World News

‘จีน’ ไฟเขียว ‘ผู้นำสิทธิมนุษยชนยูเอ็น’ เยือน ‘ซินเจียง’ ต้นปีนี้

รัฐบาลจีนไฟเขียว ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ “มิเชล บาเชเล” เดินทางไป “ซินเจียง” ได้ ภายในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ หลังเสร็จการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ตั้งเงื่อนไขต้องเป็นการเยือนฉันมิตรเท่านั้น

หนังสือพิมพ์เซาธ์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า จีนยินยอมให้นางมิเชล บาเชเล ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เดินทางเยือนเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ที่กรุงปักกิ่งเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-20 กุมภาพันธ์นี้

อย่างไรก็ดี การเดินทางเยือนซินเจียงครั้งนี้ ต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่า คณะทำงานของยูเอ็นจะต้อง “เป็นมิตร” และไม่ได้ลงพื้นที่เพื่อการสอบสวน

272795938 487049182989198 759667222924608201 n

รายงานระบุด้วยว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจกันว่า จีนได้กดดันให้ยุเอ็น เลื่อนการเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับซินเจียง ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ออกไปจนกว่าที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวจะเสร็จสิ้นลง

การเคลื่อนไหวข้างต้นมีขึ้น หลังจีนโดนกล่าวหาอย่างหนัก ถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ และกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ เป็นวงกว้างในเขตปกครองซินเจียงอุยกูร์  รวมถึง การกักกันหมู่ การทารุณกรรม และการบังคับใช้แรงงาน ทั้งสหรัฐ ยังกล่าวหาจีนด้วยว่า ก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวซินเจียง

สถานการณ์ครั้งล่าสุดนี้คล้ายกับเหตุการณ์ในปี 2551 ที่มีการจุดกระแสด้านสิทธิมนุษยชนของจีนในช่วงการแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งบรรดานักวิจารณ์ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เลวร้ายลงทุกที ทำให้สหรัฐเรียกวิธีที่จีนปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยมุสลิมอุยกูร์ว่า เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

นอกจากนี้ สหรัฐและอีกหลายประเทศยังได้พร้อมใจกันคว่ำบาตรทางการทูตต่อจีน ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้ด้วย

“รัฐบาลจีนไม่สามารถตบตาใครได้ โดยเฉพาะนักสิทธิมนุษยชนชั้นนำของโลก ด้วยความพยายามในการดึงความสนใจไปจากอาชญากรรมที่จีนก่อต่อมนุษยชาติ ซึ่งเล็งเป้าไปยังชาวอุยกูร์ และกลุ่มชนเตอร์กิกอื่น ๆ” นางโซฟี ริชาร์ดสัน ผู้อำนวยการฮิวแมนไรตส์วอตช์ประจำประเทศจีน ระบุ

ก่อนหน้านี้ สหรัฐได้ออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (National Defense Authorization Act หรือ NDAA) ซึ่งกำหนดให้สหรัฐใช้ “มหายุทธศาสตร์” (Grand Strategy) กับจีน เพื่อจัดการกับความท้าทาย ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยระหว่างประเทศ ที่มีต้นตอมาจากจีน และห้ามกระทรวงกลาโหมสหรัฐ จัดซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากการบังคับใช้แรงงานชนกลุ่มน้อยมุสลิมอุยกูร์ในซินเจียง

อ่านข่าวเพิ่มเติม