ดูหนังออนไลน์
General

‘ระเบียบรัตน์’ ช่วยครอบครัว ‘ครูจุ๋ม’ แม่ตัดพ้อ ‘พ่อเด็กถีบ’ ทำรุนแรงไป

ระเบียบรัตน์ นำทีมลงพื้นที่หาแนวทางช่วยเหลือครอบครัว “ครูจุ๋ม” หลัง 1 ใน 3 หลานที่อุปการะต้องหยุดเรียน ขณะที่ “แม่ครูจุ๋ม” เปิดใจกรณีลูกถูกทำร้ายขอให้เป็นเรื่องทางกฏหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข พร้อมคณะ เดินทางมาหาแนวทางช่วยเหลือ ในเรื่องผลกระทบของครอบครัว “ครูจุ๋ม” น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง ที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์ วิเทศ ราชพฤกษ์  เนื่องจากหลานทั้ง 3 คน ที่อยู่ในอุปการะของครูจุ๋ม ประสบปัญหาในเรื่องของการเรียน

ระเบียบรัตน์

โดยเฉพาะ น้องบั้ม ที่เรียนอยู่ชั้น ปวช.1 สถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ที่ต้องดรอปเรียน เพราะเกรงว่าจะไม่มีเงินเรียน เนื่องจากครูจุ๋มต้องออกจากงานและต้องคดีหลายสิบคดี

นาง ระเบียบรัตน์ ได้เข้าพูดคุยกับ นางทวี มารดาของครูจุ๋มรวมถึงหลาน พร้อมทั้งเตรียมที่จะประสานโรงเรียน ให้กลับเข้าไปเรียนโดยไม่ต้องดรอปเรียน ซึ่งทางสมาคมจะเป็นผู้เข้ามาดูแลในเรื่องนี้ และหากประสงค์ที่จะเรียนต่อ ทางสมาคมก็จะส่งเรียนจนถึงระดับปริญญาตรี เพื่อที่จะสามารถหางานทำช่วยเหลือครอบครัวได้

นาง ระเบียบรัตน์ เปิดเผยว่า กรณีนี้มาเกี่ยวข้องกับคดีของครูจุ๋ม แต่ทางสมาคมจะเข้ามาดูในเรื่องผลกระทบที่เกิดกับครอบครัว โดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งจะเป็นเยาวชน ที่จะเป็นกำลังสำคัญของบ้านเมือง ถ้าอันไหนสมาคมช่วยได้ ก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

ในส่วนของครอบครัวที่อยากจะประกอบอาชีพ เพื่อที่จะทำให้ครอบครัวสามารถดำเนินต่อไปได้ก็จะช่วยวางแนวทางต่างๆ ต่อไป

ขณะที่ นางทวี เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุครูจุ๋มกลับมาบ้านเพียงครั้งเดียว และไม่กลับมาอีกเลย ซึ่งเท่าที่ทราบ ครูจุ๋มก็ยอมรับผิดในส่วนที่กระทำทั้งหมด แต่กรณีที่ถูกผู้ปกครองทำร้าย ก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย

ส่วนตนเป็นแม่ก็เห็นว่าไม่ควรทำอย่างนี้ เพราะผู้ที่กระทำเป็นผู้ชาย ลูกสาวตนเป็นผู้หญิง และกำลังไหว้ขอโทษ แต่กลับถูกทำร้าย ซึ่งตนเห็นว่ารุนแรงเกินไป

แม่ครูจุ๋ม ร่ำไห้ขอโทษผู้ปกครอง

ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่มีข่าวออกมาใหม่ๆ นั้น แม่ครูจุ๋มเคยให้สัมภาษณ์ ว่า ครูจุ๋มเป็นเสาหลักของครอบครัว ที่ผ่านมาส่งเสียเลี้ยงดูทั้งตนเองที่ป่วยหลายโรค และหลานอีก 3 คนที่อยู่ระหว่างการเรียนหนังสือ

โดยล่าสุดครูจุ๋มเพิ่งกลับมาบ้านเมื่อ 2 วันก่อนและกลับไปกรุงเทพแล้ว โดยครูจุ๋มพูดกับตนในลักษณะหากสังคมคิดว่าตนเลว ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ตนเองก็รู้สึกสงสารลูกเพราะไม่รู้ว่าครูจุ๋มเครียด จากเรื่องของตนที่ป่วยหลายโรค ซึ่งครูจุ๋มก็เพิ่งให้ตนไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชน ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายสูง ตนเองอยากกราบขอโทษทุกๆ คนแทนลูกสาวตน เพราะปกติครูจุ๋มไม่ได้เป็นคนนิสัยเช่นนี้ อาจจะเครียดจากเรื่องปัญหาครอบครัว

เช่นเดียวกับ นายแบงค์ อายุ 17 ปี หลานชายคนโตบอกว่าปกติน้าจุ๋มเป็นคนที่ดูแลทางบ้านมาตลอดและไม่เคยทำเช่นนี้ อาจจะมีจากความเครียดในปัญหาของครอบครัว ซึ่งตนและครอบครัวก็ขอกราบขอโทษแทนน้าจุ๋มของตนด้วย

ระเบียบรัตน์

‘ครูจุ๋ม’ ดำเนินคดีพ่อแม่เด็กโดดถีบ

ทั้งนี้ น.ส.อรอุมา หรือ ครูจุ๋ม ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายชาญวิทย์ น้อยสุขยิ่ง อายุ 37 ปี และภรรยา ผู้ปกครองของน้องเสือ เด็กนักเรียนอนุบาลที่ถูกครูจุ๋ม ทำร้ายร่างกาย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ระหว่างการประชุมผู้ปกครอง ที่โรงเรียนสารสาสน์ วิเทศ ราชพฤกษ์ ซึ่งนายชาญวิทย์ และภรรยา เกิดอาการบันดาลโทสะ ระงับอารมณ์ไม่อยู่ พุ่งเข้าทำร้ายน.ส.อรอุมา หลังเห็นภาพจากกล้องวงจรปิด ที่น้องเสือถูกครูจุ๋มทำร้าย

น.ส.อรอุมา กล่าวว่า ตนขอโทษผู้ปกครอง และนักเรียนทุกคน ขอโทษผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์ทุกคน ตนรับสารภาพว่า ทำร้ายร่างกายเด็กจริง เพราะเกิดความเครียด ตอนนี้รู้สึกผิดมาก ตนต้องขอโทษสังคม

ส่วนเรื่องคดีความก็ให้ว่าไปตามกฏหมาย ตนทำผิดก็ขอยอมรับผิด และในตอนนี้ ก็ไม่ได้ติดต่อกับผู้ปกครองคนไหนเลย สภาพจิตใจตอนนี้ยังไม่โอเคเท่าไหร่ ยังรู้สึกเครียดอยู่ อันไหนที่ผิดก็ยอมรับผิด

ทางด้านนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ กล่าวว่า วันนี้มาในนามโรงเรียนอย่างเป็นทางการ ตามที่พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไป ซึ่งในวันนี้ ได้พา น.ส.อรอุมา ที่ถูกทำร้ายร่างกาย มาแจ้งความดำเนินคดีตามกฏหมาย ซึ่งในคดีนี้ ต้องว่าไปตามหลักฐานที่มี ใครผิดก็ว่าไปตามหลักฐาน

นำหลักฐานมายื่นให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีกับผู้ปกครอง 2 คนที่ทำร้ายร่างกาย น.ส.อรอุมา ตามที่ปรากฏในคลิป เมื่อวันประชุมที่โรงเรียน ซึ่งตนรับผิดชอบทุกคดีของโรงเรียนสารสาสน์ ราชพฤกษ์ทั้งหมด ตอนนี้มีประมาณ 30 คดีแล้ว มีครูต้องเป็นผู้ต้องหา 13 คน ในฐานะที่มาดูแลในเรื่อง คดีก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน ว่ากันที่ศาล

นายเดชา บอกด้วยว่า เบื้องต้นได้รับมอบหมายจากผู้บริหารเครือสารสาสน์ ให้รับผิดชอบด้านคดี ของโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์อย่างเป็นทางการ ในคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยจะขอตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมด ที่ทางผู้ปกครองได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ ทุกอย่างว่ากันไปตามความจริง ถ้าครู หรือพี่เลี้ยงคนไหนรับสารภาพก็ให้ดำเนินคดีไป ส่วนคนไหนที่ไม่ผิด ก็แก้ต่างกันในชั้นศาลตามข้อเท็จจริง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team