Stock

ดาวโจนส์ ทะยานกว่า 100 จุด จับตา ‘ไบเดน’ แถลงงบประมาณครั้งแรก


ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (28 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ทะยานสูงขึ้น จากการที่นักลงทุนไม่ให้ความสนใจกับข้อมูล ที่แสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น โดยหันความสนใจไปที่การแถลงนโยบายงบประมาณปี 2565 ของประธานาธิบดีไบเดนแทน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 34,593.04 จุด ทะยานขึ้นมา 128.40 จุด หรือ 0.37% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 4,217.46 จุด ปรับขึ้น 16.58 จุด หรือ 0.39% และดัชนีแนสแด็กที่ 13,807.68 บวก 71.40 จุด หรือ 0.52%

Stocksbitcoin ๒๑๐๕๒๘

วันนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีกำหนดที่จะเปิดเผยงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่งถือเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยรายงานข่าวระบุว่า งบประมาณวงเงิน 6 ล้านล้านดอลลาร์นี้ ครอบคลุมถึง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลจะเข้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้ง ช่วยเหลือภาคครัวเรือนสหรัฐ เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นอกจากนี้ ยังจะขึ้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล เพื่อหารายได้มาชดเชยรายจ่ายของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น ขณะที่คาดว่ารัฐบาลจะขาดดุลงบประมาณลดลงนับตั้งแต่ปี 2573 และจะเพิ่มวงเงินในงบประมาณขึ้นไปถึง 8.2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2574

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนเมษายน จากระดับ 0.5% ในเดือนมีนาคม เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พุ่งขึ้น 3.6% ในเดือนที่แล้ว จากระดับ 2.3% ในเดือนก่อนหน้านั้น

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร และพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนเมษายน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.6% จากระดับ 0.4% ในเดือนมีนาคม

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐาน พุ่งขึ้น 3.1% ในเดือนเมษายน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.9% จากระดับ 1.9% ในเดือนมีนาคม

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ยังเปิดเผยว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคลของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 0.5% ในเดือนที่แล้ว สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากพุ่งขึ้น 4.2% ในเดือนมีนาคม  ทั้งในเดือนเมษายน รายได้ส่วนบุคคลยังลดลง 13.1% หลังจากพุ่งขึ้น 20.9% ในเดือนมีนาคม ที่ได้แรงหนุนจากการที่รัฐบาลสหรัฐส่งเช็คเงินสดให้แก่ชาวอเมริกัน ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

อ่านข่าวเพิ่มเติม