Business

ขอดันอีกเฮือก! ‘คมนาคม’ กำหนดไทม์ไลน์ ‘ตั๋วร่วม’ ใหม่ต้องใช้ได้ใน 4 เดือน


ประชุมมา 28 รอบ แต่ก็ยังไม่หมดหวัง! “คมนาคม” ตั้งไทม์ไลน์ “ตั๋วร่วม” รอบใหม่ต้องใช้ได้ใน 4 เดือน จี้ “รถเมล์-รถไฟฟ้าสายสีแดง” ต้องรองรับได้ด้วย

2MOT 2562 08 05 ปกค.ประชุมคกก.MOU รฟฟ.สีเขียว by PP 45
                                                                       แฟ้มภาพ

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม วันนี้ (10 ม.ค.) ว่า ที่ประชุมฯ ได้เร่งรัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้า MRT, บริษัท รถไฟฟ้า รฟท. จำกัด ผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้า BTS พัฒนาระบบหัวอ่านให้สามารถอ่านข้อมูลของบัตรรถไฟฟ้าระบบอื่นได้ด้วย เพื่อให้ประชาชนที่ถือบัตรโดยสารรถไฟฟ้าไม่ว่าจะระบบใด สามารถใช้ข้ามกันได้ทุกระบบ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2563 ทั้งนี้จะประชุมติดตามความคืบหน้าทุกเดือน โดยครั้งต่อไปในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ หากไม่มีปัญหาอะไร คาดว่าจะสามารถใช้ตั๋วร่วมกันได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

สำหรับการหารือในที่ประชุมครั้งนี้มีแนวโน้มค่อนข้างดี เพราะก่อนหน้านี้ได้ให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เชิญทุกฝ่ายมาหารือร่วมกันในเบื้องต้นบ้างแล้ว คงจะทำให้การทำงานราบรื่นมากขึ้น พร้อมยอมรับว่าเรื่องตั๋วร่วมล่าช้ามานานมาก ประชุมมาแล้ว 28 ครั้ง หวังว่าครั้งนี้จะไม่มีปัญหาอะไร

“ที่ประชุมมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงพัฒนาระบบให้สามารถใช้บัตรร่วมกันได้ภายใน 4 เดือน หรือในเดือนพฤษภาคมนี้ รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณในการลงทุนพัฒนาระบบให้เชื่อมต่อกัน ซึ่งเบื้องต้นงบประมาณอยู่ที่ 385 ล้านบาท ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก็ต้องพัฒนาระบบโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงให้เข้ากับระบบตั๋วร่วม และขอให้รายงานความคืบหน้าในการประชุมครั้งต่อไป” นายชัยวัฒน์กล่าว

S 85680146

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรแรบบิท ที่ใช้กับรถไฟฟ้าบีทีเอส 12 ล้านใบ, บัตรแมงมุมและบัตร MRT plus ที่ใช้กับรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง/สายสีน้ำเงิน 2.2 ล้านใบ และบัตร Smart Pass ที่ใช้กับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ 4 แสนใบ รวมแล้วประมาณ 14.6 ล้านใบ ซึ่งหากพัฒนาระบบแล้วเสร็จ จะทำให้ผู้ถือบัตรเหล่านี้เดินทางได้สะดวกมากขึ้น สามารถใช้บริการข้ามระบบได้โดยใช้บัตรใบเดิมที่ตนเองถืออยู่

นอกจากนี้ที่ประชุมได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) ไปพิจารณากำหนดเรื่องการพัฒนาระบบตั๋วร่วมเป็นเงื่อนไขหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการที่จะเดินรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อระบบตั๋วร่วมได้ด้วย ส่วนการพัฒนาระบบให้สามารถใช้บัตร EMV (Euro/ Master/ Visa Card) ในการใช้บริการรถไฟฟ้าได้นั้น ยังไม่ได้มีการหารือเพิ่มเติม ในระยะแรกนี้ขอให้บัตรรถไฟฟ้าทั้ง 14.6 ล้านใบสามารถใช้ร่วมกันได้ก่อน