Circular Economy

‘GC’ คว้ารางวัลยอดเยี่ยม ‘LCSi’ 2 ปีต่อเนื่อง

GC ไม่หยุดดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อคนไทย คว้ารางวัลโครงการประเมิน และจัดระดับธุรกิจคาร์บอนต่ำ และยั่งยืน (LCSi) ในระดับยอดเยี่ยม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC คว้ารางวัลโครงการประเมิน และจัดระดับธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (LCSi) ในระดับยอดเยี่ยม จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

ในปีนี้ GC ได้รับคะแนนเป็นอันดับที่ 1 โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นผู้มอบรางวัล ภายในงานประกาศรางวัล ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

รางวัลนี้เป็นการยืนยันว่า องค์กรที่ได้รับรางวัล มีความใส่ใจ ความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก และประเทศ เป็นการเชิดชูเกียรติ ให้แก่องค์กรธุรกิจตัวอย่าง และยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับองค์กรอื่นๆ อีกด้วย

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า วันนี้ GC มีความภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม บริษัทยึดมั่นในการนำแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ และผลักดันแนวคิด GC Circular Living เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

“หนึ่งในกลยุทธ์หลักขององค์กร เรากำหนดเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ลง 20% ภายในปี 2573 ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกับเป้าหมายการลด GHG ของประเทศไทย ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงนามพันธสัญญาตาม Paris Agreement”

นอกจากนี้ GC ยังได้ตั้งเป้าหมายที่มีความเข้มข้น ด้วยการตั้งเป้าในการลดการปล่อย GHG ต่อหน่วยการผลิตลง 52% ภายในปี 2593 ตาม Science Based Target และ GC ยังเป็นผู้นำที่มีทิศทางการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคตโดยขยายขอบเขตจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ออกสู่โซ่คุณค่าทางอ้อมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (GHG Scope 3) ซึ่งเป้าหมายทั้งหมดนี้มีส่วนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก (SDG 13 – Climate Action)”

โครงการโดดเด่นที่ GC ได้ดำเนินการที่ผ่านมา และ สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ

  • โครงการ Heat Integrate Deheptanizer Overhead with Benzene Column Reboiler

เป็นการลดการใช้พลังงานไอน้ำ โดยการแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างส่วนบนของหอกลั่นแยกกับเครื่องทำความร้อน (Reboiler) ที่หอกลั่นแยก กลับมาใช้ใหม่ตามหลักการ Heat Integration ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 19,910 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

  • โครงการปรับปรุงโรงกลั่นนํ้ามัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนพลังงานในกระบวนการผลิต 

เป็นโครงการที่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงกลั่นน้ำมัน ด้วยการนำพลังงานความร้อน ที่สูญเสียไปในบรรยากาศกลับมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิต ส่งผลให้มีการใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติที่เตาเผา ระบบผลิตไฟฟ้า และไอนํ้าลดลง โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้มากถึง 18,913 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี เป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ล่าสุดนี้ GC ยังได้เข้าร่วมในโครงการนำร่องกับ TGO ในเรื่องการศึกษาการใช้กลไก Carbon Pricing ในบริษัท เพื่อแสดงให้เห็นว่าการนำแนวคิดทางทฤษฎีมาปฏิบัติจริงในอุตสาหกรรมนั้นจะเกิดประโยชน์อย่างไร

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ GC ดำเนินการผลิตนั้น ได้รับการรับรองเครื่องหมาย Carbon Footprint ครบทั้ง 100% และ Carbon Footprint of Reduction จาก TGO อย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี รวมทั้ง GC ยังมีการวางเป้าหมายนวัตกรรม ที่จะมีผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ และผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Performance & Green Chemicals) เพิ่มเป็น 25% ภายในปี 2573 และยกเลิกการผลิตเม็ดพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งภายในปี 2565

GC ยังได้รับรางวัลอื่นๆ ในงานนี้

รางวัลฉลากลดโลกร้อน (Carbon Footprint of Reduction หรือ CFR) จำนวน 91 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ ผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกความหนาแน่นสูง ผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกความหนาแน่นต่ำเชิงเส้น จากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อผลิตภัณฑ์ได้มากกว่า 2% เมื่อเทียบกับปีฐาน

รางวัลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product หรือ CFP) จำนวน 125 ผลิตภัณฑ์ คิดเป็น 100% ครบทุกผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ ผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกความหนาแน่นสูง ผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกความหนาแน่นต่ำเชิงเส้น ผลิตภัณฑ์สาธารณูปโภค

รางวัลการชดเชยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Neutral) ของรายงานประจำปี และรายงานความยั่งยืนแบบบูรณาการ ประจำปี 2562 จนมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Offsetting)

บริษัทใน GC Group ได้รับรางวัล

บริษัท พีทีที ฟีนอล จำกัด หรือ PTT Phenol ได้รับรางวัลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product, CFP) จำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กลุ่มฟีนอล]

บริษัท จีซี โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด หรือ GCL ได้รับรางวัลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product, CFP) จำนวน 3 บริการ ได้แก่ การบรรจุ การจัดเก็บ และการขนส่งผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก

บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ได้รับรางวัลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product, CFP) จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ รายงานประจำปี ประจำปี 2562 ภาษาไทย รายงานประจำปี ประจำปี 2562 ภาษาอังกฤษ รายงานความยั่งยืนแบบบูรณาการ ประจำปี 2562

บริษัท เอ็ช เอ็ม ซี โพลีเมอส์ จำกัด หรือ HMC ได้รับรางวัลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint of Organization, CFO) จำนวน 1 รางวัล]

บริษัท ไทย เพ็ท เรซิน จำกัด หรือ TPRC ได้รับรางวัลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product, CFP) จำนวน 1 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เม็ดพลาสติก PET

จากการได้รับการยอมรับจากองค์กรสากล (Carbon Disclosure Project หรือ CDP) ในฐานะที่มีการดูแลสิ่งแวดล้อมระดับ A Level และมีความพร้อมจะขยายผลในเรื่องนี้ให้กับภาคส่วนอื่นๆ เพราะ GC มุ่งส่งเสริม และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เชื่อมโยงสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต และการบริโภคให้เกิดความยั่งยืน ลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมโดยรวม และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ระบบเศรษฐกิจ และสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน  ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน

วันนี้ GC Group จึงพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “ความยั่งยืน” ด้วยการเป็นต้นแบบ ในการจัดการดูแลสิ่งแวดล้อม และสอดประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team