ดูหนังออนไลน์
Politics

อยากได้ความยุติธรรม! พ่อ-แม่คาใจ ลูกสาวฉีด ‘วัคซีนมะเร็งปากมดลูก’ ดับ

กรณี  “น้องครีม” เด็กอายุ 11 ขวบฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่โรงเรียน หลังจากนั้นมีอาการแน่นหน้าอก อาเจียน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ครอบครัวติดใจสาเหตุการตายเป็นอย่างมากว่าเกิดจากอะไร มีประชาชนจำนวนมากรู้สึกกลัวกับวัคซีนตัวนี้

รายการโหนกระแสวันที่ 1 กันยายน “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้สัมภาษณ์ “รุ่งทิพย์ ทองพูน” แม่น้องครีม “สุรพจน์ สุขขะ” พ่อน้องครีม “นพ.จินดา โรจนเมธินทร์” ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ “ดร. มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล” รองประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความ

คุณพ่อคุณแม่อายุเท่าไหร่

สุรพจน์ :  32 ครับ

รุ่งทิพย์ : 31 ค่ะ

มีลูกกี่คน

รุ่งทิพย์ : คนเดียวค่ะ

เหตุการณ์ที่เกิดลองเล่าให้ฟัง

รุ่งทิพย์ : วันศุกร์ที่ผ่านมา น้องไปโรงเรียนปกติ กินได้ไม่มีอะไร ไปส่งน้องที่บ้านอีกหลัง เพื่อให้อาไปส่งที่โรงเรียน ปกติดีตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดี ไม่มีอะไรเลย วันนั้นมีฉีดวัคซีน หนูไม่รู้ น้องบอกว่าช่วงเที่ยงคุณครูให้นอนพักผ่อน ก็สงสัยว่าให้นอนทำไม น้องบอกว่าครูให้นอนทั้งห้อง แต่หนูเวียนหัว หนูหลับไปเลย ตื่นมาอีกทีก็เวียนหัว เพื่อนบอกว่าตัวร้อน เป็นไข้แน่เลย หลังจากนั้นก็เข้าแถวบ่ายสองฉีดวัคซีน แต่ไม่มีการวัดไข้นะคะ

ตอนไปโรงเรียนเขามีการวัดไข้แต่เช้า โรงเรียนวัดมั้ย

รุ่งทิพย์ : เคยไปส่งปกติ เจ็ดโมงเช้าทุกวัน ไม่เคยเจอโรงเรียนวัดไข้ ก็ถามอาที่ไปส่ง เขาก็บอกว่าไม่มีการวัดไข้ แต่ไม่รู้ว่าหลังเจ็ดโมงมีวัดไข้หรือเปล่า

สุรพจน์ : ทางโรงเรียนบอกว่าที่โรงเรียนมีทางเข้าหลายทาง

รุ่งทิพย์ : หนูยืนยันว่าเราส่งหน้าโรงเรียน จะเข้าทำไมหลังโรงเรียน

อาการปกติไม่มีไข้

รุ่งทิพย์ : กินได้ปกติ หลังตอนกลับมา ลูกเล่าเราเองค่ะ ฉีดเสร็จเลิกเรียนบ่ายสามครึ่ง อาบอกว่าน้องบ่นว่าปวดแขน จุกเหมือนคลื่นไส้อาเจียน อ้วกไปหนึ่งที อาให้กินยาพาราแล้วให้นอน หนูก็ไปรับลูกช่วง 6 โมง เลิกงานพอดี น้องไม่สบาย แต่ดีขึ้น เขาบอกว่ามีฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกมา หนูก็ไม่รู้ค่ะ

โรงเรียนบอกว่าแจ้งผู้ปกครองแล้ว

รุ่งทิพย์ : น้องอยู่บ้านย่า มีแต่คนแก่ เขาก็น่าจะแจ้ง แต่หนูไม่รู้รายละเอียด กลับบ้านมาน้องยังบ่นว่าจุกอก ปกติกินเก่ง กินทุกอย่าง แต่อันนี้ไม่กิน พอตกเย็นให้กินพารานอนก็ปกติ บ่นว่าเหมืนอจะอ้วก เช้ามาวันเสาร์ก็ถามว่าไปโรงเรียนมั้ย ลูกก็ลุกเลย ด้วยความอยากไปเรียน ชอบเจอเพื่อน แต่งตัวเสร็จก็ไปส่งที่โรงเรียน เจ็ดโมงเหมือนเดิม

ตื่นมาตอนเช้าวันเสาร์มีอาการอะไรมั้ย

รุ่งทิพย์ : ไม่ค่ะ เหมือนบ่นเฉยๆ แต่น้องบอกว่าไหว เพราะยายถามว่าจะไปเหรอ น้องบอกว่าไป หนูก็ไปส่ง 7 โมงแล้วก็กลับ หลังจากนั้นอาเล่าว่า ครูมาส่งน้องที่บ้าน น้องมีอากาารหน้าซีด ปากซีด อ่อนแรง ตอนนั้นคร่าวๆ คิดว่า 8 โมง แต่รายละเอียดถามอา อาบอกว่าประมาณ 10 โมง

หนูเห็นอาโพสต์เฟซว่าลูกไม่สบายก็ไปรับลูกหาหมอ เพราะแม่บ่นให้พาหลานไปหาหมอ น้องบอกว่าน้องจุก อยากอ้วก และไม่กิน ปกติกินเก่งมาก หนูเลยพาไปโรงพยาบาล พอไปถึงโรงพยาบาล หมอก็ตรวจความดัน วัดไข้ ได้ 39 ก็ไปเจาะเลือดวัดไข้เลือดออก รอประมาณครึ่งชั่วโมง น้องก็บ่นว่าจุก เสร็จหรือยัง

พอผลออกมาไม่มีอะไร หมอก็ถามประวัติว่าไปฉีดวัคซีนมา แล้วเป็นอะไรหรือเปล่า เขาถามกับน้อง น้องก็เล่าว่าไปเรียนแล้วนอน ตื่นมาเวียนหัวตัวร้อน เพื่อนบอกว่าตัวร้อน เขาก็ให้หนูเข้าแถวฉีดยาเลย ประมาณบ่ายสอง วันที่ 28

หมอก็คุยอะไรนี่แหละ เขาก็คุยกันเอง บอกว่าน่าจะแพ้ยา หนูได้ยินค่ะ ถ้าอย่างนั้นให้ไปรับยา อีก 3 วันนัดมาหาหมออีกที ประมาณบ่ายสาม พยายามให้น้องกินข้าว หนูทำข้าวไม่คิดว่าจะเป็นมื้อสุดท้ายให้น้อง น้องกินก็พยายามแค่นๆ ซื้อนมให้กินไม่ถึงครึ่งขวด เพื่อต้องการให้กินยา แล้วก็นอนเช็ดตัวให้ปกติ หนูชอบอาบน้ำสระผมให้น้อง แต่วันนั้นเช็ดตัวขึ้น แล้วก็นอน พอตกดึกเกือบห้าทุ่มน้องอ้วก บอกว่าจะอ้วก แน่นหน้าอก ก็บอกให้ลูกไปอ้วกสิ แล้วก็ได้ยินเสียงลูกอ้วก เขาบอกว่าหิวน้ำ

ช่วงนั้นก็จนถึงตีหนึ่ง น้องเข้าห้องน้ำบ่อยมาก จนน้องอ้วกมาหมดเลย เปื้อนที่นอน หนูก็ดุน้อง เพราะเราไม่รู้ รื้อที่นอนแล้วปูใหม่ น้องก็ไปอ้วกในห้องน้ำ ได้ยินเสียงอ้วกในกระโถนดังมาก แล้วน้องก็เงียบไป พอเรียกเขาก็ไม่พูด พอไปเห็นน้องล้มไปแล้ว (เสียงสั่นเครือ)

หนูก็อุ้มน้องลากออกมา หนูอุ้มไม่ไหว น้องตัวใหญ่ ก็เรียกน้อง น้องนิ่งไปแล้ว หนูรีบดูหัวใจน้องว่าเต้นมั้ย ก็ตะโกนลั่นบ้านให้ไปส่งโรงพยาบาล พอไปถึงโรงพยาบาล พยาบาลก็ปั๊มหัวใจเป็นชั่วโมงเขาบอกว่าน้องไม่อยู่แล้ว

พ่อติดใจตรงไหน

สุรพจน์ : ติดใจทั้งหมด ทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียน และเป็นขั้นตอนการทำงานของหมอที่ฉีดวัคซีน วัดไข้ก่อนฉีดหรือเปล่า แล้วสามก็ทางโรงพยาบาลที่รักษา คนไข้มีไข้สูง แต่ไม่แอทมิด ปล่อยให้กลับบ้าน อาการแน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียนเป็นอาการแพ้ยาหรือเปล่า

ประเด็นที่เกิด ส่วนต้องรับผิดชอบ ในมุมข้อกฎหมายทำอะไรได้บ้าง

ดร.มนต์ชัย : ต้องแยกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือจุดเริ่มต้นของการนำยาเข้าสู่ร่างกาย ตามปกติพยาบาลหรือหมอต้องมีการถามว่า น้องแพ้ยาไหม มีอาการอะไร จุดนี้ให้ความเป็นธรรมเขา ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฎ แต่ในทางปกติต้องมีการสอบถาม เมื่อมีการฉีดเข้าไปแล้วไม่ได้มีการถาม ตามความเห็นผมเป็นความประมาท ขาดความระมัดระวัง แน่นอนในส่วนความรับผิดโรงพยาบาล  ก็คือสังกัดสาธารณสุขอาจต้องมีส่วนด้วย

ถ้าพยาบาลท่านนั้น หรือคุณหมอที่ดูแลโปรเจคนี้ งานนี้ไม่มีการถาม เป็นความประมาท ให้เด็กถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสน

แต่ในส่วนการรักษาพยาบาล ผมว่ากรณีนี้ถ้าฟัง ก็ต้องให้ความเป็นธรรมคุณหมอ ไม่ทราบว่าเขารักษาตามอาการ หรือเขารู้ไหมว่า นี่คืออาการแพ้ยา ตามปกติเมื่อ 39 องศา น่าจะต้องแอทมิดเป็นปกติ แต่ทำไมถึงปล่อยให้กลับบ้าน ผมเข้าใจว่าเคสนี้ต้องมีการผ่าชันสูตรพลิกศพ ผลจะออกมาอีก 20-30 วัน

ผลนั้นจะเป็นตัวบอกว่าลูกเสียชีวิตอย่างไร ถ้าเกิดประมาทในการฉีดยา หรือการรักษาเอาผิดได้ มีแนวทางคำพิพากษาเพียบ เอาผิดไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล ต้นสังกัดของการรักษาในวันเสาร์ หรือว่าต้นสังกัดหน่วยงาน ที่เอายามาฉีดเรา รวมทั้งโรงเรียน ถ้าคุณครูประจำชั้นรู้อยู่แล้วว่าตัวเด็กไม่สบาย ยังเอาไปฉีด ผมถือว่าเป็นความประมาทอย่างร้ายแรงครับ

มุมโรงเรียนเขาบอกว่า เขาไม่รู้ว่าน้องครีมไม่สบาย

สุรพจน์ : บอกไม่รู้เป็นไปได้ยาก การเอาเด็กไปฉีดวัคซีนต้องถามคำถามเด็ก และเด็กก็โตตอบโต้ได้อยู่แล้ว

รุ่งทิพย์ : เพื่อนในห้องยังรู้เลย แล้วเด็กแค่ 6 คนเท่านั้น น่าจะรู้ว่าไม่สบาย เพราะเขาก็สนิทกับคุณครู

น้องเคยมีอาการหอบเหนื่อยเรื่องหัวใจมั้ย

รุ่งทิพย์ : ไม่มีค่ะ น้องแข็งแรง ไม่เคยเช็กหัวใจ เพราะประวัติไม่มี ป่วยหนักๆ ไม่มี

ดร.มนต์ชัย : แพทย์ลงความเห็นว่าน้องเสียชีวิตเพราะอะไร

รุ่งทิพย์ : หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

อยู่ในสายกับ “พญ.สุชาดา เจียมศิริ” ผอ.กองโรคป้องกันด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กรณีที่เกิดขึ้น เห็นว่าวันนี้จะลงพื้นที่อยุธยา

พญ.สุชาดา : ใช่ค่ะ ตอนนี้อยู่อยุธยาค่ะ ตอนนี้ได้รับทราบข่าวว่า มีการหยุดฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก แต่ถามว่าจำเป็นต้องหยุดไหม จริงๆ ก็ไม่จำเป็น แต่เพื่อให้ประชาชนมั่นใจ จะชะลอไว้ก่อนก็ไม่มีปัญหาค่ะ

กรณีเยียวยา จะดูแลยังไงได้บ้าง

พญ.สุชาดา : จริงๆ ประเทศเรา มีกฎหมายรองรับการเยียวยาในกรณีคล้ายๆ อย่างนี้ แต่ต้องเป็นการตกลงกันของสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง และผู้ปกครองผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย

