ดูหนังออนไลน์
The Bangkok Insight

Krungthai COMPASS หั่นจีดีพีปีนี้เหลือ 0.8-1.6% โฉวิดกระทบนานและหนัก

Krungthai COMPASS หั่นคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ในปีนี้ เหลือ 0.8-1.6% จากคาดการณ์เดิมที่ 2.5% จากผลกระทบโควิดรอบ 3 หนักเกินคาด

GDP

การระบาดของ COVID-19 ระลอกเดือน เม.ย. ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศมากกว่า 3 เดือน โดยสถานการณ์การระบาดในประเทศจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ ได้แพร่กระจายไปยังหลายคลัสเตอร์ท่ัวประเทศ จนเป็นการยากที่จะควบคุมให้ได้ในเวลาอัน รวดเร็ว สะท้อนจากจานวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มข้ึนเฉลี่ย 2,000-3,000 คนต่อวัน

ขณะท่ีสัดส่วนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนที่ยังอยู่ในระดับต่ำท่ี 2.3% (ข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ค.) และกระจุกตัวเพียงบางพื้นที่ ทำให้จำเป็นต้องกลับมาใช้มาตรการควบคุมการระบาดท่ีเข้มงวดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งย่อมกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

3 ปัจจัยท่ีเปลี่ยนไปจากการประเมินผลกระทบในการระบาดรอบน้ีได้แก่

(1)รูปแบบการแพร่ระบาดที่มีแนวโน้มรุนแรงและลากยาวกว่าที่คาด ส่งผลให้ต้องคงระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมโรคให้ยาวนานข้ึน

(2) แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่แน่นอนสูงจากการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธ์ุสายพันธ์ุอังกฤษและอินเดียในหลายประเทศ

(3) เศรษฐกิจและตลาดแรงงานมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ล่าช้ากว่าเดิมโดย Krungthai COMPASS มองว่าในกรณีฐาน (Base case) คือผลกระทบต่อเศรษฐกิจ 4 เดือน (เม.ย.-ก.ค.) และอาจจะกระทบเศรษฐกิจยาวนานถึง 5 เดือน (เม.ย.-ส.ค.) เป็นกรณีแย่ (Worse case) ก่อนสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายได้อย่างช้าๆ ซึ่งมีรายละเอยีดดังนี้ 

อุปสงค์ในประเทศกระทบมากในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 โดยจากการประเมินในกรณี ฐาน คาดว่าอุปสงค์ในประเทศจะเสียหายประมาณ 1.3 แสนล้านบาท หรือราว 0.9% ต่อจีดีพี และในกรณีเลวร้าย อุปสงค์ในประเทศอาจหายไปถึง 2.3 แสนล้านบาท หรือ 1.4% ของจีดีพี

นอกจากนี้ การแพร่ระบาดระลอกล่าสุดยังได้ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่ประเมินไว้โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่ดำเนินกิจการได้อย่างจำกัดจากมาตรการควบคุมโรค และส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานให้เปราะบางมากขึ้น 

การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอาจหายไปมากกว่า 1 ใน 3 ตามแผนการเดินทางและ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศที่ต้องล่าช้าออกไป เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่เกิดการระบาดระลอกที่ 3 ที่ประเมินว่าจานวนนักท่องเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ 115.2 ล้านคน-ครั้ง

โดยประเมินจากกรณีฐาน คาดว่า การระบาดระลอกล่าสุดจะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวราว 4 เดือน กดดันให้จานวนนักท่องเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ 81.2 ล้านคน-ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายราว 1.8 แสนล้านบาท

ยิ่งกว่านั้น หากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศลากยาวไปกว่าที่ประเมินไว้ (ในกรณี เลวร้าย) คาดว่าจะกระทบแผนการท่องเที่ยวลากยาวไปถึง 5 เดือน ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศเหลือเพียง 72.6 ล้านคน-ครั้ง และสร้างความเสียหายไม่ ต่ากว่า 2.3 แสนล้านบาท 

นโยบายการเปิดประเทศอาจล่าช้าส่งผลให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ช้าซึ่งก็จะส่งผลให้ ภาคบริการยังมีแนวโน้มซบเซาต่อไป นอกจากนี้ การระบาดของ COVID-19 จากเชื้อกลายพันธุ์ทั้งสายพันธุ์อังกฤษ (B.117) และสายพันธุ์อินเดีย (B.1.617) ในหลายประเทศ ทำให้แผนการเปิดประเทศต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและรัดกุมมากขึ้น

ดังเช่นที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ที่ได้ประกาศ Lockdown อีกอย่างน้อย 1 เดือนหลังพบการระบาดระลอกใหม่ แม้ประชาชนในประเทศจะได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดสแล้ว กว่า 33.6%

Krungthai COMPASS ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2021 อาจเหลือเพียง 1-5 แสนคน จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 1 แสนคน-2.4 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจถึง 0.9-1.2 แสนล้านบาท 

อย่างไรก็ดีทิศทางเศรษฐกิจโลกและคู่ค้าที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หนุนมูลค่าการส่งออกโดยรวม โดยเศรษฐกิจและมูลค่าการนาเข้าของ คู่ค้าหลักในไตรมาสที่ 1 ฟื้นตัวได้ตามคาด ประกอบกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลดีต่อมูลค่าส่งออกของไทย

สะท้อนจากส่งออกใน ไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ถึง 8.2% (ไม่รวมทองคำ) ส่วนประเด็นเรื่องการขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้าคาดว่าได้ผ่านพ้นจุดวิกฤตไปแล้วจากการอนุญาตให้เรือขนาดใหญ่สามารถเข้าเทียบท่าเรือไทยได้ เช่นเดียวกับการหมุนเวียนตู้สินค้าในต่างประเทศที่มีทิศทางดีขึ้นตาม การผ่อนคลายมาตรการควบคมุโรค

Krungthai COMPASS ปรับประมาณการส่งออกในปี 2021 ขยายตัว 8.5% ดีกว่าประมาณการครั้งก่อนที่ 6.0% 

สำหรับการออกพรก. เงินกู้  7 แสนล้านบาทมีความจำเป็น โดยคาดว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดในระลอก 3 อาจสูงถึง 4.0-5.8 แสนล้านบาท ขณะที่เม็ดเงินจาก พรก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2020 ก็เหลือน้อยกว่าครึ่งของมูลค่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นข้อจากัดสำคัญในการเยียวยาแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ รวมไปถึง การขอรับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในระยะ 1 ปีข้างหน้า ท่ามกลางทิศทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ช้ากว่าเดิม

ดังนั้น Krungthai COMPASS มองว่า การเตรียมพร้อมของรัฐบาลโดยการออก พรก. เงินกู้ 7 แสนล้านบาทในช่วงนี้ มีความจำเป็น เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะใช้เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างไม่ติดขัด ทั้งยังจะช่วยสร้างความเช่ือมั่นให้กับประชาชนและผู้ประกอบการอีกด้วย

ทั้งนี้ การระดมเงินด้วยจำนวนดังกล่าว คาดว่าจะไม่ได้ส่งผลให้เกิดการตึงตัวในตลาดการเงิน เนื่องจากสภาพคล่องส่วนเกินในระบบปัจจุบันมีค่อนข้างมาก เห็นได้จากปริมาณเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นถึงราว 6 แสนล้านบาท ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา 

อ่านข่าวเพิ่มเติม: