COVID-19

อังกฤษไฟเขียวฉีด ‘วัคซีนจอห์นสันฯ’ หลังเคยยับยั้ง เพราะกังวลลิ่มเลือดอุดตัน


อังกฤษไฟเขียวฉีดวัคซีนโควิด “จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน” หลังเคยยับยั้ง เพราะกังวลลิ่มเลือดอุดตัน

เมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) หน่วยงานกำกับควบคุมยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ (MHRA) ของสหราชอาณาจักร ซึ่งประกอบด้วยประเทศอังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ อนุมัติการใช้งานวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แบบฉีดโดสเดียวที่ผลิตโดยแจนเซน (Janssen) แล้ว

วัคซีน จอห์นสัน อังกฤษ

วัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ที่พัฒนาโดยแจนเซน ซึ่งเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์ในเครือจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จะเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวที่ 4 ที่ได้รับอนุมัติใช้งานในสหราชอาณาจักร ถัดจากไฟเซอร์ (Pfizer) แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) และโมเดอร์นา (Moderna)

“การอนุมัติครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมโครงการฉีดวัคซีนที่ประสบความสำเร็จของสหราชอาณาจักร ซึ่งช่วยคุ้มครองชีวิตประชาชนมากกว่า 13,000 คนแล้ว และหมายความว่าขณะนี้เรามีวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพถึง 4 ตัว” แมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร กล่าวในแถลงการณ์

“เนื่องจากวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเป็นวัคซีนแบบฉีดโดสเดียว จึงจะมีบทบาทสำคัญตลอดไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากเราจะเพิ่มความพยายามเป็น 2 เท่าในการสนับสนุนให้ทุกคนเข้ารับวัคซีนภายในปลายปีนี้” แฮนค็อกกล่าว

ทั้งนี้ หน่วยงานฯ เคยพิจารณายับยั้งการอนุมัติวัคซีนของแจนเซน หลังเกิดข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันหายาก ซึ่งตรวจพบในสหรัฐ และคล้ายกับกรณีที่เกิดจากวัคซีนของแอสตราเซเนกา

shutterstock 1722529306

แถลงการณ์จากกระทรวงฯ ระบุว่าก่อนหน้านี้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบฉีดโดสเดียว แสดงประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อโดยรวม 67% และมีประสิทธิภาพป้องกันอาการรุนแรงหรือการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 85% โดยขณะนี้สหราชอาณาจักรสั่งซื้อวัคซีนดังกล่าวแล้ว 20 ล้านโดส และจะถูกส่งมาถึงในปีนี้

ปัจจุบันสหราชอาณาจักรฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดสแรกให้ประชาชนมากกว่า 38.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 3 ใน 4 ของประชากรผู้ใหญ่ ด้านคณะผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเชื้อไวรัสฯ อาจกลายพันธุ์ต่อไปเป็นเวลาหลายปี และมีแนวโน้มว่าวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอาจไม่สามารถป้องกันการแพร่เชื้อ การติดเชื้อ หรือแม้แต่การป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์ใหม่ ๆ ในอนาคตได้

ที่มาสำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม