Entertainment

ทิม พิธา เคลียร์ชัด ฟ้องหย่า ต่าย ชุติมา ตอนนี้ตนได้สิทธิ์เลี้ยงลูกแต่เพียงผู้เดียว

เกิดประเด็นร้อนที่ทำเอาหลายคนจับตามอง สำหรับกรณีที่อดีตดาราสาว ต่าย ชุติมา ประกาศตามหาลูกสาววัย 3 ขวบอย่าง น้องพิพิม ที่ไปอยู่กับสามีนักธุรกิจ ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แต่เมื่อถึงเวลาพาลูกมาส่ง ฝ่ายสามีกลับไม่นำลูกมาให้ แถมมีการปิดมือถือ ปิดเครื่อง จนต่ายเองต้องเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความ ก่อนเผยว่าตอนนี้ทั้งคู่ได้มีการแยกกันอยู่จริง แต่ยังไม่มีการหย่าร้างกันแต่อย่างใด ก่อนที่ ทิม จะออกมาโพสต์ข้อความว่า ตอนนี้ลูกนอนหลับสบายดี และตนให้ความสำคัญกับลูกเป็นอันดับ 1 เรื่องในครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กระแสข่าวต่าง ๆ อาจจะส่งผลกระทบต่อลูกได้ ทำเอาโลกโซเชียลออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด ทิม พิธา ก็ได้ออกมาแถลงข่าวเปิดใจเกี่ยวกับประเด็นดราม่าที่เกิดในครั้งนี้ ณ Grande Centre Point Sukhumvit 55 โดยยอมรับว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพยายามประคับประคองความสัมพันธ์มาโดยตลอด ทั้งจากการพูดคุยกันเอง หรือให้ผู้ใหญ่ช่วย ให้ผู้เชี่ยวชาญมาพูด แต่สุดท้ายความรักของเราก็ต้องยุติลง เพียงแต่เรายังคงเป็นสามีภรรยากันอยู่ เพราะยังไม่ได้มีการเซ็นใบหย่า แม้บทบาทการเป็นสามีภรรยาจะไม่ได้ไปต่อ แต่เราก็ยังคงเป็นพ่อและแม่ของลูก

โดย ทิม พิธา ได้ถึงพูดลูกสาวอย่าง น้องพิพิม เอาไว้ว่า “สิ่งที่เป็นสิทธิของเขาตนก็ไม่สามารถอธิบายแทนเขาได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่ส่งผลกระทบมากน้อยแก่เขาเพียงใด ตนเป็นห่วงลูกมากที่สุด แต่เราก็ต้องยอมรับว่าลูกสาวได้รับผลกระทบพอสมควร อาจจะมีทั้งความเครียด ความสับสน ต้องย้ายบ้านทุก 5 วัน ดังนั้นในฐานะพ่อ ตนก็ควรที่จะออกมาปกป้องลูก โดยที่เขาจะได้ไม่ต้องมารับกรรมที่เกิดจากพ่อแม่ ตนจึงตัดสินใจฟ้องหย่าเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพราะมีความจำเป็นตามคำแนะนำของแพทย์ในการปกป้องลูก และขอรับสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตร”

จากนั้นได้มีการไต่สวนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยศาลตัดสินให้มีการหย่าขาด และให้สิทธิตนเลี้ยงดูลูกสาวแต่เพียงผู้เดียว แต่จนถึงตอนนี้ตนและภรรยาก็ยังไม่ได้มีการเซ็นใบหย่ากัน ส่วน ต่าย ก็ยื่นให้พิจารณาใหม่อยู่ตอนนี้ ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าจะมีจุดนี้ในชีวิตเหมือนกัน

ก่อนที่ ทิม พิธา จะยืนยันว่าตนไม่ได้กีดกันลูกกับแม่ เพราะตนก็อยากให้แม่เป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตของลูกสาว แต่ในเมื่อเราทั้งคู่ไม่สามารถกำหนดการเลี้ยงดูลูกให้มีสเถียรภาพได้ ตนเลยต้องตัดสินใจรีสตาร์ท โดยนับจากนี้ก็จะให้ยึดการตัดสินใจของลูกเป็นหลักถ้าเขาอยากไปอยู่ที่ไหนก็ให้เขาได้อยู่ที่นั่น ก่อนเผยว่า ต่าย สามารถมาหาที่บ้านได้ทุกเมื่อ ดีกว่าให้ลูกต้องย้ายไปย้ายมาทุก 5 วัน

ส่วนความขัดแย้งอีกหนึ่งเรื่องที่ส่งผลกระทบการลูกสาวคือ “เรื่องโรงเรียนของลูก ตนก็อยากจะให้ลูกได้เรียนโรงเรียนใกล้บ้าน จนได้โรงเรียนนานาชาติย่านสุขุมวิท ซึ่งน้องพิพิมเขาก็ค่อนข้างชอบ เราก็เลยสมัครเรียนให้ลูกไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จ่ายเงินไปหมดแล้ว และลูกกำลังจะเข้าเรียนแล้ว แต่กลายเป็นว่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ต่าย ชุติมา ได้ไปสมัครเรียนให้กับลูกในอีกโรงเรียนหนึ่งใกล้บ้านเขา มันเลยกลายเป็นเรื่องที่เราต้องมาคุยกันให้รู้เรื่อง เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้แล้ว เพราะจะปล่อยให้ลูกไปเรียนทั้ง 2 โรงเรียนไม่ได้”

“สำหรับตนวิธีคิดในการแก้ปัญหาของเราคือ เราควรคุยกันแค่สองคนโดยให้เอากองเชียร์ออก และอย่าเอาลูกเข้ามาอยู่ในความขัดแย้ง ส่วนเรื่องข่าวและพฤติกรรมที่เคยตกเป็นข่าว เป็นหนึ่งในสาเหตุด้วยไหมที่ทำให้ตัดสินใจหย่า ตนไม่ขอลงรายละเอียดและไม่พาดพิงถึงบุคคลที่สาม”

Add Friend Follow
Saranya Sawangjai