ดูหนังออนไลน์
Business

‘เจ้าสัวธนินท์’ แชร์กลยุทธ์ฟื้นศก.ไทย ดึงมหาเศรษฐีระดับโลก-ขายพันธบัตร

เจ้าสัวซีพี แนะแนวทางพลิกเศรษฐกิจไทย ชูจุดแข็งด้านการแพทย์ ดึงมหาเศรษฐกิจระดับโลกมาไทย ช่วยฟื้นท่องเที่ยว พร้อมขายพันธบัตร 30 ปี กู้เงิน 3 ล้านล้าน ต่อลมหายใจธุรกิจ

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผยว่า วิกฤติโควิด-19ทำให้โลกเปลี่ยนอย่างมหาศาลไม่เฉพาะในประเทศไทย เช่นองค์กรต่าง ๆ มีการทำงานจากที่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในช่วงที่ผ่านมาจึงคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีทำให้ต่อไปสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ

“วิถีชีวิตปกติใหม่ (New Normal) จะทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลับมาเติบโตมากขึ้นเช่นเดียวกับการศึกษาออนไลน์ การซื้อสินค้าออนไลน์ และสังคมไร้เงินสด ถ้าคนทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศก็หมายความว่าไปเที่ยวก็ทำงานได้”นายธนินท์กล่าว

ทั้งนี้มองว่า วิกฤติเป็นแค่สิ่งชั่วคราว ไม่ได้อยู่ตลอด สิ่งที่ต้องทำคือ เตรียมพร้อมสำหรับโอกาสใหม่ที่จะมีเข้ามา เช่นเรื่องการท่องเที่ยวจะฟื้นเศรษฐกิจได้เร็วที่สุด ถ้าทำให้คนเชื่อมั่นว่ามาเมืองไทยแล้วปลอดภัย ไม่ต้องรอจนมีวัคซีน ต้องทำเดี๋ยวนี้ ถ้าทุกอย่างสงบทำไมเขาต้องมาบ้านเรา เพราะไทยน่าจะเป็นโควิดมากกว่าหลายประเทศ แต่เราติดน้อยที่สุด และเสียชีวิตน้อยที่สุด แสดงว่าหมอไทย การแพทย์ไทยเก่งที่สุด

สำหรับการฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย อาจเริ่มได้จากการเจาะกลุ่มมหาเศรษฐีในประเทศต่าง ๆ เช่น ในจีน, อเมริกา และยุโรป ให้มาท่องเที่ยวในเมืองไทยโดยใช้จุดแข็งเรื่องการแพทย์ทำให้เห็นว่ามาเมืองไทยปลอดภัยและสะดวกสบาย ซึ่งรัฐบาลต้องมีมาตรการอำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ ยังส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องในธุรกิจท่องเที่ยว เช่น โรงแรมห้าดาวในไทยอาจไปลิงก์กับบริษัททัวร์ห้าดาวให้ไปชักชวนมหาเศรษฐีอเมริกา จีน และยุโรปมาเที่ยว เหมาเครื่องบินทั้งลำมา ขณะที่ไทยต้องเตรียมพร้อมทั้งโรงแรมห้าดาว โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง เพื่อให้มหาเศรษฐีได้พักผ่อนอยู่ในโรงแรมอย่างดี

“ผมเชื่อว่ามีคนที่อยากมาถ้าเขาเห็นว่ามาแล้วเขาปลอดภัยกว่า ถ้าเราดึงมาได้สักล้านคนก็เท่ากับ 4-5 ล้านคน คนมีเงินมาอยู่ได้เป็นเดือน บางคนสองสามเดือนยังได้ เป็นกลุ่มหนีตาย เพราะอยู่บ้านเขาเตียงไม่พอ ยาไม่พอ”นายธนินท์กล่าว

ขณะที่การปิดประเทศหรือมาตรการล็อกดาวน์ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าประเทศจะสูญเสียรายได้เฉลี่ยวันละหมื่นกว่าล้านบาท หรือเดือนละ 4-5 แสนล้านบาท แต่ถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพื่อลดการระบาดของเชื้อไวรัสจนสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทำให้สามารถเริ่มผ่อนปรนล็อกดาวน์ลงบ้างแล้วในขณะนี้

พร้อมกันนี้ยังมองว่า รัฐบาลควรออกพันธบัตร อายุ 30 ปี กู้มา  3 ล้านล้าน เพื่อนำมารักษากำลังซื้อ ให้ธุรกิจก็พออยู่ได้ โดยการขายพันธบัตรในต่างประเทศ แล้วนำเงินมาช่วยบริษัทไทยที่ดี ๆ เช่น ให้กู้ดอกเบี้ยต่ำ 10 ปี เพื่อให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพราะหากบริษัทปิดโรงงานปิดเครื่องจักร กว่าจะกลับมาฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ไม่ง่าย เหมือนการสร้างบ้านสร้างตึกต้องใช้เวลาหลายปีแต่ระเบิดทิ้งแค่ไม่กี่วินาที และเมื่อธุรกิจไปต่อได้รัฐบาลก็จะได้กลับคืนเป็นภาษี

ปัจจุบัน เครดิตด้านการเงินการคลังของประเทศไทย ถือว่าอยู่ในระดับท็อปของโลกและดีกว่าหลายประเทศในโลก รัฐบาลจึงควรใช้เครดิตที่ดีไปนำดอกเบี้ยถูก ๆ มาจากทั่วโลก ไม่ใช่ออกพันธบัตรมาเอาเงินของคนไทยด้วยกัน ซึ่งเหมือนอยู่ในบ่อเดียวกัน ดังนั้นต้องไปเอาบ่อคนอื่นมาเติมให้น้ำเราเต็ม และถ้าบริษัทต่างๆ สามารถประคองธุรกิจให้ผ่านช่วงวิกฤติไปได้ พนักงานยังมีเงินเดือน ก็จะทำให้ยังมีกำลังซื้อในตลาด

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team