ดูหนังออนไลน์
Stock

‘ดาวโจนส์’ ดิ่งกว่า 200 จุด กังวล ‘ว่างงาน-เงินเฟ้อ’ ทำนักลงทุนแห่เทขายทำกำไร

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (18 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น ร่วงลง จากการที่นักลงทุนพากันเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และกังวลเรื่องตัวเลขว่างงานรายสัปดาห์ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่คาดฝัน บ่งชี้ว่า การฟื้นตัวของตลาดแรงงานยังเป็นไปอย่างเปราะบาง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 31,395.86 จุด ร่วงลง 217.16 จุด หรือ 0.69% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 3,898.89 จุด ลดลง 32.44 จุด หรือ 0.83% และดัชนีแนสแด็กที่ 13,783.97 จุด ดิ่งลง181.53 จุด หรือ 1.30%

Stocksbitcoin ๒๑๐๒๑๘

ผลตอบแทนพันธบัตร ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดความกังวลในเรื่องเงินเฟ้อพุ่งสูงนั้น ทำให้บรรดานักลงทุน พากันเทขายทำกำไรหุ้นที่มีมูลค่าสูง ในกลุ่มเทคโนโลยี และบริการการสื่อสาร ฉุดให้ราคาหุ้นบริษัทเทคโนโลยีพากันร่วงลง

ราคาหุ้น แอปเปิ้ล ไมโครซอฟท์ อเมซอน ดอท คอม เทสลา และอัลฟาเบ็ต บริษัทแม่ของกูเกิล ร่วงลงระหว่าง 0.8% – 2.0%

วันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 861,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 773,000 ราย

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ปรับเพิ่มตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ สู่ระดับ 848,000 ราย จากเดิมรายงานที่ระดับ 793,000 ราย

กระทรวงแรงงานสหรัฐยังเปิดเผยว่า ดัชนีราคานำเข้าดีดตัวขึ้นมากกว่าคาดในเดือนม.ค. โดยพุ่งขึ้น 1.4% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2555 หลังจากเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนธันวาคม

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาสภาคองเกรส ซึ่งจะเปิดฉากไต่สวนกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในปรากฎการณ์ GameStop ที่สร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นวอลล์สตรีทก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะจัดการไต่สวนดังกล่าวในวันนี้  โดยผู้ที่จะต้องเข้าให้การต่อทางคณะกรรมาธิการฯ ได้แก่ ผู้บริหารของโรบินฮูด (Robinhood), บริษัทโบรกเกอร์ออนไลน์ ซึ่งให้บริการซื้อขายหุ้นผ่านแอปพลิเคชันโดยไม่คิดค่าธรรมเนียม, ผู้บริหารของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ได้แก่ Citadel และ Melvin Capital และผู้จัดการเว็บบอร์ด Reddit ซึ่งมีการเปิดห้องแชท WallStreetBets สำหรับนักลงทุนรายย่อยจำนวนกว่า 7.6 ล้านราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม