิวดำหรือไม่ ซึ่งเมื่อถูกถามว่า ไบเดน ควรที่จะเลือกผู้หญิงผิวดำมาเป็นคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐมากกว่าหรือไม่นั้น ดักเวิร์ธ ตอบว่า

“ทีมหาเสียงของไบเดน มีกระบวนการหาเสียงของพวกเขาอยู่แล้ว ซึ่งฉันแน่ใจว่า ไบเดน จะเลือกบุคคลที่เหมาะสมมาอยู่ข้างเขา ในขณะที่เขากำลังดึงประเทศให้หลุดพ้นจากความวุ่นวายต่างๆ ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เกิดขึ้น”

เธอย้ำว่า ไบเดนรู้ดีที่สุดว่า เขาต้องการอะไรจากคู่หูที่จะร่วมมือกันสู้ศึกเลือกตั้ง ไม่มีใครที่จะไปสั่งเขาได้

แทมมี่ ดักเวิร์ธ ผู้ทำให้ทรัมป์ขุ่นเคือง

รายงานข่าวของวอชิงตันโพสต์ ระบุว่า แม้เธอจะเป็นที่รู้จักน้อยกว่าคู่แข่งอีกหลายคน แต่ “แฮร์รี เอ็ม รีด” อดีตผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาของสหรัฐ ซึ่งได้ติดต่อกับทีมหาเสียงของไบเดนโดยตรง เกี่ยวกับการคัดเลือกผู้ที่จะมาลงเลือกตั้งคู่กับเขา เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงนี้ดักเวิร์ธ “ได้รับความสนใจอย่างมาก” และเขายังเรียกเธอว่า “ผู้หญิงที่มีเกียรติอย่างสูง” ด้วย

เธอเคยให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า ควรจะมี “การพูดคุยกันในระดับชาติ” เกี่ยวกับการรื้อถอนอนุสาวรีย์ของบิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐหลายคนออกไป รวมถึง จอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐ ซึ่งเคยครอบครองทาส

เรื่องนี้เองที่ทำให้ทักเกอร์ คาร์ลสัน พิธีกรช่องฟ็อกซ์นิวส์ไม่พอใจ และวิจารณ์เธออย่างรุนแรง และเห็นว่าเธอ “เหยียดหยาม” อเมริกา นอกจากนี้ยังเรียกเธอว่า “ขี้ขลาด” อีกด้วย ซึ่งทรัมป์ ได้แชร์คลิปของคาร์ลสัน ที่แสดงความกังขาต่อความรักชาติของดักเวิร์ธด้วย

ขณะที่แฟรงก์ บรูนี คอลัมนิสต์ของนิวยอร์กไทมส์ บอกว่า ดักเวิร์ธเป็นผู้ที่จะสร้างความขุ่นเคืองให้กับทรัมป์ได้มากกว่าผู้ที่ติดโผคนอื่น ๆ โดยเธอเป็นผู้ที่ตั้งฉายาให้ทรัมป์ว่า “นักเรียนทหารกระดูกงอก” ซึ่งเว็บไซต์ www.bustle.com ระบุว่า มีที่มาจากการที่ทรัมป์ ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการกระดูกงอกในปี 2511 ทำให้เขาได้รับการผัดผ่อนเข้ารับใช้ชาติ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงทำสงครามเวียดนามพอดี

เธอบอกบรูนีว่า ทรัมป์เป็นพวกที่ชอบรังแกคนอื่น และสมควรได้ลิ้มลองรสชาติของสิ่งที่เขาทำกับคนอื่น

แทมมี ดักเวิร์ธ กับ เรื่องราวชีวิตที่โดดเด่น

ดักเวิร์ธ ไต่เต้าทางการเมืองมาตั้งแต่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 สมัย ก่อนจะได้เป็นวุฒิสมาชิก ซึ่งขณะนี้เข้าสู่ปีที่ 4 ของสมัยแรก ในความเห็นของบรูนี เธอจึงมาถึงจุดที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งต่อไปแล้ว และเหมาะสมที่จะได้รับคัดเลือกลงเลือกตั้งคู่กับไบเดน

นอกจากนี้ เรื่องราวที่เธอเผชิญในชีวิต ทำให้เธอโดดเด่นกว่าผู้ที่มีรายชื่อติดโผคนอื่น ๆ นั่นก็คือช่วงที่เธอรับใช้ชาติในอิรัก จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด หลังจากเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก ที่เธอขับอยู่ถูกโจมตีด้วยจรวดใกล้กับกรุงแบกแดดในปี 2547 และรวมถึงช่วงที่เธอฟื้นตัวกลับคืนมา หลังจากสูญเสียขาทั้งสองข้างด้วย

รายงานข่าวในวอชิงตันโพสต์ระบุว่า ผู้ที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับการคัดเลือกผู้สมัครอีก 2 คน บอกว่า ดักเวิร์ธได้รับความสนใจจากทีมหาเสียงของไบเดน ขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันเตรียมที่จะโจมตีผู้ที่ได้รับเลือกให้มาลงสมัครคู่กับไบเดนอย่างดุเดือด เพราะเชื่อว่าบุคคลนั้นน่าจะเป็นเป้าโจมตีที่ง่ายกว่าตัวไบเดนเอง

หลายฝ่ายคาดว่าจะมีการเปิดเผยชื่อผู้ที่ได้รับเลือกให้ลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ในช่วงก่อนการประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตวันที่ 17 สิงหาคมนี้

คู่แข่งคนสำคัญ

แต่หนทางสู่ทำเนียบขาวของ แทมมี่ ดักเวิร์ธ ยังมีอีกหลายด่าน ที่ต้องฝ่าฟัน เพราะมีนักการเมืองหญิงอีกหลายคน ที่มีความโดดเด่นที่อาจจะได้รับเลือกให้ลงสมัครคู่กับไบเดน

  • คามาลา แฮร์ริส

วุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นตัวเก็งคนหนึ่ง เธอมีประวัติการทำงานทั้งในวุฒิสภาสหรัฐ และสำนักงานอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย เธอมาจากภูมิหลังที่หลากหลาย แม่ของเธอมาจากอินเดีย ส่วนพ่อมาจากจาเมกา เธอน่าจะเป็นตัวเลือกที่ถูกใจ ผู้ที่เรียกร้องให้ไบเดนเลือกผู้หญิงผิวดำมาลงเลือกตั้งคู่กับเขา

นอกจากนี้สมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนมากยังชื่นชมเธอ จากการที่เธอแสดงการสนับสนุนการปฏิรูปตำรวจในช่วงที่มีการประท้วงใหญ่เมื่อไม่นานนี้

คามาลา แฮร์ริส
  • เกร็ตเชน วิตเมอร์

ผู้ว่าการรัฐมิชิแกน ก่อนหน้านี้ยังไม่ค่อยมีการพูดถึงเธอมากนัก จนกระทั่งช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเธอได้ออกมารับมือกับการระบาดของเชื้อ และวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลกลาง ทำให้เธอตกเป็นเป้าการโจมตีของโดนัลด์ ทรัมป์ และมีความโดดเด่นขึ้นมาในพรรคเดโมแครต

เอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเสตส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สมัครรับเลือกเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เธอมีคะแนนนำในการสำรวจความคิดเห็นเป็นเวลาหลายเดือนในช่วงกลางปีที่แล้ว ก่อนที่จะแผ่วลง หลังจากผู้สนับสนุนฝ่ายก้าวหน้าหันไปสนันสนุนนายเบอร์นี แซนเดอร์ส ส่วนผู้สนับสนุนสายกลางก็หันไปสนับสนุนนายพีต บูติเจิจ ผู้สมัครที่อายุน้อยกว่า

นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงในแวดวงการเมืองมีรายชื่อติดโผอีกหลายคนรวมถึง แทมมี่ บอลด์วิน วุฒิสมาชิกรัฐวิสคอนซิน เคีร์ยสเติน ซินเนมา วุฒิสมาชิกรัฐแอริโซนา ซูซาน ไรซ์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ และ มิเชล โอบามา อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง

แทมมี่ ดักเวิร์ธ กล่าวว่า “ฉันจะทำงานหนักเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้โจ ไบเดน ได้รับเลือกตั้ง เพราะประเทศต้องการสิ่งนี้ ไม่ว่าฉันจะอยู่ตรงไหนในทีมก็ตาม

ที่มา : BBC, CNN, Washington Post

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team