ดูหนังออนไลน์
Business

‘นายกฯ’ เปิด THAILAND SMILES WITH YOU ช่วยไทยสู้โควิด ผ่าน ‘สโมสรเลสเตอร์’

“นายกฯ”เปิดโครงการ “THAILAND SMILES WITH YOU” #ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม ขอรอยยิ้มที่จริงใจ เชื่อปัญหาทั้งหมดจะคลี่คลายได้ ชื่นชม “คิงเพาเวอร์” เป็นกิจกรรมที่ดี ขณะ“คิงเพาเวอร์ “ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา – ททท. สนับสนุนมาตรการภาครัฐ ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ผ่าน”เสื้อสโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้”

ที่โรงละครอักษราคิงเพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ถนนรางน้ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประธานเปิดงานแถลงข่าวโครงการ “THAILAND SMILES WITH YOU” เพื่อสนับสนุนการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, นายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร. ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และคุณเอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ให้เกียรติร่วมงาน

ทั้งนี้กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เปิดโครงการ “THAILAND SMILES WITH YOU” #ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม เพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทย สู่สายตาชาวโลก โดยส่งกำลังใจให้ผู้คนทั่วโลก ด้วยรอยยิ้มของคนไทยทุกคนในการก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ร่วมกัน ผ่าน สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีก ของประเทศอังกฤษ ที่มีผู้สนใจติดตามชมการแข่งขันหลายพันล้านคนทั่วโลก สร้างการจดจำประเทศไทย

ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม ฝันของ คิง เพาเวอร์

นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า “โครงการ THAILAND SMILES WITH YOU”  #ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม เป็นหนึ่งในโครงการที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เสนอนายกรัฐมนตรี จากจดหมายเปิดผนึกถึงภาคเอกชน ขอความร่วมมือกันจัดทำโครงการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ

นอกเหนือจากแนวทางและโครงการอื่นๆ ของรัฐบาลจากวิกฤติการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างรุนแรง รวมถึงส่งผลต่อความเป็นอยู่ จิตใจ สภาพทางสังคม และการดำเนินชีวิตของทุกๆ คน อย่างหลีกเลี่ยงไมได้ ในฐานะคนไทยและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจด้วยความตระหนักถึงการมีส่วนร่วมและรับผิดชอบต่อสังคม ยินดีเป็นอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือ และการสนับสนุนภาครัฐในการช่วยบรรเทา สนับสนุน และสร้างเสริมโครงการต่างๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ ให้สามารถก้าวผ่านวิกฤติการณ์ ในครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยเพื่อให้กลับคืนสู่สภาวการณ์ปกติโดยเร็ว

จากปัจจัยความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ซึ่งอยู่ในใจของนักเดินทางทั่วโลก ด้วยศักยภาพความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิถีของความเป็นไทยที่เปี่ยมด้วย “รอยยิ้ม” และมิตรภาพจาก “รอยยิ้ม” เป็นเอกลักษณ์ที่น่าจดจำของคนไทย เป็นสัญลักษณ์สากลที่แสดงถึงความห่วงใย และการให้กำลังใจ เข้าถึงได้ทุกชาติ ทุกภาษา ทุกเพศ และทุกวัย จึงเป็นที่มาของโครงการ THAILAND SMILES WITH YOU #ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม

นายกฯย้ำต้องภาคภูมิใจไปด้วยกัน

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่ายินดีและเต็มใจ และเป็นเกียรติ ที่ได้เป็นประธานแถลงข่าวโครงการ “Thailand Smile WITH YOU“ #ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม การแพร่ระบาด Covid 19 เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง สร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก ไม่เว้นประเทศไทย ที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งชีวิตความเป็นอยู่อาชีพรายได้ การดำรงชีวิตทั้งหมด ขณะนี้ทราบดีว่า ประเทศเราสามารถควบคุมการติดเชื้อการแพร่ระบาดไปได้ดีอันดับ 6 ในโลกจนได้รับการชื่นชม เป็นสิ่งที่ควรภาคภูมิใจไปด้วยกัน ไม่ได้เกิดโดยรัฐบาล หรือคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นคนไทยทั้งประเทศที่ช่วยกันทำให้สถานการณ์ดีขึ้

พล.อ.ประยุทธ์  ย้ำว่าวันนี้เราต้องภาคภูมิใจไปด้วยกัน มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ช่วยเหลือเสียสละในยามวิกฤติ ที่เราคาดการณ์ไม่ถึง และมาอย่างเร็ว อย่างแรงส่งท้ายปลายปี ก่อนหน้าที่มีปัญหาเศรษฐกิจ ถือเป็นความท้าทายอันยิ่งใหญ่ ให้กับคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะกลุ่มใดก็ตาม ทั้งภาครัฐเอกชนธุรกิจต่างๆหากช่วยเหลือกันแบบนี้โอกาสในยามยากเช่นนี้จะเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้เราสามารถรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้ดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนได้หารือในศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) รวมทั้งภาครัฐและเอกชนนักธุรกิจผู้ประกอบการค้าต่างๆ จำเป็นต้องให้ความสำคัญในระยะแรกที่มีการติดเชื้อ ต้องดูเรื่องสุขภาพ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เราก็ต้องหามาตรการผ่อนคลายให้ทุกอย่างค่อยๆแย้ม ค่อยๆยิ้มออกมา

วันนี้ก็เตรียมการในระยะต่อไป สิ่งเหล่านี้เราต้องพิจารณาให้เกิดความสมดุลซึ่งกันและกัน ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมและสาธารณสุข “ผมไม่อยากให้กลับไปสู่จุดที่ร้ายแรงกว่าเดิม เพราะอาจมีปัญหาเรื่องความมั่นคงตามมา”

ต้องเรียนรู้จะอยู่กับโรควิถีใหม่

ส่วนการทำงานช่วงที่ผ่านมาหลายเดือน เราเข้าใจโรคนี้ว่าจะรักษาพยาบาลกันอย่างไร ทั้งนี้ด้วยศักยภาพสาธารณสุขของเราถือว่า เป็นเลิศในภูมิภาคอันดับต้น ๆ ของโลก ผมคิดว่าสถานการณ์วันนี้ เราต้องเรียนรู้จะอยู่กับโรควิถีใหม่อย่างไร

“เราต้องเรียนรู้การอยู่บนโลกนี้อย่างไร ต้องเข้าใจความยากลำบาก รัฐบาลเข้าใจท่านและท่านก็ต้องเข้าใจรัฐบาลด้วย ไม่มีใครมีความสุขผมเป็นผู้นำรัฐบาล ก็ไม่มีความสุขในเวลานี้ ไม่มีใครมีความสุข แต่ความรับผิดชอบที่ผมต้องมีให้กับประชาชน ดังนั้นวันนี้ความท้าทายยังรออยู่ข้างหน้า การมีโครงการนี้ ถือเป็นโครงการที่ดี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน คงไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ วันนี้เรายังเน้นเรื่องการท่องเที่ยว เราจะเปิดประเทศอย่างไรก็ตาม ถ้าเขาไม่ไว้ใจในเรื่องการติดเชื้อแพร่ระบาด แต่ถ้าเราไม่มีมาตรการที่รัดกุมเพียงพอ หรือละเลยมากเกินไปทุกอย่างจะกลับมาที่เดิม วันนี้เราต้องสร้างความเชื่อมั่นอย่างเช่น โครงการนี้ #ยิ้มให้โลกให้ลูกยิ้ม เช้านี้ยิ้มมาหรือยัง ยิ้มให้คนที่บ้านหรือยัง วันนี้ยิ้มกี่ครั้ง ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ รอยยิ้มผ่านดวงตาก็มี ขอให้ยิ้มด้วยความจริงใจ รอยยิ้มเป็นสิ่งสำคัญ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่าวันนี้ต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยว การส่งออก ภาคอุตสาหกรรมและการบริการ ธุรกิจอาหารร้านค้า คือห่วงโซ่ธุรกิจประเทศ เรามองเรื่องการส่งออก ขณะนี้ทราบว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้นติดลบน้อยลง แต่ยังมีปัญหาเรื่องแรงงานตามมา ส่วนการท่องเที่ยวได้ มีการเจรจาทำข้อตกลงระหว่างกัน ในเรื่องมาตรการต่างๆ ที่จะทำให้ประเทศไทยปลอดภัยจากการท่องเที่ยว ในเชิงสุขภาพการรักษาพยาบาล ถือเป็นรายได้หลักประเทศ  ตรงนี้สำคัญที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน

ดังนั้นรอยยิ้มนี้ จะทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น วันนี้ผมถามว่า ยิ้มให้ครอบครัว เพื่อนร่วมงานหรือยัง รอยยิ้มเหล่านี้จะเป็นการเปิดโลก วันนี้ต้องยิ้มให้โลกโลกก็ยิ้มให้เรา ประเทศไทยที่มีสิ่งน่าชื่นชมเรามีรอยยิ้มสยาม มีอาหารหลากหลาย และมีธรรมชาติสิ่งแวดล้อมทั้งหมดคือ การยิ้มแห่งการบริการ ยิ้มให้ทุกคน แม้จะมีปัญหาอยู่บ้างก็ยิ้มให้กัน มันก็จบเป็นรอยยิ้มแห่งการให้อภัย ซึ่งกันและกัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าโครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นขอชื่นชมภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดใหญ่ต่างๆ ที่ตนได้ขอความร่วมมือไป วันนี้มีหลายหน่วยงาน และหลายกิจกรรมได้ทำมาแล้ว เช่น การบริหารจัดการน้ำการขุดลอกคูคลองในพื้นที่ต่างๆ ให้กับประชาชนในหลายพื้นที่เราสามารถทำคู่ขนานไปกับรัฐบาล ทุกอย่างไม่มีอะไรที่จะไม่สำเร็จหากรัฐบาลอย่างเดียวคงไม่พอ ยิ่งสถานการณ์ covid ขนาดนี้ เราไม่รู้ว่าจะอยู่กับเราอีกนานแค่ไหน แต่เรารู้และเข้าใจเขาเร็วกว่าประเทศอื่น เราหยุดการแพร่เชื้อได้เร็วกว่าประเทศอื่น ระมัดระวังการติดเชื้อสิ่งเหล่านี้เกิดจากง่ายๆ คือการใส่หน้ากากเว้นระยะห่าง ไม่ชุมนุมร่วมกันในที่แออัดนี่เป็นสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว และนี่คือรอยยิ้มแรกที่เราจะเปิดเผยไปสู่ภายนอกและในประเทศเรา

“บิ๊กตู่” ชื่นชมคิงเพาเวอร์จัดกิจกรรม

 “เรายิ้มให้โลกโลกก็ยิ้มให้เรา เขายินดีที่จะมาเที่ยวประเทศไทยให้ไทยเป็นดินแดนการท่องเที่ยว Thailand Smile เหมือนเดิมยิ้มปลอดภัยในการท่องเที่ยวของประเทศไทยคาดหวังว่าการท่องเที่ยวในประเทศไทยจะดีขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับคนไทยทุกคนที่จะสร้างรอยยิ้มเหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้หรือไม่อย่างไรรอยยิ้มแห่งความเชื่อมั่นรอยยิ้มแห่งมิตรไมตรียิ้มแห่งโอบอ้อมอารี กิจกรรมนี้ถือว่า เป็นกิจกรรมที่น่าชื่นชม เป็นตัวอย่างหนึ่งในการผนึกกำลังทุกภาคส่วน ตามกำลังความสามารถ ถ้าทุกคนร่วมมือกัน เพื่อพลิกฟื้นผลักดันเศรษฐกิจสร้างงานสร้างรายได้ ให้กับคนไทยช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทย ให้ก้าวเดินออกจากวิกฤติโควิดอย่างมั่นคง ทุกอย่างก็จะคลี่คลายแผ่นดินนี้ เป็นแผ่นดินไทยอันที่รักของพวกเรา มีสถาบันชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ เป็นที่รักยิ่งของพวกเรา ทุกคนหวังอย่างยิ่งภาคธุรกิจจะร่วมมือกันเดินหน้าต่อไป เพื่อพัฒนาประเทศ โดยไม่ทิ้งใคร ไม่ทำร้ายใคร เดินไปข้างหน้าด้วยกันนั่นคือประเทศไทยของเรา“

หวังอย่างยิ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวอย่าง การทำงานของประชาชนที่รักของเรา ต่อไปในอนาคต ขอขอบคุณทุกคน และสื่อที่รัก ผมอยากจะขอรอยยิ้มจากคนในที่นี้ แม้ใส่หน้ากากไม่เห็นยิ้ม ก็ยิ้มด้วยตาออกมา เพราะตาคือหน้าต่างของหัวใจ ความรักความผูกแบบโอบอ้อมอารีวันนี้ เราต้องทำประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปสู่สายตาชาวโลกให้ได้ในสิ่งที่เป็นความก้าวหน้าของคนไทยเพื่อความเชื่อมั่น อย่าไปเผยแพร่ในสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปสู่สายตาชาวโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจะพูดจบ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดหน้ากากอนามัย พร้อมส่งยิ้มให้กับผู้สื่อข่าวระหว่างที่เดินทางกลับพร้อมชู 2 นิ้ว เป็นสัญลักษณ์สู้ ๆ จากนั้นพล.อ. ประยุทธ์ พร้อมด้วยนายอนุทิน นายศักดิ์สยาม และนายอัยยวัฒน์ ได้นั่งดื่มกาแฟและขนม พูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี ขณะที่นายดิสทัต และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์โฆษกฯ พร้อมคณะทำงานนั่งทานอีกโต๊ะหนึ่ง โดยนายกรัฐมนตรีใช้เวลาดื่มกาแฟอยู่นานพอสมควร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight