ดูหนังออนไลน์
COVID-19

‘ฝรั่งเศส’ โดนโควิด-19 รุกหนัก วันเดียว ‘ติดเชื้อกว่าครึ่งแสน’



ฝรั่งเศสติดเชื้อโควิด-19 หนัก วันเดียวพบผู้ติดเชื้อ 52,010 ราย  รัฐบาลฝรั่งเศสกำหนดมาตรการที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงคำสั่งเคอร์ฟิวในภูมิภาค

สำนักสาธารณสุขของฝรั่งเศส เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (25 ต.ค.) ว่าฝรั่งเศสตรวจพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เพิ่ม 52,010 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมง ทำลายสถิติผู้ป่วยใหม่รายวันสูงสุดเมื่อวันเสาร์ (24 ต.ค.) ซึ่งอยู่ที่ 45,422 ราย

ฝรั่งเศสติดเชื้อโควิด-19 หนัก สำนักข่าวซินหัว รายงานว่าฝรั่งเศสมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศสะสมอยู่ที่ 1,138,507 ราย นับตั้งแต่การแพร่ระบาดเริ่มต้น และมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 116 ราย ภายในหนึ่งวัน ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยเสียชีวิตรวมอยู่ที่ 34,761 ราย โดยเมื่อวันศุกร์ (23 ต.ค.) ฝรั่งเศสกลายเป็นประเทศยุโรปประเทศที่ 2 รองจากสเปน ที่มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 เกิน 1 ล้านราย

นอกจากนั้น17% ของผู้รับการตรวจโรคโควิด-19 ในฝรั่งเศสมีผลตรวจโรคเป็นบวก เพิ่มขึ้นจาก 16% ในวันเสาร์ (24 ต.ค.) และ 15.1% ในวันศุกร์ (23 ต.ค.) พุ่งขึ้นจากช่วงต้นเดือนกันยายน ซึ่งอยู่ที่เพียง 4.5%

การแพร่ระบาดระลอกสอง กระตุ้นให้รัฐบาลฝรั่งเศสกำหนดมาตรการที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงคำสั่งเคอร์ฟิว ในภูมิภาคส่วนใหญ่ของประเทศ โดยประชากรฝรั่งเศสมากกว่า 2 ใน 3 หรือราว 46 ล้านคน ถูกร้องขอให้อยู่แต่ในบ้านระหว่างเวลา 21.00-6.00 น. เป็นเวลา 6 สัปดาห์

ฝรั่งเศสติดเชื้อโควิด-19 หนัก

เมื่อวันเสาร์ (24 ต.ค.) ที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศสรับรองวาระที่ 1 ของแผนการขยายระยะเวลาสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับรัฐจนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ โดยโอลิวิเยร์ เวร็อง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส เผยว่าฝ่ายบริหารจะมีอำนาจกำหนดข้อจำกัดต่างๆ เพื่อรับมือกับ “วิกฤติที่กินเวลายาวนานและยากลำบาก” พร้อมเสริมว่ายอดผู้ป่วยเสียชีวิตจะ “เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่วันและสัปดาห์ข้างหน้า ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม” ซึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้น

ฝรั่งเศสติดเชื้อโควิด-19 หนัก เผชิญสถานการณ์เลวร้าย

“หากเราไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ เราจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เราจำเป็นต้องมีมาตรการที่เข้มงวดกว่านี้” ฌอง คาสเท็กซ์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (22 ต.ค.) พร้อมกับประกาศขยายคำสั่งเคอร์ฟิวในหลายภูมิภาคของประเทศ

อนึ่ง ปัจจุบันหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมนี จีน รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐ ต่างมุ่งมั่นแสวงหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก โดยเว็บไซต์องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่ามีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 198 รายการ เมื่อนับถึงวันที่ 19 ตุลาคม ซึ่งเข้าสู่ขั้นตอนการทดลองทางคลินิกแล้ว 44 รายการ

ฝรั่งเศสติดเชื้อโควิด-19 หนัก

ขณะที่ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นับถึงเมื่อวานนี้ (25 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น สหรัฐ ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิต จากไวรัสโควิด-19 มากสุดในโลก รายงานตัวเลข ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ 60,889 คน ทำให้มียอดสะสม ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดที่ 8,889,179 คนแล้ว ขณะยอดสะสมผู้เสียชีวิต จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ที่ 230,150 ราย  เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 442 ราย

นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก สหรัฐ แสดงความเชื่อมั่นว่า สหรัฐสามารถสกัด การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ พร้อมกับตั้งคำถาม ถึงความเพิกเฉยของทำเนียบขาว หลังจาก นายมาร์ค มีโดวส์ หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบกล่าวว่า สหรัฐจะไม่สามารถ ควบคุมโควิด-19 ได้

“ชาวอเมริกัน ไม่ได้พ่ายแพ้ สิ่งที่เราเรียนรู้จากนิวยอร์ก ก็คือ หากคุณลุกขึ้นสู้ ก็มีโอกาสชนะ เพราะนิวยอร์ก ยังชนะได้ รัฐอื่นๆ ก็ทำได้เช่นกัน สำหรับนิวยอร์ก เราพิสูจน์แล้วว่า เราควบคุมไวรัสนี้ได้”

