World News

ราคาน้ำมัน WTI ปิดทะลุ 87 ดอลลาร์ รับคาดการณ์สต็อกน้ำมันดิบร่วง

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท (WTI) ปิดซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ เมื่อวานนี้ (6 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขานรับการคาดการณ์ที่ว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะปรับตัวลดลง รวมทั้งข่าวรัสเซียและซาอุดีอาระเบียประกาศขยายเวลาปรับลดการจัดหาน้ำมันจนถึงสิ้นปีนี้

ราคาน้ำมันดิบ WTI กำหนดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 85 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 87.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) กำหนดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ราคาเพิ่มขึ้น 56 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 90.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2565

ราคาน้ำมัน

น้ำมัน WTI ปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 9 ซึ่งเป็นสถิติการปิดในแดนบวกที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2562 แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจจำนวน 1 ล้านบาร์เรลต่อวันจนถึงสิ้นปีนี้ ขณะที่รัสเซียขยายเวลาปรับลดการส่งออกน้ำมันสู่ระดับ 300,000 บาร์เรลต่อวันจนถึงสิ้นปีนี้เช่นกัน

ตลาดยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะลดลง 5.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 1 กันยายน โดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการในวันนี้ (7 ก.ย.)

อย่างไรก็ดี ตลาดถูกกดดันในระหว่างวัน เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคบริการที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าวิกฤติเงินเฟ้อในสหรัฐจะยืดเยื้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงต่อไปเป็นเวลานาน

ทั้งนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับ 54.5 ในเดือนสิงหาคม สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52.5 จากระดับ 52.7 ในเดือนกรกำาคม โดยดัชนีอยู่สูงกว่าระดับ 50 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคบริการของสหรัฐมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Avatar photo