ดูหนังออนไลน์
COVID-19

‘ดิสนีย์’ เลิกจ้าง 2.8 หมื่นในสหรัฐ ต้านพิษ ‘โควิด’ ไม่ไหว

“ดิสนีย์” ประกาศปลดพนักงาน 28,000 คนในสหรัฐ หลัง “โควิด-19” ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจสวนสนุก และโรงแรมที่พักของบริษัท

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายจอช ดามาโร ประธานกรรมการบริหารดิสนีย์ พาร์ก ได้ส่งบันทึกภายในถึงพนักงาน แจ้งให้ทราบถึงการตัดสินใจเลิกจ้างดังกล่าว  ในกลุ่มธุรกิจ Parks, Experiences and Products  โดยระบุว่า บริษัทต้องดำเนินการตัดสินใจอย่างยากลำบากในหลายๆ ด้าน ในช่วงเวลาที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึง ยุติการจ้างงานพนักงานเป็นจำนวนมาก

ราว 67% ของพนักงานที่ดิสนีย์วางแผนจะเลิกจ้างทั้งหมด 28,000 คนนั้น เป็นพนักงานชั่วคราว (พาร์ทไทม์) ซึ่งนายดามาโร ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดถึงการเลิกจ้างแบบแยกเป็นรายสวนสนุก

“การตัดสินใจเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายหนัก ซึ่งทุกคนคงนึกภาพออก โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คณะบริหารของเราพยายามทำงานอย่างหนัก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ต้องมีใครสักคนเดินจากไป เราลดค่าใช้จ่าย ระงับโครงการต่างๆ และปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของเราให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่เราก็ยังไม่สามารถที่จะรักษาพนักงานทั้งหมดเอาไว้ได้ ในช่วงเวลาที่ยังทำธุรกิจได้อย่างจำกัด”

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจ Parks, Experiences and Products ถือเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างมาก สำหรับธุรกิจของดิสนีย์ โดยเมื่อปีที่แล้ว ทำรายได้คิดเป็นสัดส่วน 37% ของรายได้โดยรวมของบริษัทที่ 69,600 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง 2 ใน 3 จะได้รับการว่าจ้างพนักงานชั่วคราว โดยในรายงานของดิสนีย์ พาร์ก ระบุด้วยว่า การที่ทางการรัฐแคลิฟอร์เนียยังไม่อนุญาตให้ดิสนีย์แลนด์ ที่เมืองแอนาไฮม์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาใหญ่ที่สุดของดิสนีย์ พาร์ก กลับมาเปิดดำเนินการได้ “มีผลอย่างมาก” ต่อการตัดสินใจเลิกจ้างครั้งนี้

นายดามาโร บอกด้วยว่า ผู้บริหารต่างเสนอแนวทางการป้องกันต่างๆ ให้กับทางการรัฐแคลิฟอร์เนีย เช่นเดียวกับ สวนสนุกของดิสนีย์ ในฟลอริดา ปารีส เซี่ยงไฮ้ ญี่ปุ่น และ ฮ่องกง จนสามารถกลับมาเปิดได้ แม้จะมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวก็ตาม  แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มากพอ ที่จะทำให้สวนสนุกในแคลิฟอร์เนีย กลับมาเปิดได้อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ ดิสนีย์ได้สั่งปิดสวนสนุกทั่วโลกในช่วงที่โรคโควิด-19 เริ่มระบาด ก่อนจะกลับมาทยอยเปิดให้บริการอีกครั้งในบางแห่ง โดยจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และนำมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดต่างๆ เข้ามาใช้  เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การสั่งอาหารทางออนไลน์ และจ่ายเงินทางออนไลน์ เพื่อเป็นการรักษาระยะห่าง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
KANYAPORN PHUAKVISUTHI