ดูหนังออนไลน์
World News

‘อังกฤษ’ เปลี่ยนคำแนะนำ เลี่ยงฉีดวัคซีน ‘แอสตร้าเซเนก้า’ ให้คนอายุต่ำกว่า 40 ปี

“อังกฤษ” เปลี่ยนคำแนะนำ เลี่ยงฉีดวัคซีนโควิด – 19 “แอสตร้าเซเนก้า” ให้คนอายุต่ำกว่า 40 ปี

หน่วยงานสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร ซึ่งประกอบด้วยอังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ประกาศว่าชาวสหราชอาณาจักรที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี จะได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ตัวเลือกอื่น ที่ไม่ใช่วัคซีนของออกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซเนก้า (Oxford-AstraZeneca)

อังกฤษ วัคซีน แอสตร้าเซเนก้า

คำแนะนำล่าสุดจากคณะกรรมการร่วมด้านการฉีดวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกัน (JCVI) ซึ่งคอยให้คำแนะนำด้านการสร้างภูมิคุ้มกันแก่หน่วยงานสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร ถือเป็นการปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติเดิม ที่กำหนดให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ได้รับวัคซีนตัวเลือกอื่นนอกจากวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้า สืบเนื่องจากความกังวลกรณีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ (MHRA) ของสหราชอาณาจักร พบผู้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมเกล็ดเลือดต่ำรวม 242 ราย จากกลุ่มผู้รับวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้ามากกว่า 28 ล้านราย เมื่อนับถึงวันที่ 28 เมษายน

ก่อนหน้านี้หน่วยงานฯ กล่าวว่า สมดุลระหว่างประโยชน์และความเสี่ยงของวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้านั้นเหมาะกับกลุ่มคนอายุมากกว่า แต่ “อาจมีความเสี่ยงมากกว่า” หากใช้งานในกลุ่มคนอายุน้อย

คณะกรรมการฯ ระบุว่า วัคซีนตัวเลือกควรถูกจัดสรรเฉพาะกรณีที่ไม่ก่อให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการฉีดวัคซีน เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญต่างกังวลว่า ความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญของโครงการฉีดวัคซีนอาจเพิ่มพูนความเสี่ยงของการระบาดระลอกที่ 3

วัคซีนของแอสตร้าเซเนก้าเป็นวัคซีนผ่านการอนุมัติ 1 ใน 3 ตัว ที่สามารถขนส่งที่อุณหภูมิตู้เย็น โดยคณะกรรมการฯ ระบุว่า วัคซีนดังกล่าวอาจเป็นเพียงตัวเลือกเดียวที่สามารถใช้ได้จริงในบางสถานการณ์

ด้านหน่วยงานฯ ระบุว่า ผู้ที่เคยรับวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้าโดสแรกโดยไม่เกิดอาการข้างเคียงจะได้รับวัคซีนโดส 2 ตามกำหนด และประโยชน์ของวัคซีนยังคง “มีมากกว่าความเสี่ยงสำหรับประชากรวัยผู้ใหญ่ส่วนมาก”

shutterstock 1700563906

สหราชอาณาจักรได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดสแรกให้ประชาชนมากกว่า 34.9 ล้านคนแล้ว แต่คณะผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้การฉีดวัคซีนจะคืบหน้า แต่สหราชอาณาจักร “ยังคงไม่ผ่านพ้นวิกฤต” ท่ามกลางความกังวลจากเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ บราซิล และอินเดีย ตลอดจนการระบาดใหญ่ระลอกที่ 3 ในยุโรป

ที่มาสำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม