COVID-19

11 ชาติยุโรป หารือ ‘เปิดพรมแดน-ฟื้นท่องเที่ยว’ ไม่สน ‘โควิด-19’ ยังระบาด

แถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่โดยฝ่ายการทูตโปรตุเกส ระบุว่า เมื่อวานนี้ (18 พ.ค.)  รัฐมนตรีต่างประเทศจาก 11  ชาติในยุโรป เห็นพ้องในข้อตกลงว่าด้วยการกลับมาเปิดด่านพรมแดน และฟื้นคืนเสรีภาพในการเดินทางของพลเมืองยุโรป

XxjpbeE007032 20200509 PEPFN0A001 scaled 1

แถลงการณ์ระบุว่าผู้แทนจากเยอรมนี ออสเตรีย บัลแกเรีย ไซปรัส โครเอเชีย สเปน กรีซ อิตาลี มอลตา โปรตุเกส และสโลวีเนีย ได้ประชุมร่วมกันผ่านทางวีดิโอเพื่อวางแผนฟื้นคืน “เสรีภาพในการเดินทาง และการหมุนเวียนโดยอิสระ” ในสหภาพยุโรป (อียู)

คณะรัฐมนตรี เห็นพ้องว่าแม้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จะยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง แต่ยุโรปจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไปบนพื้นฐานของหลักความได้สัดส่วนและการไม่เลือกปฏิบัติ

การประชุมข้างต้น กำหนดขอบเขต “การสำรวจมาตรการควบคุมพรมแดน การกลับมาดำเนินการขนส่ง และการบริการเชื่อมโยงต่างๆ รวมถึงการเริ่มต้นใหม่ของการบริการการท่องเที่ยวและระเบียบด้านสุขภาพในสถานประกอบการโรงแรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป”

แถลงการณ์เสริมว่าการเปิดด่านพรมแดนครั้งนี้จะดำเนินการอย่างเป็นลำดับขั้นตอนผ่านการประสานงานร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกอียู เพื่อ “หลีกเลี่ยงความเสี่ยงของการติดเชื้อเพิ่มขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้”

กลุ่มประเทศทั้ง 11 แห่งต่างรวมตัวกันเพื่อ “ทำความเข้าใจมาตรฐานและกระบวนการด้านสุขภาพในลักษณะที่ค่อยเป็นค่อยไปร่วมกัน”

“เราเรียกร้องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและผู้มีส่วนร่วมภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องปรับใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสมในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้านี้ เพื่อสามารถปกป้องนักเดินทางได้ทันทีที่การฟื้นคืนเสรีภาพในการเดินทางและท่องเที่ยวบรรลุผลสำเร็จ”

“แม้สถานการณ์โรคระบาดใหญ่จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่เป้าหมายของเราคือการประสานงานร่วมกันเพื่อฟื้นคืนเสรีภาพในการเดินทาง ทำให้ทุกคนสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย”

ที่มา : สำนักข่าวซินหัว