Economics

‘สิทธิบัตรทอง’ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร นำร่องตรวจ ‘DNA’ คนไร้สถานะ ช่วยประชาชนเข้าถึงสิทธิมากขึ้น

รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร นำร่องตรวจ ‘DNA’ คนไร้สถานะ ช่วยประชาชนเข้าถึง ‘สิทธิบัตรทอง’ มากขึ้น

รศ.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย นพ.สุรทิน มาลีหวล ผอ.สปสช.เขต 6 ระยอง ลงพื้นที่ อำเภอนาดี จังหวีดปราจีนบุรี เพื่อเยี่ยมชมการพัฒนาการเข้าถึงบริการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ของกลุ่มคนไทยที่มีปัญหาสิทธิสถานะ ภายใต้ “โครงการพัฒนาเครือข่ายการจัดเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎร” ที่ดำเนินการโดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยมี พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และทีมสหวิชาชีพให้การต้อนรับ สรุปภาพรวม ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล

สิทธิบัตรทอง

สำหรับโครงการพัฒนาเครือข่ายการจัดเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎร เป็นผลสืบเนื่องจากบันทึกความร่วมมือ (MOU) เมื่อปี พ.ศ. 2564 ของ 9 หน่วยงาน อาทิ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ สปสช. เพื่อบูรณาการความร่วมมือดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ยังเข้าไม่ถึงบริการในระบบบัตรทอง

สิทธิบัตรทอง

ตรวจ DNA พิสูจน์สถานะ ทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม

นายธรรมรัฏฐ์ งามแสง นายอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า พื้นที่ อำเภอนาดี มีผู้ที่มีปัญหาสิทธิสถานะที่ถูกตรวจสอบ โดยรายที่มีปัญหาและได้รับการแก้ไขปัจจุบันคือ กรณีของ น.ส.หนึ่ง ลำพอง ที่มีสมาชิกผู้มีปัญหาสิทธิสถานะในครอบครัวจำนวนมากถึง 8 ราย ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในการเข้าถึงการดูแลรักษาจากระบบสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่ารักษาพยาบาล หรือเรื่องของสิทธิที่ควรได้รับจากรัฐบาล

ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมามีการพิสูจน์สิทธิสถานะ โดยใช้วิธีการดูเอกสารหลักฐานต่างๆ ดังนั้นผู้ที่มีรายชื่อตกหล่นก่อนจะได้สัญชาติไทยต้องมีหลักฐาน และต้องมีการทดสอบพยานบุคคล แต่ผู้คนเหล่านี้ส่วนมากมักจะไม่มีพยานหลักฐานจึงทำให้ประสบปัญหาเรื่องเอกสารและไม่มีพยานบุคคล

สิทธิบัตรทอง

นายธรรมรัฏฐ์ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันได้มีการเกิดวิธีการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) เกิดขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถช่วยได้มาก และสามารถตรวจสอบได้ง่าย เพราะผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์จะเป็นตัวช่วยยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวคือใคร มีความสัมพันธ์อย่างไรในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม ในอดีตการที่จะได้เข้ารับการตรวจ DNA จะต้องมีการเดินทางเข้าไปตรวจที่ส่วนกลางหรือกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงทำให้มีประชาชนไม่สามารถเดินทางเพื่อรับการตรวจ DNA ได้

แต่ปัจจุบันได้มีการตรวจ DNA ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทำให้ประชาชนเกิดความสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งสามารถลดเวลาในการดำเนินการ จากอดีตที่เคยดำเนินการยาวนานประมาณ 1 ปีให้เหลือระยะเวลาเพียง 5-6 เดือน

361091044 609876681272177 1762074900033317248 n

นำร่องพิสูจน์อัตลักษณ์ ผลักดันให้เข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาล

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเริ่มต้นเข้าร่วมโครงการ จากการที่มีเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ เข้ามาปรึกษาถึงปัญหาผู้ป่วยที่มีปัญหาสิทธิสถานะต้องเข้ารับการรักษา และมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง อีกทั้งไม่สามารถเข้าร่วมสิทธิบัตรทองได้ เนื่องจากขาดหลักฐานแสดงตัวตน

พญ.โศรยา เปิดเผยว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีการตรวจยืนยันตัวตนด้วย DNA ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19  ในขณะนั้นต้องมีการพาผู้ป่วยที่มีปัญหาสิทธิสถานะเดินทางไปยังกรุงเทพฯ เพื่อเข้ารับการยืนยันตัวตน และพบว่ามีค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากในการดำเนินการสูง จึงได้มีการปรึกษาหารือร่วมกันถึงวิธีการแก้ปัญหา

โรงพยาบาลมองว่าการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ไม่เฉพาะแค่การรักษาอย่างเดียว แต่รวมถึงให้กลุ่มนี้ได้เข้าถึงสิทธิอีกด้วย โดยได้ประสานงานกับหลายหน่วยงาน ทั้ง สปสช. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อผลักดันให้ได้รับบัตรประชาชนและเข้าถึงสิทธิในการรักษาพยาบาล ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลนำร่องพิสูจน์อัตลักษณ์สามารถผลักดันให้ผู้มีปัญหาสิทธิสถานะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ตัวตนและได้รับบัตรประชาชนไปแล้ว 61 ราย

359294578 609876701272175 6048348449252287596 n

ลดอุปสรรคเรื่องการเดินทาง

ด้าน รศ.ภญ.ยุพดี กล่าวว่า สปสช. ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นแห่งแรก ที่มีการรับหน้าที่เป็นศูนย์ในการเก็บตัวอย่าง DNA ส่งตรวจ ซึ่งจะเห็นว่าผู้ที่มีปัญหาสิทธิสถานะส่วนใหญ่ มักจะเป็นคนยากจนหรือคนที่ด้อยโอกาส ซึ่งแม้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์มีนโยบายช่วยเหลือและมีโครงการตรวจ DNA โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ที่ผ่านมายังมีอุปสรรคที่ผู้เข้ารับการตรวจ DNA เพราะต้องเดินทางมาตรวจที่กรุงเทพฯ ทำให้หลายรายไม่มีค่าเดินทางเพียงพอ กลายเป็นอีกอุปสรรคหนึ่งในการเข้าถึงบริการ

ดังนั้น การที่มีโรงพยาบาลในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในการตรวจ DNA จึงช่วยลดอุปสรรคเรื่องการเดินทาง อีกทั้งทำให้กระบวนการตรวจ DNA รวดเร็วขึ้น ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการได้บัตรประชาชน และสิทธิการรักษาพยาบาลในระบบบัตรทอง

รวมถึงอีกส่วนสำคัญในการดำเนินการในครั้งนี้ คือ เครือข่ายการปกครองและเครือข่ายยุติธรรมประจำจังหวัด ที่สนับสนุนเอื้ออำนวยให้บุคคลที่มีปัญหาเหล่านี้ สามารถเข้าถึงสิทธิของตนเองได้ ไม่ใช่เพียงสิทธิทางสาธารณสุขอย่างเดียว แต่ยังได้สิทธิสวัสดิการทางสังคมอีกด้วย

“ขอเชิญชวนประชาชนที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนแต่มั่นใจว่าตนเองเป็นคนไทย มาเข้าสู่ขบวนการ ซึ่งสามารถทำได้โดยการเดินทางไปที่หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ในแต่ละจังหวัด หรือเข้าพบหน่วยงานภาคประชาชนที่เรียกว่าหน่วย 50(5) ที่เป็นหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนอิสระ เพื่อที่จะพาท่านเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ตัวตนต่อไป” รศ.ภญ.ยุพดี กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Avatar photo