CEO INSIGHT

‘ประเสริฐ บุญสัมพันธ์’ กับภารกิจหินส่ง ‘นกแอร์’ เหินฟ้า

หลังจากคณะกรรมการบริษัทสายการบินนกแอร์ จํากัด (มหาชน) หรือ NOK มีมติแต่งตั้ง “วุฒิภูมิ จุฬางกูร” นั่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริหารหรือซีอีโอ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ที่สำคัญช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้นนกแอร์

ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการบริษัทสายการบินนกแอร์  ให้สัมภาษณ์ “The Bangkok Insight” ถึงการแต่งตั้ง “วุฒิภูมิ จุฬางกูร”ว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ลูกชายของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เข้ามาบริหาร เขามีความมุ่งมั่นที่ดี ทุกคนสนับสนุนให้เป็นซีอีโอ จะได้รับผิดชอบเต็มที่ เวลาตัดสินใจทำอะไร จะได้ไปกันอย่างรวดเร็ว เพราะธุรกิจแอร์ไลน์วันนี้แข่งขันกันสูงมาก ที่สำคัญต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่มีส่วนในการถือหุ้นด้วย รวมถึงการบริหารสายการบินอย่างนกแอร์

ต้องยอมรับว่าตอนนี้ “ผลประกอบการนกแอร์ไตรมาสแรกปีนี้ ยังขาดทุน แนวโน้มก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร “ ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ย้ำ ก่อนจะบอกว่าสิ่งที่เราต้องเร่งดำเนินการตอนนี้นั่นคือ ทำอย่างไรให้ “หยุดเลือดไหลก่อน” นี่คือแผนระยะสั้น เมื่อเลือดหยุดไหลแล้ว ทำอย่างไรให้มีเสถียรภาพ จากตัวเลขการขาดทุนปี 2561 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2,786 ล้านบาท

จากนั้นค่อยไปถึงโหมดการขยายเครื่องบิน ปัจจุบันมีอยู่ 2 ชนิด ตอนนี้กำลังอยู่ในโหมดที่ 2 เป็นเครื่องบินใบพัดขนาดเล็ก จึงจะค่อยๆทยอยเอาออก แล้วเสริมด้วย “เครื่องบินเจ็ท” ส่วนเครื่องบินใบพัดก็จะเอาออกไป

ส่วนที่ผู้คนกังวลมากโดยเฉพาะเครื่องบินโบอิง 737 MAX ที่มีปัญหาเครื่องบินตก ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาทางฝ่ายจัดการเดิม  ได้สั่งไว้ซึ่งต้องมีการจัดส่งให้ 6 ลำ เรื่องนี้ต้องหารือกัน อย่างไรก็ดี ทางบริษัทโบอิงต้องพิสูจน์ว่า เครื่องบินโบอิง 737 MAX  ของเขาเป็นที่ยอมรับ  ต้องสามารถบินได้ทั่วโลกคนต้องมั่นใจ เพราะวันนี้มีบางประเทศที่ไม่อนุญาตให้บินเข้า

“ส่วนจะดำเนินการอย่างไรกับเครื่องบินโบอิง 737 MAX  ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ชัดเจน ต้องดูสถานการณ์ก่อน เพราะเป็นเงื่อนไขตามสัญญา หากเราทำอะไรที่ไม่ดี เขาอาจจะฟ้องร้องได้ ต้องดูด้วยว่าสิ่งที่เขาตกลงกับบริษัทอื่นทำกันอย่างไร” ประเสริฐ กล่าว

สำหรับนกแอร์จะทยอยรับมอบโดยเริ่มตั้งแต่ปี 2563 อย่างไรก็ดี แม้ตอนนี้ยังไม่ได้รับมอบเครื่องบินใหม่เข้ามา เราก็มีเครื่องบินพอที่จะให้บริการไม่ได้ขาดแคลน

ประเสริฐ อธิบายว่าการส่งมอบเครื่องบินทั้ง 6 ลำ จะทยอยส่งมอบทีละ 2 ลำ ตอนนี้ได้มีการหารือกับบริษัทโบอิงว่า เขาจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เครื่องบินต้องเป็นที่ยอมรับของผู้โดยสาร ไม่ใช่เป็นที่ยอมรับของเจ้าหน้าที่ที่จะให้บินเข้าไป ตอนนี้เราต้องดูผู้ซื้อรายอื่นๆ ที่เขาทยอยรับมอบว่าเขาทำกันอย่างไร เราเป็นเพียงรายเล็กๆต้องดูว่ารายใหญ่ๆเขาเจรจากันอย่างไรก่อน บริษัทโบอิงเองเขาแก้ปัญหาอย่างไร

ถามว่าในส่วนของนกแอร์จะมีพันธมิตรใหม่เข้ามาหรือไม่ ประเสริฐ บอกว่าเรื่องนี้เราเปิดกว้างอยู่แล้ว มีหลายรายมาเจรจาอยากเป็นพันธมิตร นกแอร์เป็นสายการบินที่ดำเนินการมาแล้ว 15 ปี เป็นสายการบินที่มีแบรนด์ดี ตารางการบินก็ดี “เวลานี้ถ้าใครถอนออกจะไม่มีตารางการบิน เพราะที่มีอยู่แน่นมาก ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ดังนั้นใครที่เข้ามาใหม่บอกได้เลยว่ายากมาก ไม่มีตารางบินให้ ขณะที่ตารางการบินของนกแอร์ ถือว่าดีมากใครๆก็อยากได้”

ประเสริฐ อธิบายว่าตอนนี้เรามี “นกสกู๊ต” ทางสิงคโปร์แอร์ไลน์ ถือหุ้นผ่านนกสกู๊ตอยู่ 50% นกแอร์ถืออยู่ 50% ตอนนี้ก็ทำการบินไทยยังประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน โดยเฉพาะประเทศในเอเชีย ซึ่งดำเนินการไปได้ด้วยดี แต่ยอมรับการธุรกิจการบินปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมาก เครื่องตอนนี้มีอยู่ไม่มาก แต่จะขยายไปเรื่อยๆ ของนกแอร์ที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้มีอยู่ 23 ลำ ส่วนของนกสกู๊ตมีอยู่ 5 ลำ ในอนาคตคงจะขยายไปเรื่อยๆ “ผมยอมรับทั้งนกแอร์ และนกสกู๊ต ตอนนี้ก็ยังขาดทุนอยู่ ฉะนั้นจากนี้ไปทำอย่างไรให้ 2 บริษัท ร่วมมือกันให้เต็มที่ในการทำงาน” 

“การแข่งขันเราไม่ได้มองใครว่า เป็นศัตรู แต่การแข่งขันบางอย่างร่วมมือกันได้” ประเสริฐ ย้ำ

สำหรับภาระขาดทุนของนกแอร์ ประเสริฐ กล่าวว่าปีนี้สถานการณ์ไม่ค่อยเอื้อเท่าไหร่ ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศก็ไม่ได้โตอย่างที่คิด อย่างนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ก็มีปัญหาจากปีที่ผ่านมาก็ส่งผลกระทบพอสมควร และช่วงนี้ยิ่งมีสงครามการค้า ทำให้เศรษฐกิจบางประเทศชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบเหมือนกันกับจำนวนนักท่องเที่ยว

จากนี้ไปสำหรับนกแอร์ “ทำอย่างไรลดขาดทุน หยุดเลือดไหล และทำตัวเองให้มั่นคง เสมือนออกจากโรงพยาบาลแล้วต้องกลับมาแข็งแรง” เมื่อแข็งแรงแล้วก็มีเครื่องบินเติมเข้ามา ตอนนี้เราเองก็มีเครื่องบินให้อินเดียเช่าอยู่ เพราะวันนี้ยังไม่มีความจำเป็น เพราะเครื่องบินที่มีอยู่ยังใช้ได้ เราต้องดูแล อัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร(เคบิน แฟคเตอร์) ให้ดี จำนวนชั่วโมงต่อวันที่เครื่องบินให้สูง ค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นก็ต้องลดลง รวมถึงค่าบำรุงรักษา สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องดูแล

Add Friend Follow
CHALAO KANCHANA
Chalao@thebangkokinsight.com