COVID-19

ออสเตรเลียเจออีก 5 รายป่วย ‘เลือดแข็งตัว’ เอี่ยววัคซีน ‘แอสตร้าเซเนก้า’

ออสเตรเลียเจออีก 5 รายป่วย “เลือดแข็งตัว” ผลข้างเคียงวัคซีนโควิด – 19 “แอสตร้าเซเนก้า”

วานนี้ (6 พ.ค.) หน่วยงานกำกับดูแลทางการแพทย์ของออสเตรเลีย ค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของแอสตร้าเซเนก้า (AstraZeneca) กับผู้ป่วยใหม่ 5 ราย ที่ประสบภาวะเลือดแข็งตัว

จอห์น สเกอร์ริตต์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารสินค้ารักษาโรค (TGA) ของออสเตรเลีย ประกาศว่าผู้รับวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้า 5 ราย มีภาวะเลือดแข็งตัวและภาวะเกล็ดเลือดต่ำ โดยผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วยชาย 2 ราย ช่วงอายุ 70 – 79 ปี, ชาย 1 ราย ช่วงอายุ 60 – 69 ปี และหญิง 2 ราย ช่วงอายุ 50-59 ปี

วัคซีน แอสตร้าเซเนก้า เลือดแข็ง

“ผู้ป่วยทั้งหมดมีอายุมากกว่า 50 ปี จึงมีแนวโน้มชัดเจนว่าผู้ป่วยจากการฉีดวัคซีนในอนาคตจะเป็นคนอายุ 50 ปีขึ้นไป” สเกอร์ริตต์กล่าวกับนักข่าว พร้อมเสริมว่าสำนักฯ ได้รับรายงานผู้รับวัคซีนเกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ 6 – 7 ราย ในทุกการฉีดวัคซีน 1,000 โดส โดยคนเหล่านี้รู้สึกไม่สบายหรือไปหาหมอหรือไปโรงพยาบาลหลังรับวัคซีน

ความเชื่อมโยงครั้งใหม่นี้ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยภาวะเลือดแข็งตัวหายากที่ได้รับการยืนยันผลในออสเตรเลียอยู่ที่ 11 ราย นับตั้งแต่มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในประเทศ

ทั้งนีั ออสเตรเลียฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในประเทศแล้ว 2.47 ล้านโดส เมื่อนับถึงบ่ายเมื่อวาน โดยรัฐบาลสนับสนุนแผนการฉีดวัคซีนฉบับใหม่ในเดือนเมษายน ซึ่งจะเร่งฉีดวัคซีนให้กลุ่มคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ด้วยวัคซีนของแอสตร้าเนก้า และเสนอฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ (Pfizer) ให้ประชาชนอายุต่ำกว่า 50 ปี

ที่มาสำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม