COVID-19

เจออีก! อังกฤษพบ ‘โควิด’ กลายพันธุ์อีก 1 ชนิด


 

อังกฤษ วุ่นหนัก พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากเชื้อกลายพันธุ์อีกชนิดหนึ่ง ชี้มีแนวโน้มแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น และกลายพันธุ์ไปมากกว่าไวรัสกลายพันธุ์ อีกชนิดที่พบก่อนหน้านี้  เร่งกักตัวผู้เดินทางจากแอฟริกาใต้ พร้อมขยายพื้นที่คุมเข้ม 

นายแมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า อังกฤษ พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 2 คน ที่ป่วยจากเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ในสหราชอาณาจักร โดยทั้ง 2 คน เป็นผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้

“เรารู้สึกขอบคุณรัฐบาลแอฟริกาใต้เป็นอย่างยิ่งในเรื่องข้อมูลทางวิทยาศาสตร์  ไม่แน่ว่าไวรัสนี้ อาจจะแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น และดูเหมือนว่า ได้กลายพันธุ์ไปมากกว่าไวรัสชนิดใหม่”

 อังกฤษ

นายแฮนค็อก ระบุว่า สหราชอาณาจักร กำลังกักตัวผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ และกำลังบังคับใช้ข้อจำกัดเกี่ยวกับการเดินทางมาจากแอฟริกาใต้ โดยผู้ที่อยู่ในแอฟริกาใต้ในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา หรือใครที่สัมผัสใกล้ชิด กับผู้ที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ต้องกักตัวทันที

นอกจากนี้ รัฐมนตรีสาธารณสุขสหราชอาณาจักร ยังเตรียมขยายพื้นที่ที่ต้องคุมเข้มเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ด้วย

นับตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 26 ธันวาคมนี้ เมืองซัสเซกซ์ อ็อกฟอร์ดเชียร์ ซัฟฟอล์ก นอร์ฟอล์ก และเคมบริดจ์เชียร์ พื้นที่ในเมืองเอสเซกซ์ ที่ยังไม่ได้อยู่ในพื้นที่ควบคุมการระบาดในขั้นที่ 4

เขตเวฟเวอร์ลีย์ ในเมืองเซอร์รีย์ และเมืองแฮมป์เชียร์ รวมถึงเมืองพอร์ตสมัธ และเซาแทมป์ตัน แต่ยกเว้นเมืองนิวฟอเรสต์ จะถูกยกระดับการควบคุมการระบาดให้ขึ้นมาอยู่ในระดับ  ซึ่งเป็นขั้นที่มีความเข้มงวดมากสุด

ก่อนหน้านี้ อังกฤษได้ตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์มาก่อนหน้านี้สายพันธุ์หนึ่งแล้ว สถานการณ์ที่ทำให้ประเทศต่าง ๆ กว่า 40 ประเทศ ห้ามการเดินทางเข้ามาจากสหราชอาณาจักร เพราะกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ ที่คาดว่าแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมถึง 70% แต่ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่า มีความรุนแรงมากขึ้น

ขณะที่ เดนมาร์ก อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ ประกาศว่าตรวจพบไวรัสโคโรนาที่กลายพันธุ์แล้วเช่นกัน

ข้อมูลล่าสุด จาก Worldometers แสดงให้เห็นว่า สหราชราชอาณาจักร มียอดสะสมผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดล่าสุดอยู่ที่ 2,149,551 คน มากสุดเป็นอันดับ 6 ของโลก และมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสนี้ทั้งหมดอยู่ที่ 69,051 ราย ทั้งช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ พุ่งสูงขึ้นเกินกว่า 30,000 คน มาอย่างต่อเนื่อง

 อังกฤษ

อังกฤษ ลดเวลากักตัว จาก 14 เหลือ 10 วัน

ก่อนหน้านี้ เพียงไม่กี่วัน สหราชอาณาจักรซึ่งประกอบด้วยประเทศ อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ เริ่มบังคับใช้มาตรการกักตัว 10 วัน ลดลงจากเดิมซึ่งอยู่ที่  14 วัน สำหรับผู้ที่มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ที่มีผลตรวจโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เป็นบวก หลังจากหัวหน้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหราชอาณาจักร ประกาศมาตรการดังกล่าว เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2563

มาตรการใหม่นี้ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา หมายรวมถึงผู้ที่ต้องเข้ารับการกักตัวหลังจากเดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้อยู่ในรายชื่อระเบียงท่องเที่ยว (Travel Corridor) ของสหราชอาณาจักร

อังกฤษ ตัดสินใจที่จะลดเวลากักตัวลง เพียงไม่กี่วัน หลังเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านั้น  สหราชอาณาจักรเริ่มแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้แก่ประชาชนเป็นวงกว้างแล้ว หลังจากหราชอาณาจักรกลายเป็นประเทศตะวันตกประเทศแรกที่อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรค โควิด-19

มาร์กาเรต คีแนน อดีตเสมียนร้านค้า วัย 90 ปี จากไอร์แลนด์เหนือ เป็นคนแรกที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ท่ามกลางการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั่วโลก

อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมา องค์กรกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของอังกฤษ หรือ MHRA ออกคำแนะนำไม่ให้ผู้มีประวัติแพ้รุนแรง รับวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) และไบโอเอ็นเทค (BioNTech) หลังมีผู้รับวัคซีน 2 รายแสดงอาการข้างเคียง หลังรับวัคซีนในวันแรก ที่อังกฤษเริ่มให้วัคซีนแก่ประชาชน

นายสตีเฟน โพวิส ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ของระบบประกันสุขภาพอังกฤษ หรือ NHS ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ของ NHS สองคนมีอาการแพ้รุนแรง สืบเนื่องมาจากการรับวัคซีน ซึ่งขณะนี้กำลังฟื้นตัวจากอาการดังกล่าว โดยพวกเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนชุดแรก จำนวนหลายพันคนที่ได้รับวัคซีนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (8 ธ.ค.)

อ่านข่าวเพิ่มเติม