Politics

‘จุรินทร์’ หนุน ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ นับหนึ่งประชาธิปไตยไทย

‘จุรินทร์’ สนับสนุน แก้ รัฐธรรมนูญ ระบุ ประชาธิปัตย์ จุดยืนชัดเจน อย่างน้อยต้องแก้ มาตรา 256 ชี้ หากปลดล็อกได้ จะเป็นเรื่องที่ดี

วันนี้ (19 ก.ค.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ กรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอก ได้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา และ แก้ รัฐธรรมนูญ ว่า ไม่ขอให้ความเห็นรายละเอียดในข้อเรียกร้อง เพียงแต่รัฐบาล มีหน้าที่รับฟังความเห็นจากทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนก็ตาม เมื่อขึ้นมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล บริหารแผ่นดิน และประเทศ ประชาชนแสดงความคิดเห็นอย่างไร รัฐบาลต้องพร้อมที่จะรับฟัง

แก้ รัฐธรรมนูญ

“ทุกฝ่ายอยากเห็นความเป็นประชาธิปไตย ดำรงอยู่ในประเทศ และดียิ่งขึ้น หากจะนับหนึ่งได้ และเห็นเป็นรูปธรรม คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากมีการแก้ไขไปในทิศทางที่ดี ถือว่ามีความคืบหน้าให้กับประเทศได้ ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สะท้อนความเป็นประชาธิปไตยในประเทศของเรา”

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า กระบวนการแก้ รัฐธรรมนูญ จะต้องดำเนินตามขั้นตอน ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ มีความชัดเจนที่อย่างน้อยมีจุดยืน จะต้องแก้ไขในมาตรา 256 ที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องยอมรับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขยาก หรืออาจจะแก้ไม่ได้เลย

หากปลดล็อกตรงนี้ได้ จะเป็นเรื่องที่ดี ส่วนจะแก้ไขในประเด็นอื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เพราะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 สภาผู้แทนราษฎร กำลังดำเนินการอยู่ เชื่อว่าจะใกล้ข้อยุติแล้ว ซึ่งจะเป็นคำตอบให้สภาพิจารณาว่าจะแก้ไขอย่างไรต่อไป

เยาวชนปลดแอก ไม่ แก้ รัฐธรรมนูญ ต้องร่างใหม่ 

  • ต้องประกาศยุบสภา

ให้เหตุผลว่า รัฐบาลสืบทอดอำนาจ ภายใต้การนำ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ล้มเหลว ในการบริหารเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเกิดวิกฤติ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลได้ประกาศ ภาวะฉุกเฉิน และออกมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้มีคนตกงาน และขาดรายได้ เป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาล ก็ไม่ได้เยียวยาอย่างถ้วนหน้า และทั่วถึง ทั้งยังปล่อยให้ ประชาชนเดือดร้อน จากพิษเศรษฐกิจ โดยที่ไม่แยแสแต่อย่างใด

ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้ปล่อยปละละเลย ให้แขกวีไอพี ที่มีเชื้อไวรัสเข้ามาในประเทศ โดยที่ไม่ได้กักตัว ซึ่งถือว่าสุ่มเสี่ยงต่อโอกาส ที่จะมีการแพร่ระบาดครั้งใหญ่รอบ 2

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่อาจไว้วางใจ ให้รัฐบาลชุดนี้ บริหารบ้านเมืองต่อไปได้ จึงขอยื่นคำขาดว่า นายกรัฐมนตรีต้องประกาศ “ยุบสภา” เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน และเปิดทางให้คนที่มีความรู้ ความสามารถ มาแก้ไขปัญหาทางการเมือง และเศรษฐกิจ

  • หยุดคุกคามประชาชน

หลังการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ประชาชนต่างหวังกันว่า ประเทศไทย จะมีความเป็นประชาธิปไตย มากขึ้น ประชาชนจะมีเสรีภาพ ในการแสดงออก และเสรีภาพในการชุมนุม โดยที่ไม่ถูกคุกคาม และยัดข้อกล่าวหา หรือคดีความ

แต่ความเป็นจริงแล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่ การคุกคาม ทั้งทางกายภาพ และทางจิตวิทยา ยังคงดำเนินต่อไป แทบไม่ต่างจากเมื่อสมัยที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังมีอำนาจอยู่ มีการอ้างความมั่นคง เพื่อปิดปากประชาชน ที่ออกมาเรียกร้อง ประชาธิปไตย และความยุติธรรม

ดังนั้น จึงขอเรียกร้อง ให้หยุดคุกคามประชาชน ทั้งทางกายภาพ ทางจิตวิทยา ตลอดจนการยัดข้อหา เพื่อดำเนินคดี รวมไปถึงให้รัฐสภา ยกเลิกกฎหมาย ที่ละเมิดเสรีภาพ ในการแสดงออก และเสรีภาพ ในการชุมนุม ตามระบอบประชาธิปไตย

แก้ รัฐธรรมนูญ

  • ร่างรัฐธรรมนูญใหม่

รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจ ของรัฐบาลเผด็จการ โดยแรกเริ่มเดิมที ก็มีที่มาที่ไม่ชอบธรรม ตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว เพราะคณะผู้ร่าง ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชน ผู้ที่รณรงค์ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในการลงประชามติ ก็ถูกคุกคาม และยัดข้อหากันไปหลายคน เนื้อหาของรัฐธรรมนูญก็เป็นไป เพื่อรักษาระบอบเผด็จการในคราบประชาธิปไตย

การจะปลดล็อกกุญแจ ดอกแรก ที่จะนำพาประเทศไทย เปลี่ยนผ่าน ไปสู่ระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจสูงสุด เป็นของประชาชน อย่างแท้จริงได้ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทาง ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยคำนึงถึงหลักการสิทธิมนุษยชน เป็นหลัก และปราศจากการแทรกแซง ของคนที่ประชาชน ไม่ได้เลือก

อ่านข่าวเพิ่มเติม