จริงๆ ต้องมาคุยกันในรายละเอียด อาจไม่สามารถบอกทางโทรศัพท์ได้ เรามีทีมมาคุยกับคุณพ่อคุณแม่ แต่ไม่แน่ใจว่าจะกลับมาคุยกับเราทันไหม ถ้าทันจะได้คุยกันเรื่องนี้ ทางสาธารณสุขจังหวัดได้เตรียมรายละเอียดเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ด้วยค่ะ

กรณีนี้คนที่ไปฉีดวัคซีนที่โรงเรียน เป็นหมอหรือเปล่า

พญ.สุชาดา : ต้องเรียนว่า ในระบบนี้ไม่ได้มีแค่หมอ และพยาบาล มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้วย ในการให้บริการประชาชน ไม่งั้นเราจะตั้งสาธารณสุขไม่ได้ทุกตำบลเหมือนที่ประเทศเรามี

อย่างไรก็ตาม เรื่องการให้วัคซีนเป็นการให้บริการขั้นพื้นฐาน อยู่ภายใต้สถานีอนามัยของทุกตำบลที่อยู่ในประเทศไทย เป็นเรื่องปกติ ในการให้บริการด้านสาธารณสุข ประเทศอื่นก็เป็นเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคนฉีดวัคซีนต้องเป็นพยาบาลหรือแพทย์เท่านั้น

สรุปว่าอาจเป็นเจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่หมอ พยาบาล แต่มีความรู้

พญ.สุชาดา : ใช่ค่ะ และทุกคนต้องผ่านการฝึกอบรมว่า เวลาให้วัคซีนต้องทำยังไง ไม่ใช่เอาใครมาก็ได้นะคะ คนให้บริการนี้อย่างน้อยต้องจบปริญญาตรีด้านสาธารณสุขศาสตร์มา

จำเป็นไหม ที่เจ้าหน้าที่ต้องถามเด็กว่า มีอาการป่วยไข้ไม่สบายมั้ย หรือจำเป็นไหม ที่เขาต้องรู้เรื่องการฉีด และให้คำแนะนำต่างๆ นานาก่อน หรือวัดไข้

พญ.สุชาดา : แน่นอนค่ะ เรื่องซักประวัติเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องถามอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ซักประวัติอย่างเดียว เขาจะต้องถูกฝึกให้สังเกตอาการผู้ป่วย มีการจับเนื้อจับตัวดูด้วย เพราะบางทีเด็กอาจไม่ได้บอก หรือบอกไม่ได้

กรณีลูกคุณพ่อ ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย จากการที่เราได้ถามเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ เขาบอกว่ามีการถาม จับเนื้อจับตัวว่าน้องมีไข้หรือเปล่า ซึ่งเราก็ได้ข้อมูลว่าในวันให้บริการมีลักษณะทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ที่ให้วัคซีนได้

พ่อติดใจเรื่องอะไร

สุรพจน์ : เด็กกลับมาบ้าน มาบอกผู้ปกครอง ว่าไม่มีการวัดไข้ก่อนตรวจ

รุ่งทิพย์ : ถ้าบอกว่ามีการจับเนื้อจับตัว เป็นไปไม่ได้

สุรพจน์ : ขนาดเพื่อนจับตัวน้องครีมยังรู้เลยว่าน้องตัวร้อน

รุ่งทิพย์ : แล้วทำไมหมอถึงไม่รู้

นี่คือฝั่งที่คุณพ่อคุณแม่บอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพื่อนๆ จับตัวเด็กยังรู้เลยว่าตัวร้อนมาก น่าจะป่วยด้วย เด็กกลับมาบ้านเขาก็ถาม เด็กบอกว่าไม่ได้วัดอะไรเลย

สุรพจน์ : “ตอนไปโรงพยาบาลมหาราช เด็กบอกกับหมอเองว่าไม่มีการวัดไข้ก่อนฉีดยา

เป็นไปได้ไหม ที่เจ้าหน้าที่คนนั้นอาจพลาดในสิ่งนี้

พญ.สุชาดา : ต้องบอกว่าเวลาฉีดวัคซีน เราไม่ได้วัดไข้ด้วยปรอท หรือไข้ทุกรายอยู่แล้วค่ะ อันนี้เป็นเรื่องที่น้องได้อธิบายให้คุณพ่อฟังก็ถูกต้อง เป็นไปได้

แต่ต้องเรียนว่าคนป่วย บางทีวัดไข้ไม่มีไข้ก็ยังมี การวัดไข้อย่างเดียวไม่ได้บอกว่า น้องมีอาการอยู่ในระดับที่รับวัคซีนได้หรือไม่ แต่ที่สำคัญคือทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ต้องดูภาพรวม ดูรีแอ็กชั่นของน้อง ดูอาการจากภาพรวม ว่าน้องซึมมั้ย

แต่อันนึงที่เจ้าหน้าที่ต้องเรียนรู้ ถ้าคนไข้บอกว่ามีไข้ มีอาการเจ็บป่วย อาจจำเป็นเรื่องฉีดวัคซีนไปก่อน แต่ต้องเรียนว่าในเชิงปฏิบัติปกติ ถ้าเด็กมีไข้ต่ำๆ หรือเป็นหวัด เราไม่ได้ห้ามให้เจ้าหน้าที่ฉีด เป็นหวัดเล็กน้อย มีไข้ต่่ำๆ สามารถฉีดวัคซีนได้

ดร.มนต์ชัย : กรณีถ้าเกิดเป็นไข้สูงถึง 39 องศา เราควรฉีดวัคซีนไหม

พญ.สุชาดา : ถ้า 39 องศา จับตัวก็รู้แน่ว่ามีไข้สูง ปกติเราจะไม่ได้วัคซีนค่ะ

ดร.มนต์ชัย : อาการไข้สูงจะสังเกตได้ง่ายใช่ไหม

พญ.สุชาดา : ได้แน่นอน ถ้าเพื่อนร่วมชั้นยังบอกได้ เจ้าหน้าที่ก็ต้องรีเช็กได้ ตอนที่เขามาเจอน้อง และมีไข้ แต่บางทีเรื่องไข้เป็นเรื่องลำบากเหมือนกัน อย่างโควิดบางทีไม่มีไข้ไม่ได้หมายถึงไม่ป่วย อาจไปเจอน้องตอนที่ไม่มีไข้

ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ วัคซีนมะเร็งปากมดลูก ความอันตรายมีไหม

นพ.จินดา : จริงๆ ต้องเรียนว่า วัคซีนมะเร็งปากมดลูกคิดค้นกันมานานแล้ว ตั้งแต่ปี 2549 องค์การอาหารและยาอเมริกา เขาก็ยอมรับว่าให้ใช้เป็นวัคซีนที่ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ เมืองไทยเองก็มีอย. ได้รับรองว่าสามารถใช้ได้ตั้งแต่ปี 2550

อันตรายมีมั้ย

นพ.จินดา : “เนื่องจากมีความปลอดภัยสูงและใช้มานาน ผลข้างเคียงถือว่าน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นการฉีดวัคซีนทั่วไป

ในเมืองไทยเคยมีเคสอย่างนี้มั้ย

นพ.จินดา : “เท่าที่สืบค้นดู ไม่เคยมีนะครับ แม้กระทั่งเว็บไซต์ WHO ก็เขียนไว้เลยว่าไม่เคยพบผลข้างเคียงที่รุนแรงเสียชีวิต

กรณีเด็กผู้หญิงต้องอายุเท่าไหร่ควรต้องฉีด

นพ.จินดา : อายุ 9-14 ปี เพราะช่วงนี้เป็นช่วงตอบสนอง ต่อการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้เป็นผลดี และฉีด 2 ครั้ง ครั้งแรกและหลังนั้นอีก 6 เดือน

น้องฉีดกี่ครั้ง

รุ่งทิพย์ : ครั้งที่ 2 ครั้งแรกไม่รู้เลย เพราะเขาอยู่กับย่า น้องไม่มีอาการอะไรเลย

ถ้าจะพูดตรงๆ ถ้าจะแพ้ต้องแพ้ครั้งแรก หรือครั้งแรกไม่แพ้ แต่แพ้ครั้งที่ 2 มีไหม

นพ.จินดา : อย่างที่เรียนว่า แพ้ คำนิยามคืออะไร ถ้าฉีดไปมีไข้ ปวดบวมแดงร้อน ภาษาชาวบ้านทั่วไป อย่างนั้นเรียกว่าแพ้ ต้องบอกว่านั่นคือเป็นผลข้างเคียง แต่ถ้าหมายถึงอาการแพ้จนเสียชีวิต ผมคิดว่าการที่ครั้งที่หนึ่งไม่เป็น แล้วครั้งที่สองมาเป็นโอกาสน่าจะน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไม่ได้ แต่โอกาสน่าจะน้อย

