ดูหนังออนไลน์
CEO INSIGHT

จากที่ปรึกษา โดดลงสนาม สตาร์ทอัพ ‘บลู พาร์คกิ้ง’ ที่จอดรถอัจฉริยะ

บลูบิค กรุ๊ป บริษัทที่ปรึกษาสัญชาติไทยด้านกลยุทธ์และการจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 โดยวางเป้าหมายธุรกิจที่เน้นสร้างสรรค์ผลงานด้วยวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ ๆ และเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดมาประยุกต์ใช้ เพื่อการวางกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตของธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ โดยที่ผ่านมามีลูกค้าเป็นบริษัทชั้นนำในหลายธุรกิจ อาทิ ธุรกิจการเงินและประกันภัย โทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุปโภคบริโภค

พชร อารยะการกุล

ล่าสุด บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด ได้กระโดดเข้าสู่วงการสตาร์ทอัพ ด้วยการพัฒนา “บลู พาร์คกิ้ง” นวัตกรรมระบบบริหารที่จอดรถอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยีไอโอที เพื่อเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การจอดรถของลูกค้าไปอย่างสิ้นเชิง

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของ บลู พาร์คกิ้ง มาจากความต้องการสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้า ซึ่งการแข่งขันในยุคที่เกือบทุกแบรนด์ให้ความสนใจในการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าด้วยการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า เพื่อค้นหาอินไซท์ (Insight) ของลูกค้า ไปต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ข้อมูลจึงกลายเป็นทรัพย์สินสำคัญที่จะช่วยสร้างคุณค่าให้แก่ธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ผนวกกับการมองเห็นว่าที่จอดรถคือ ทัชพอยท์ที่สำคัญในการเก็บข้อมูลเพื่อสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ

นอกจากนี้ จากสถิติยังพบว่ากว่า 70% ของผู้บริโภคยินดีที่จะกลับมาใช้บริการสถานที่ที่มีที่จอดรถที่สะดวกสบายและเพียงพอ และ 55% จะไม่กลับมาใช้บริการอีก หากได้รับประสบการณ์การจอดรถที่ไม่ดีพอ ตอกย้ำให้เห็นว่าที่จอดรถ กลายเป็นทัชพอยท์สำคัญในการกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายประเทศเริ่มมีการนำเทคโนโลยีไอโอที มาประยุกต์ใช้ในการเก็บข้อมูลการจอดรถของลูกค้า เช่น การใช้ ALPR เพื่ออ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ที่เข้าออก บันทึกข้อมูลการเข้าออกของลูกค้าบนระบบคลาวด์ (Cloud) และให้ลูกค้าจองที่จอดรถล่วงหน้าผ่าน แอพพลิเคชันบนมือถือ ทั้งสองฟีเจอร์ที่กล่าวมาเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีไอโอทีมาใช้เพื่อเก็บข้อมูลของลูกค้าและยังเป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าอีกด้วย

สำหรับ บลู พาร์คกิ้ง จะสร้างความแตกต่างและประสบการณ์ให้ลูกค้า ด้วยจุดเด่นต่างๆ อาทิ การใช้ระบบ ALPR (Auto license plate recognition) ที่สามารถอ่านป้ายทะเบียนรถที่เข้าออกที่จอดรถได้อย่างแม่นยำ และเชื่อมต่อกับไม้กั้นที่เปิดปิดแบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้บัตรในการผ่านเข้าออกอีกต่อไป, เจ้าของธุรกิจ สามารถควบคุมจัดการฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของการให้บริการที่จอดรถได้ ไม่ว่าจะเป็น เวลาเปิดปิด การจัดการทะเบียนสมาชิก โดยควบคุมการทำงานแบบเรียลไทม์ (Real Time)

พร้อมกันนี้ยังมีฟีเจอร์ จองที่จอดรถล่วงหน้าก่อนเข้าใช้บริการ, บริการ API Service เพื่อให้เจ้าของธุรกิจสามารถเชื่อมต่อระบบการจองที่จอดรถเข้ากับแพลตฟอร์มของแบรนด์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าออนไลน์ได้มากขึ้น รวมถึงการรองรับการชำระค่าบริการแบบไร้เงินสด เช่น คิวอาร์โค้ด บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต ตอบรับในยุคสังคมไร้เงินสด และมีระบบ E-Coupon ให้ส่วนลดที่จอดรถสำหรับผู้ที่มาติดต่อบริษัทต่าง ๆ ในอาคารสำนักงาน ที่สำคัญคือ สามารถเข้าถึงข้อมูลการใช้บริการของลูกค้าที่ถูกจัดเก็บไว้บนคลาวด์ เพื่อนำไปวิเคราะห์หารูปแบบพฤติกรรมการเข้ามาใช้บริการต่าง ๆ เพื่อต่อยอดทางธุรกิจ

ปัจจุบัน บลู พาร์คกิ้ง ได้เปิดให้บริการระบบบริหารที่จอดรถ และระบบจองที่จอดรถของอาคารสำนักงาน และศูนย์การค้าชั้นนำในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลจำนวนกว่า 10 แห่ง และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 100 แห่งภายในปี 2020 โดยมีเป้าหมายขยายไปในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน คอมมูนิตี้มอลล์ โรงแรม โรงพยาบาล ลานจอดรถใกล้สถานีรถไฟฟ้า

“การจอดรถนับเป็นหนึ่งทัชพอยท์ที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับธุรกิจศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน หรือกลุ่มอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียม โดยช่วยอำนวยความสะดวก ความรวดเร็วให้กับลูกค้า ลูกบ้าน หรือพนักงานออฟฟิศ เพื่อให้พนักงานมาโฟกัสงานที่อื่นที่สำคัญกว่า ช่วยให้ประหยัดต้นทุนในการบริหารหรือจ้างพนักงาน”

ขณะที่เจ้าของธุรกิจศูนย์การค้าที่กำลังหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง การเพิ่มฟีเจอร์ให้กลุ่มลูกค้าดังกล่าวสามารถจองที่จอดรถผ่านทางแอพพลิเคชั่นได้ จะเป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้บริการที่จอดของลูกค้า และยังส่งเสริมให้ธุรกิจได้ฐานลูกค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถเก็บข้อมูลการเข้าใช้บริการของลูกค้าผ่านทางแอพพลิเคชั่นได้สมบูรณ์มากขึ้น

“การนำองค์ความรู้มาพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและอินโนเวชั่นที่ถูกจุด ส่งผลให้สามารถยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคได้อย่างน่าประทับใจ ยิ่งในสมัยนี้หากธุรกิจใดสามารถปรับตัวได้เร็วหรือเป็นผู้ที่บุกเบิกการสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ลูกค้าได้ก่อน มักจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ ฉะนั้นการพัฒนาธุรกิจหรือแบรนด์ด้วยการนำเทคโนโลยีและอินโนเวชั่นใหม่มาช่วยทำให้ก้าวสู่การเป็น Top of mind ของลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ” นายพชร กล่าว

WANPEN PUTTANONT