Stock - Finance

เตือนภัย!!กู้เงินด่วนผ่านแอป ขูดดอกเบี้ยโหด แนะใช้บริการแหล่งกู้ถูกกฏหมาย


นายกฯ ห่วงประชาชน ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ หลอกให้กู้เงินด่วนผ่านแอปพลิเคชั่น เอาเปรียบทุกทาง แนะใช้บริการกับสถานบันการเงินที่ได้รับอนุญาต

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอดช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เศรษฐกิจไม่คล่องตัว ประชาชนมีความจำเป็นในการกู้เงินมาหมุนเวียนในครัวเรือน ทำให้มีมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ จำนวนมาก ล่าสุดพบกรณีหลอกให้กู้เงินผ่านแอปพลิเคชั่น ที่ทำให้ประชาชนเสียเปรียบและตกเป็นเหยื่อ

LINE ALBUM โครงการแจกเงินของรัฐ ๒๑๐๙๑๘

ทั้งนี้ พบว่า มิจฉาชีพมีการส่งข้อความโฆษณาตรงไปยังโทรศัพท์มือถือ หรือผ่านโชเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่าง ๆ ให้ผู้ต้องการกู้เงินโหลดแอปพลิเคชั่น พร้อมยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เพื่อใช้ติดตามหนี้

นอกจากนี้ ยังเอาเปรียบผู้กู้ในรูปแบบสารพัด ทั้งการหักเงินค่าดำเนินการสูง ให้เงินกู้ไม่เต็มตามสัญญากู้ คิดดอกเบี้ยสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่า ทวงถามด้วยวิธีทั้งข่มขู่ ทำให้อับอาย

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีความห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์รายได้ และปัญหาหนี้สินของประชาชน จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งผลักดันมาตรช่วยแก้ไขหนี้ครัวเรือน รวมถึงดูแลปราบปรามมิจฉาชีพรูปแบบต่าง ๆ ที่ฉวยโอกาสหลอกลวง ในช่วงที่ประชาชนเดือนร้อน

ไตรศุลี ไตรสรณกุล
ไตรศุลี ไตรสรณกุล

ดังนั้น หากจำเป็นต้องใช้บริการเงินกู้ เงินด่วนต่าง ๆ ขอให้ประชาชนตรวจสอบผู้ให้กู้อย่างรอบคอบ รู้ตัวตน รู้ที่ทำการ ทำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ขณะเดียวกัน ควรเลือกผู้ให้กู้ที่เป็นสถาบันการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์ หรือนอนแบงก์ ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือกระทรวงการคลัง และมีกฎหมายกำกับที่ชัดเจน เพื่อกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้น สามารถร้องเรียน หาผู้กระทำผิดเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมายได้

ในส่วนผู้ให้กู้ หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบการกระทำผิด ก็ต้องรับโทษหนัก เช่น พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ที่ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม