ดูหนังออนไลน์
COVID-19

อีกรอบ! ‘สิงคโปร์-ฮ่องกง’ เลื่อน ‘ทราเวล บับเบิล’ เจอ ‘โควิด’ รายใหม่พุ่ง

สิงคโปร์-ฮ่องกง ตัดสินใจเลื่อน “ทราเวล บับเบิล” อีกครั้ง หลังสิงคโปร์ เจอผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่พุ่งขึ้นอีกครั้ง

วันนี้ (17 พ.ค.) ฮ่องกง และสิงคโปร์ ต่างออกแถลงการณ์ว่า ทั้ง 2 ฝ่าย จะเลื่อนวันเริ่มโครงการ ทราเวล บับเบิล (Travel Bubble) ซึ่งอนุญาตให้พลเมืองของทั้ง 2 ฝ่าย สามารถเดินทางระหว่างกัน โดยไม่จำเป็นต้องกักตัว ออกไปก่อน จากเดิมที่กำหนดจะเริ่มขึ้นในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้

ทราเวล บับเบิล

การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงก่อนหน้านี้ ที่กำหนดไว้ว่า การเดินทางระหว่าง 2 ฝ่าย ภายใต้โครงการทราเวล บับเบิล จะต้องชะลอไว้ก่อน หากพบผู้ติดเชื้อใหม่ในชุมชน ที่ไม่มีการเชื่อมโยงกัน ในสิงคโปร์ หรือ ฮ่องกง โดยเฉลี่ย 7 วัน เพิ่มขึ้นเกินกว่า 5 คน

นับถึงวันนี้ ค่าเฉลี่ย 7 วัน ของผู้ติดเชื้อในชุมชนที่ไม่มีความเชื่อมโยงกันในสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นมาอยู่ 6 ราย ทั้งยังมีการรายงานถึงการติดเชื้อในชุมชน ที่เชื่อมโยงกันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายสิบคนด้วย

กระทรวงคมนาคมสิงคโปร์ แถลงว่า นายเอส. อิสวารัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสิงคโปร์ ได้หารือกับนายเอ็ดเวิร์ด เหยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และการพัฒนาเศรษฐกิจ ฮ่องกง ถึงเรื่องดังกล่าว

“ทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงยึดมั่นเกี่ยวกับการเปิดทราเวิล บับเบิล อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของจำนวนผุ้ติดเชื้อโควิดในชุมชน ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกัน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้สถานการณ์ในสิงคโปร์ ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไข ที่จะเริ่มต้นโครงการทราเวล บับเบิล ระหว่างสิงคโปร์ และฮ่องกง ”

แถลงการณ์ของกระทรวงคมนาคม สิงคโปร์ ระบุด้วยว่า ทั้ง 2 ฝ่าย จะติดตามสถานการณ์ด้านสาธารณสุข และพิจารณาถึงการกำหนดวัน สำหรับเริ่มโครงการนี้ใหม่ โดยที่สายการบินต่าง ๆ จะดำเนินการติดต่อกับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเสนอความช่วยเหลือต่อไป

ทางด้านโฆษกสำนักงานบริหารเกาะฮ่องกง แถลงว่า ทั้ง 2 ฝ่าย จะติดตามต่อไป ถึงประสิทธิภาพ ของการเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการควบคุม และป้องกัน การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สิงคโปร์ ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (16 พ.ค.) และว่า จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในวันที่ 13 มิถุนายน หรือเร็วกว่ากำหนด

ทั้งนี้ สิงคโปร์ได้ประกาศยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้เข้มงวด เหมือนกับที่เคยล็อกดาวน์เมื่อปีที่แล้ว โดยห้ามไม่ให้มีการรับประทานอาหารภายในร้าน และห้ามชุมนุมกันเกิน 2 คน หลังสิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ทราบแหล่งที่มาเพิ่มขึ้น

มาตรการที่เข้มงวดขึ้นนี้จะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 4 สัปดาห์ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 13 มิถุนายน ซึ่งนอกเหนือจากการจำกัดจำนวนผู้ชุมนุม และห้ามร้านอาหารเปิดให้รับประทานอาหารภายในร้าน โดยอนุญาตให้ขายอาหารแบบซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรีเท่านั้นแล้ว ทางรัฐบาลยังขอให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านด้วย

ทราเวล บับเบิล

เรียนที่บ้านถึงปิดเทอม 

นอกจากนี้ ยังให้โรงเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา รวมถึงสถาบันการศึกษาระดับอนุปริญญา ทำการสอนจากที่บ้านอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันพุธนี้ (19 พ.ค.) จนถึงกำหนดปิดภาคเรียนในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้

นายชาน ชุง ซิง รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ กล่าวว่า เชื้อโควิดที่ปรับปรุงสายพันธุ์บางชนิดแพร่เชื้อได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการระบาดในกลุ่มเด็ก

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อที่เป็นเด็กมีอาการป่วยหนัก และมีกลุ่มเด็กจำนวนหนึ่งที่มีอาการป่วยเล็กน้อยเท่านั้น

รัฐบาลสิงคโปร์กำลังวางแผนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี หลังได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลยา ซึ่งไฟเซอร์กำลังขออนุมัติอยู่

ขณะที่นายออง ยี คัง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ กล่าวอ้างคำพูดของนายเคนเนธ มัก ผู้อำนวยการฝ่ายบริการทางการแพทย์ของกระทรวงว่า เชื้อโควิดสายพันธุ์ B1617 หรือโควิดสายพันธุ์อินเดีย มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อกลุ่มเด็กมากยิ่งขึ้น แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีเด็กกี่คนที่ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ สิงคโปร์ เตือนว่า โรคโควิด-19 ที่ปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ เช่น ที่พบการระบาดครั้งแรกในอินเดีย หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ โควิดสายพันธุ์อินเดีย กำลังส่งผลกระทบต่อกลุ่มเด็กมากขึ้น ขณะที่ทางการเตรียมสั่งปิดโรงเรียนส่วนใหญ่ ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป และวางแผนฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มวัยหนุ่มสาว

แม้สิงคโปร์มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 61,000 คน และผู้เสียชีวิตเพียง 31 คน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่กลับพบตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะนี้ สิงคโปร์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบ 2 โดส ให้แก่ประชาชนราว 20% จากประชากรทั้งหมดราว 5.7 ล้านคน โดยใช้วัคซีนของไฟเซอร์ และโมเดอร์นา โดย ทางการสิงคโปร์จะให้ประชาชนที่มีอายุต่ำกว่า 45 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม