Stock

หุ้นขึ้นยกแผง! ‘ดาวโจนส์’ ทะยานกว่า 300 จุด ขานรับ ‘จีดีพี’ ไตรมาส 4/64 สูงเกินคาด

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (27 ม.ค.) ทะยานสูงขึ้น ขานรับเศรษฐกิจสหรัฐ ขยายตัวสูงกว่าคาดในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ประกอบกับขาขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน ที่ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 34,556.37 จุด ทะยานขึ้น 388.28 จุด หรือ 1.14% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,390.73 จุด ปรับขึ้น 40.80 จุด หรือ 0.94% และดัชนีแนสแด็กที่ 13,615.95 จุด บวก 73.84 จุด หรือ 0.55%

Stocksbitcoin ๒๑๐๘๐๓

ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 0.38% เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ในยูเครน

อย่างไรก็ดี วันนี้ หุ้นทุกกลุ่มปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มพลังงาน โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่ง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายระหว่างวันเมื่อวานนี้ แตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี

โกลด์แมน แซคส์, มอร์แกน สแตนลีย์ และเจพีมอร์แกน ต่างคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีนี้ ท่ามกลางภาวะน้ำมันตึงตัว และอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในตลาด

ตลาดยังได้แรงหนุน จากการที่ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 4/64 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 6.9% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 5.5%

ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมทั้งการที่ภาคธุรกิจเพิ่มเติมสต็อกสินค้าคงคลัง

ก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจสหรัฐเติบโต 6.3% ในไตรมาส 1 และ 6.7% ในไตรมาส 2 ก่อนที่จะชะลอตัวสู่ 2.3% ในไตรมาส 3 เนื่องจากการขาดแคลนวัตถุดิบในภาคการผลิต ซึ่งกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ยอดขายรถยนต์ และตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง

เมื่อพิจารณาทั้งปี 2564 เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 5.7% ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2527 หลังจากที่หดตัว 3.4% ในปี 2563 ซึ่งเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2489 โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทยังได้แรงหนุนจากการที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 30,000 ราย สู่ระดับ 260,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 270,000 ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม