COVID-19

‘นักไวรัสวิทยาจีน’ จ่อเปิดหลักฐาน ‘โควิด’ มาจากห้องทดลองอู่ฮั่น

นักไวรัสวิทยาจีน หลบหนีมาอยู่ในสหรัฐ เตรียมเผยหลักฐาน เชื้อโควิด-19 ถูกสร้างขึ้นในห้องแล็บอู่ฮั่น ชี้เรื่องนี้สุดร้ายแรงสำหรับพวกตน ที่รู้ว่าต้นกำเนิดโควิดมาจากที่ไหน

เว็บไซต์นิวยอร์กโพสต์ รายงานกรณี ดร.หลี่ เมิ่งเยี่ยน นักไวรัสวิทยาหญิงชาวจีน ออกมาเปิดเผยเรื่องที่สร้างความตกตะลึงอีกครั้ง เกี่ยวกับการก่อกำเนิดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 900,000 ราย และมีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้วเกือบ 29 ล้านคน

ดร.หลี่ ซึ่งหลบหนีออกจากฮ่องกง มายังสหรัฐ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อ้างว่า เธอมีหลักฐานยืนยันว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 ถูกสร้างขึ้นมาในห้องทดลอง ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ซึ่งเป็นห้องทดลองที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีน

ระหว่างการให้สัมภาษณ์ต่อรายการ “Looose Woman” จากสถานที่ ที่เธอหลบซ่อนอยู่เพื่อความปลอดภัย เธอบอกด้วยว่า กำลังเตรียมที่จะเปิดเผยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เชื้อไวรัสโควิด-19  เป็นเชื้อโรคที่ถูกสร้างขึ้นมาในสถาบันไวรัสวิทยา เมืองอู่ฮั่น  และว่า ทางการจีนเอง ก็รู้เรื่องนี้ดี

“ลำดับจีโนมของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็เหมือนกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ดังนั้น บนพื้นฐานนี้ คุณสามารถระบุสิ่งเหล่านี้ได้ ดิฉันใช้หลักฐานนี้ในการบอกผู้คนว่า ทำไมเชื้อโควิด-19 จึงมาจากห้องทดลองในจีน และทำไมเชื้อโควิด-19 จึงเป็นเพียงสิ่งที่คนสร้างขึ้นมา”

เธอบอกว่า เตรียมจะตีพิมพ์รายงาน ที่มีหลักฐานประกอบว่า ไวรัสตัวนี้เป็นเชื้อที่คนสร้างขึ้น ไม่ได้มาจากธรรมชาติ

“ไม่ว่าใครก็ตาม ต่อให้ไม่มีความรู้เกี่ยวกับชีววิทยาเลย คุณก็สามารถอ่านได้ เพราะคุณสามารถตรวจสอบ ระบุ และพิสูจน์ความจริงด้วยตัวของคุณเอง”

ดร.หลี่ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องร้ายแรงมาก สำหรับพวกเธอ ที่รู้ว่าต้นกำเนิดของเชื้อโควิด-19 มาจากไหน เพราะถ้าเอาชนะไม่ได้ เชื้อโรคนี้ก็จะกลายเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของมนุษย์ทุกคนบนโลก และสาเหตุที่เธอต้องออกมาเปิดเผยในตอนนี้ เป็นเพราะเธอรู้ว่า ถ้าหากไม่บอกความจริงแล้ว เธอจะรู้สึกเสียใจ

ดร.หลี่  ถือเป็นนักวิทยาศาสตร์จีน รายล่าสุด ที่ออกมาอ้างถึง จุดกำเนิดของเชื้อไวรัสโควิด- 19 โดยเธอกล่าวหารัฐบาลจีนว่า พูดโกหกมาตลอด เกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 อีกทั้งการที่ทางการจีนอ้างว่าพบเชื้อไวรัสมรณะนี้ครั้งแรก ในตลาดสดที่เมืองอู่ฮั่นนั้น เป็นเพียงแค่ฉากบังหน้าเท่านั้น เพราะไวรัสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

เธอยังอ้างว่า ทางการจีนได้ลบข้อมูลส่วนตัวของเธอ ในระบบฐานข้อมูลของรัฐบาลจีนทิ้งทั้งหมด และพยายามให้คนปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับตัวเธอ รวมทั้งกล่าวหาเธอว่าเป็นคนพูดโกหก

นักไวรัสวิทยาหญิงชาวจีนรายนี้ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์น เมดิคอล ในจีน โดยขณะที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดนั้น เธอทำงานอยู่ที่ วิทยาลัยสาธารณสุขฮ่องกง ของมหาวิทยาลัยฮ่องกง รวมทั้ง การทำงานวิจัยด้านไวรัสวิทยา และภูมิคุ้มกันวิทยา

ดร.หลี่  เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกๆ ที่ศึกษาเรื่องไวรัสโคโรนา เมื่อมีหัวหน้าทีมมาขอให้ช่วยศึกษาเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคคล้ายซาร์ส ที่เริ่มปรากฏขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยขณะที่ศึกษาค้นคว้าอยู่นั้น เธออ้างว่า ตนเองไปเจอตอที่ทางการพยายามปกปิด เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการติดต่อระหว่างมนุษย์ นอกจากนี้ทางการยังเพิกเฉยต่อรายละเอียดว่าไวรัสมีต้นตอมาอย่างไร

เมื่อยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอรู้สึกว่า เป็นหน้าที่ และจริยธรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องเปิดเผยเรื่องราวให้คนรู้

“ดิฉันเป็นแพทย์และดุษฎีบัณฑิต ดิฉันทำงานกับผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในโลก เพราะมีสองปริญญาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ดิฉันได้รับมอบหมายให้สอบสวนอย่างลับๆ ถึงอาการป่วยที่ปอดแบบใหม่ในอู่ฮั่น”

“ตอนที่ดิฉันพบหลักฐาน และรายงานต่อผู้บังคับบัญชา กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะทุกคนต่างกังวล ดังนั้นดิฉันจึงเงียบไว้ก่อน แต่รู้ว่าถึงอย่างไรก็ต้องบอกผู้คน ซึ่งตอนนั้น ไม่มีใครแสดงปฏิกริยาอะไรเลย กับรายงานที่ดิฉันบอกว่า ไวรัสติดต่อจากคนสู่คนได้ เพราะทุกคนกลัวรัฐบาล”

อย่างไรก็ตาม หลังจากนักวิจัยหญิงเผยแพร่ข้อมูลออกไป คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน ก็แถลงปฏิเสธ และว่าไม่มีหลักฐานยืนยันใดๆ ว่าไวรัสหลุดออกมากจากห้องทดลอง อีกทั้งจีนยังเร่งรับมือทันทีทันใด เพื่อหยุดการระบาดของเชื้อ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team