“ทำเนียบขาวเชื่อมาแต่แรกแล้วว่า พวกเขาไม่สามารถควบคุมไวรัสโควิดได้ นั่นคือคำชี้แจงเพียงอย่างเดียว ที่อธิบายถึงการปฏิเสธ และการโกหก หากคุณเชื่อว่าควบคุมโควิดได้ คุณก็จะพยายามควบคุมมัน แต่หากคุณไม่เชื่อว่าควบคุมมันได้ คุณก็เลยต้องโกหก ปฏิเสธ และพูดให้สถานการณ์ดูรุนแรงน้อยกว่าที่เป็นอยู่ ชาวอเมริกันจึงแพ้โดยไม่ได้สู้เลยด้วยซ้ำ นี่คือความปราชัยครั้งยิ่งใหญ่ของชาวอเมริกัน”

นายคูโอโม บอกด้วยว่า หากนิวยอร์ก ไม่ควบคุมไวรัส เส้นกราฟก็คงจะ สูงขึ้นเรื่อยๆ และมีผู้ป่วย เป็นแสนๆ คน จนล้นโรงพยาบาล การทำให้เส้นกราฟราบตรง จึงเท่ากับเป็นการควบคุมไวรัส ทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้บัญชาการทหาร ต่างก็ถูกโควิด-19 เล่นงาน เพราะนโยบายที่ยอมแพ้ล่วงหน้า นั่นคือสิ่งที่พวกเขาทำ จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 217,000 ราย ก็เพราะยอมแพ้ไปก่อนแล้ว

ฝรั่งเศสติดเชื้อโควิด-19 หนัก

ส่วนอินเดีย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากสุด เป็นอันดับ 2 ของโลก มียอด โควิดวันนี้ 26 ต.ค. ที่ 7,909,050 คน หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 45,158 คน ยอดสะสม ผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ ไวรัสโควิด-19 ของอินเดีย ล่าสุดอยู่ที่ 119,030 ราย เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 463 ราย

 ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย ผลตรวจโควิดเบื้องต้นเป็นบวก

นายชัคติคานตา ดาส ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย  เปิดเผยว่าตนมีผลตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นบวก แต่จะยังคงทำหน้าที่ผู้ว่าการธนาคารกลางต่อไปในระหว่างการกักตัว เพื่อให้การปฏิบัติงานยังคงดำเนินไปตามปกติ

“ผมมีผลตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นบวก โดยผมติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ และขณะนี้ร่างกายของผมก็แข็งแรงดี” นายดาสเปิดเผยผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียในวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น และว่า เขายังคงติดต่อสื่อสารกับรองผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย และเจ้าหน้าที่ทุกคนผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์และทางโทรศัพท์

ขณะที่ บราซิล รายงานการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 12,904 คน ทำให้มียอดสะสม ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดอยู่ที่ 5,394,128 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิต อยู่ที่ 157,163 ราย เพิ่มขึ้น 237 ราย

อินโดนีเซีย ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิต จากเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุด ในกลุ่มประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และติดอยู่ในอันดับ 19 ของโลก รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ 3,732 คน ทำให้มียอดสะสมที่ 389,712 คน ส่วนยอดสะสมผู้เสียชีวิต จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของอินโดนีเซีย ล่าสุดอยู่ที่ 13,299 ราย เพิ่มขึ้น 94 ราย

ฝรั่งเศสติดเชื้อโควิด-19 หนัก

ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า พบ ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 2,223 คน ส่งผลให้ขณะนี้ ฟิลิปปินส์ มีจำนวน ผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม อยู่ที่ 370,028 คน โดยมียอดสะสมผู้เสียชีวิต จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ของฟิลิปปินส์ อยู่ที่ 6,977 ราย เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 43 ราย

ทางด้าน กระทรวงสาธารณสุข และกีฬา ของเมียนมา แถลงว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นับถึงเมื่อวานนี้ มีจำนวน 986 คน  ส่งผลให้ขณะนี้ เมียนมา มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมอยู่ที่ 44,774 คน  ถือเป็นจำนวนที่พุ่งขึ้นเกือบ 100 เท่า ภายในระยะเวลา 2 เดือน เท่านั้น เมียนมา มีจำนวนผู้เสียชีวิต จากการติดเชื้อ ไวรัสโควิด-19 สะสมล่าสุดอยู่ที่ 1,095 ราย เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 29 ราย

ทั้งนี้ เมียนมา สามารถรักษาตัวเลขผู้ติดเชื้อไว้ที่ระดับต่ำได้ จนถึงช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยในขณะนั้นเมียนมาพบผู้ติดเชื้อเพียงประมาณ 400 ราย และผู้เสียชีวิตราว 30 รายเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การระบาดระลอกสอง ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่รัฐยะไข่ ซึ่งมีชายแดน ติดกับบังกลาเทศ ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อ พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight