General

พยานปากแรก!! ‘บิ๊กโจ๊ก’ เข้าให้ปากคำ ‘ป.ป.ช.’ กรณีไบโอเมทริกซ์


“พล.ต.ท.สุรเชษฐ์” เข้าให้ปากคำต่อ “ป.ป.ช.” กรณีโครงการจัดซื้อเครื่องไบโอเมทริกซ์และรถสายตรวจอัจฉริยะของ สตม. วงเงิน 2,100 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าให้ปากคำในฐานะพยานปากแรก ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. จากกรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เพื่อเยาวชนและสังคม เข้ายื่นเรื่องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบโครงการจัดซื้อเครื่องไบโอเมทริกซ์ และรถสายตรวจอัจฉริยะ ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วงเงิน 2,100 ล้านบาท ที่ส่อไปในทางทุจริต โดยได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562

บิ๊กโจ๊ก สุรเชษฐ์ หักพาล7163

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ ป.ป.ช. นัดมาให้ข้อมูลในฐานะพยาน และจะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าในข้อมูลอีก 2-3 คน และเข้าให้ข้อมูลไม่ต่ำกว่า 40-50 คน โดยมีการเตรียมหลักฐานมามอบให้ ป.ป.ช. ด้วย แต่ข้อมูลทั้งหมดมีอยู่ในหัวหมดแล้ว และ ป.ป.ช. น่าจะมีข้อมูลมากอยู่แล้ว รวมถึงเอกสารที่ทนายษิทรายื่นก็มากพอสมควร และมองว่าไบโอเมทริกซ์เป็นระบบที่ดี ไม่ต่อต้านระบบนี้ เห็นด้วยที่ต้องการให้ประเทศไทยคัดกรองคนร้ายเข้าประเทศ คัดกรองคนผ่านแดน แต่เครื่องไบโอเมทริกซ์ที่นำมาใช้ บางจังหวัดไม่ได้ใช้ประโยชน์ มันเป็นเครื่องมือใช้ในการตรวจการผ่านแดน แต่ภูธรของแต่ละจังหวัดไม่ได้ใช้ นำไปวางกองกันอยู่ สมัยตนได้มีการยกเลิกสัญญาไปด้วยเหตุผลหลายอย่าง ที่ผ่านมาตนไม่เคยบอกประชาชนว่าเป็นเซ็นเลิกสัญญา เมื่อวันนี้มาถึงก็รอคอยมาอยู่แล้ว ในเมื่อการยุติธรรมในองค์กรหาไม่ได้ก็ต้องทำแบบนี้ วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ให้สัมภาษณ์ จากนี้ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการของ ป.ป.ช.

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าว นายษิทราได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้มีการไต่สวนกรณีโครงการจัดซื้อไบโอเมทริกซ์และรถสายตรวจอัจฉริยะของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยมีการขยายวงเงินจาก 1,000 ล้านบาท เป็น 2,000 ล้านบาท รวมถึงการติดตั้งไม่เป็นไปตาม TOR มีการติดตั้งที่เกินระยะเวลา ซึ่งใน TOR ระบุว่าหากติดตั้งไม่ตรงตามเวลา บริษัทผู้รับเหมาจะต้องถูกปรับวันละ 5 ล้านบาท แต่กลับมีการขยายระยะเวลาให้กับบริษัทผู้ติดตั้ง ซึ่งส่อไปในทางทุจริต ทำให้หน่วยงานของรัฐได้รับความเสียหาย

ส่วนโครงการรถสายตรวจอัจฉริยะ พบสเปกสูงเกินไป ใช้งานได้ไม่คุ้มค่า เนื่องจากมีราคาสูงถึงคันละ 4,000,000 บาท แต่ไม่สามารถเกาะสัญญาณ Wi-Fi ได้ ซึ่ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เป็นคนบอกเลิกสัญญาโครงการไบโอเมทริกซ์ แต่กลับมีการดำเนินการต่อในสมัย ผบช.คนต่อมา และต่อมาตำรวจทั้ง 13 นายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรับมอบเครื่องมือดังกล่าว และพบความไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้อจัดจ้าง กลับถูกย้ายไปประจำการในตำแหน่งอื่น และมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาตรวจรับแทน ส่วนเรื่องรถสายตรวจอัจฉริยะ พบมีการดำเนินการเสร็จก่อนที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ผบช.สตม.

สำหรับรายชื่อพยานอีก 13 ปาก ที่จะเข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นระดับนายพลตำรวจ 2 นาย ระดับนายพันตำรวจ 10 นาย และชั้นประทวน 1 นาย ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กับการตรวจรับมอบ และพบความไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้อจัดจ้าง กลับถูกย้ายไปประจำการในตำแหน่งอื่น

ที่มา : สำนักข่าวไทย