วัคซีนตัวนี้ถ้าอยู่ดีๆ ไข้สูงไปฉีดเข้าไป จะมีผลไหม

นพ.จินดา : อย่างที่ผอ.สุชาดาเรียน เมื่อไหร่ที่มีไข้สูงเราจะเลี่ยงการฉีดวัคซีนไป แต่ถ้าเป็นไข้เล็กๆ น้อยๆ ประเมินแล้วก็ให้ฉีดได้ ก็มีในทางปฏิบัติเช่นเดียวกัน

กรณีนี้ผอ.สุชาดา บอกว่าคนไปฉีดอาจเป็นเจ้าหน้าที่อนามัย เป็นไปได้ไหม ที่อาจพลาดพลั้ง ไม่ได้ถามเด็ก สองด้วยวุฒิภาวะ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อาจประมาทเลินเล่อทำให้มีผลเสียตามมา เป็นไปได้มั้ย

นพ.จินดา : “ยากที่จะให้ความเห็น แต่โดยมาตรฐานวิชาชีพ เขาก็มีมาตรฐานในการทำงาน ก็ต้องเชื่อมั่นว่าเขาให้บริการประชาชนด้วยจิตสาธาณรณะ เขาก็ต้องมีความรับผิดชอบ แต่ถ้าจะให้ความเห็นแบบที่ถาม ก็เป็นเรื่องลำบาก

ตอนนี้คนกลัวเรื่องการฉีด อยากให้บอกว่าจริงๆ มันไม่ได้น่ากลัว

นพ.จินดา : “อย่างที่เรียนเบื้องต้น หนึ่งไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ สองเว็บไซต์ WHO ก็แสดงข้อมูลให้เห็นชัดเจนว่า ไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แล้ววัคซีนนี้ใช้มาเป็น 10 ปีแล้ว มีผลทำให้อุบัติการณ์มะเร็งปากมดลูกลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ถ้ามองภาพรวมประโยชน์ ก็เป็นประโยชน์ในวงกว้าง

ดร.มนต์ชัย : กรณีที่คุณหมอทราบว่าน้องแพ้ยา การให้การรักษาของหมอ ต่ำหรือว่ายังไง

นพ.จินดา : ตอนน้องไปรพ. คุณหมอก็ตรวจวัดไข้ได้ 39 คุณหมอไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตรวจเลือด เพราะสิ่งที่คุณหมอกังวลคือไข้เลือดออก แต่พอคุณหมอเห็นผลเลือดแล้ว คุณหมอก็ค่อนข้างมั่นใจว่า ไม่ใช่ไข้เลือดออก และได้ประวัติเพิ่มเติมว่าน้องไปฉีดวัคซีน

ถ้าให้คาดเดาก็อย่างที่เราทราบ เวลาฉีดวัคซีนโอกาสเกิดไข้ก็คงจะมี ผมเข้าใจว่าสมมติฐานตอนนั้น น่าจะเข้าใจว่าไข้เกิดจากวัคซีน ประโยคที่คุณแม่ได้ยินว่าแพ้ยา บางทีเป็นผลข้างเคียง ไม่ได้เป็นเรื่องแพ้ยา บางครั้งเวลาปฏิบัติพูดจาสื่อสาร อาจมีการสื่อในลักษณะคลาดเคลื่อนบ้าง

อย่างไรก็ตาม น้องมีการผ่าศพ ชันสูตรพลิกศพน่าจะมีผลจากตรงนั้น ก็อยากให้รอผลทั้งหมดอย่างเป็นทางการแล้วค่อยพิจารณากันอีกที”

เรื่องทั้งหมดอยากให้จบลงตรงไหน

สุรพจน์ : ตอนนี้อยากรู้สาเหตุที่แท้จริงด้วย และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความรับผิดชอบ ชีวิตเด็ก พ่อแม่เราก็ทำใจยาก เพราะเรามีลูกคนเดียว”

รุ่งทิพย์ : อยากให้ได้รับความยุติธรรม หลังฉีดวัคซีน น้องบ่นแน่นหน้าอก ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย บ่นเรื่องแน่นหน้าอก หนูก็คาใจอยู่ตรงนี้ ก็อยากให้ได้รับความยุติธรรม เราไม่ได้อยากได้รับเงินนะคะ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team