Stock

มั่นใจเศรษฐกิจฟื้น หนุน ‘ดาวโจนส์’ ทะยานกว่า 100 จุด


ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (27 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์” ทะยานสูงขึ้น สวนทางกับ เอสแอนด์พี500 และ แนสแด็ก ที่ร่วงลงไปเคลื่อนไหวในแดนลบ จากการที่นักลงทุนพากันเทขายหุ้นเทคโนโลยี และหันไปช้อนซื้อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ท่ามกลางความเชื่อมั่นถึงการฟื้นตัวที่เพิ่มมากขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 34,952.37 จุด ทะยานขึ้ 154.37 จุด หรือ 0.44% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,446.74 จุด ลดลง 8.74 จุด หรือ 0.20% และดัชนีแนสแด็กที่ 14,950.51จุด ร่วงลง 97.19 จุด หรือ 0.65%

หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจต่างดีดตัวขึ้นในวันนี้ ขานรับการปรับตัวลงของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐ

Stocksbitcoin ๒๑๐๗๐๒

ขาลงของ ดัชนีเอสแอนด์พี 500 และ ดัชนีแนสแด็ก ยังเป็นผลมาจากการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวเหนือระดับ 1.5% ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน จากปัจจัยความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่วิตกต่อการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ

นักลงทุนจับตาแนวโน้มที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ อาจต้องถูกปิดการดำเนินงานในปลายสัปดาห์นี้ เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณ

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวในวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐให้มีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 3 ธันวาคม  และหลีกเลี่ยงไม่ให้หน่วยงานเหล่านี้ต้องถูกปิดการดำเนินงาน

นอกจากนี้ สภาผู้แทนราษฎรยังมีมติให้ยกเลิกเพดานหนี้ของสหรัฐไปจนถึงสิ้นปี 2565 ซึ่งขณะนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ส่งร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา

อย่างไรก็ดี วุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกันหลายรายยืนกรานว่า จะไม่โหวตรับรองร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลให้หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ ต้องปิดการดำเนินงานในสิ้นเดือนนี้ เนื่องจากขาดงบประมาณ และรัฐบาลสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะเผชิญการผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป พุ่งขึ้น 1.8% ในเดือนสิงหาคม หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนกรกฎาคม

ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้น 0.5% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกรกฎาคม

อ่านข่าวเพิ่มเติม