Politics

ซัดกันนัว!! ปมประมูลท่อส่งน้ำอีอีซี ‘ยุทธพงศ์’ ขู่ฟ้อง ‘ปปช.-ศาล’ – ‘สันติ’ โต้กลับมีฐานะพอสมควร ไม่จำเป็นต้องเอื้อใคร 

ซัดกันนัว!! “ยุทธพงศ์” เปิดศึกซัด รมช.คลัง ปมประมูลท่อน้ำอีอีซีไม่โปร่งใส หนีพรบ.ร่วมทุน จัดฉากล้มประมูล เอื้อประโยชน์เอกชนบางราย ขู่ยื่นฟ้อง “ป.ป.ช.-ศาล” หากยังเดินหน้าเซ็นสัญญา “สันติ” โต้กลับมีใครไปรับงานจาก อีสท์ วอเตอร์ หรือไม่ ลั่นมีฐานะพอสมควร ไม่จำเป็นต้องเอื้อประโยชน์ใคร 

ที่รัฐสภามีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาญัตติขอเปิดการอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 เป็นวันที่สอง  มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ถึงการประมูลโครงการท่อส่งน้ำในภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมทุจริตต่อหน้าที่ ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตและแสวงหาประโยชน์ในหน่วยงานที่กำกับดูแล เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน ไม่ดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง

ท่อน้ำอีอีซี

โดยโครงการท่อส่งน้ำในภาคตะวันออก ของกรมธนารักษ์ การคัดเลือกเอกชนในการบริหารงาน มีการทำผิดกฎหมาย ทำให้รัฐเสียหาย มีการทุจริตเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน ได้เอกชนที่ไม่มีศักยภาพมาบริหารโครงการ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนจ่ายค่าน้ำแพงและทำลายอีอีซี เรื่องนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็หนีความรับผิดชอบไม่ได้เช่นกัน การคัดเลือกโครงการครั้งนี้มีการเอื้อเอกชน ไม่โปร่งใสไม่สุจริต มีการจัดฉาก ล้มการคัดเลือก และเอื้อประโยชน์กับเอกชนบางราย ที่ไม่เคยบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำมาก่อน ให้สามารถเข้าร่วมการคัดเลือกได้ กลับไปได้บริษัทเอกชนเล็กๆ และเห็นชอบให้ดำเนินการไม่มีศักยภาพ

ท่อน้ำอีอีซี

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่าใบเสร็จที่ 1 ของนายสันติ เกี่ยวกับการทุจริตในโครงการนี้ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2564 คณะกรรมการที่ราชพัสดุที่มี ดร.สันติ เป็นประธานฯ  มีมติเห็นชอบแนวทางการบริหารโครงการท่อส่งน้ำทั้ง 3 สัญญาเป็นสัญญาเดียว และให้คัดเลือกเอกชนโดย ไม่เปิดประมูลทั่วไป เพื่อการบริหารระบบส่งน้ำสายหลัก ในภาคตะวันออกต่อไป

นายยุทธพงศ์ อภิปรายต่อว่า กรมธนารักษ์คัดเลือกเอกชนที่ดำเนินการโครงการระบบท่อส่งน้ำสายหลักภาคตะวันออก ไม่ใช้วิธีการประมูล อ้างว่าเพื่อให้ได้ผู้เข้าร่วมประมูลที่มีศักยภาพและมีประสบการณ์บริหารโครงการ ท้ายสุดแล้วกลับได้ บริษัท วงศ์สยาม จำกัด  เป็นเพียงผู้รับเหมาก่อสร้างงานวางท่อน้ำ ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐมาก่อน ไม่เคยมีประสบการณ์บริหารระบบท่อส่งน้ำมาก่อนเป็นผู้ชนะการคัดเลือก

จากนั้นนายยุทธพงศ์  ยังระบุว่าบริษัท วงศ์สยามก่อสร้าง มีฐานะการเงิน ทุนจดทะเบียนเพียง 630 ล้านบาท สินทรัพย์ 1,615 ล้านบาท หนี้สิน 368 ล้านบาท ทรัพย์สินหักหนี้สิน 1,247 ล้านบาท ขณะที่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์  มีทุนจดทะเบียนมากกว่า

นายสันติ สร้างความเสียหายให้กับโครงการท่อส่งน้ำสายหลักในอีอีซี ที่ได้รับมอบอำนาจเป็นประธานคณะกรรมการที่ราชพัสดุสร้างความเสียหายให้กับโครงการ โดยไม่เปิดให้มีการประมูลแข่งขัน ทำให้ผิดกฎหมายพ.ร.บ.ร่วมทุน เอื้อประโยชน์ให้เอกชนที่ไม่มีศักยภาพและทำให้ค่าน้ำแพงสร้างความเสียหาย

ท่อน้ำอีอีซี

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ในการเจรจาก่อนลงนาม กรมธนารักษ์ ยังทำผิดเงื่อนไขใน TOR เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทผู้ชนะการประมูล จาก TOR ที่กำหนดให้ผู้ชนะการประมูลจะต้องชำระเงินงวดแรกให้รัฐ วงเงิน 1,450 ล้านบาท เต็มจำนวนในวันที่มีการลงนามสัญญา แต่กรมธนารักษ์ได้ช่วยให้มีการแบ่งชำระเป็น 2 งวด โดยงวดแรกให้ชำระเพียง 40% ในวันลงนามสัญญา อีก 60% ให้ชำระในวันที่กรมธนารักษ์ได้ส่งมอบท่อส่งน้ำให้กับบริษัทวงษ์สยาม

การดำเนินการขั้นกฏหมายต่อไป ตนไม่สามารถไว้วางใจให้ นายสันติ บริหารราชการแผ่นดินได้อีกต่อไป ขอให้มีการเปิดประมูลการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนได้ใช้น้ำอุปโภคและบริโภคในราคาที่เป็นธรรม เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมในอีอีซีมีศักยภาพในการแข่งขันกับต่างประเทศมากขึ้น ถ้านายอาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ปล่อยให้มีการลงนามในสัญญา ตนจะดำเนินการฟ้องร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งนายอาคมและนายสันติต่อไป   

จากนั้น นายสันติ ลุกขึ้นชี้แจงว่าโครงการท่อส่งน้ำภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีบริษัทอีสท์ วอเตอร์  ดำเนินการจัดส่งน้ำเพื่ออุปโภคและอุตสาหกรรม มีสัญญากรมธนารักษ์บริหารจัดการน้ำ 3 ส่วน  สัญญาส่วนหนึ่งจะสิ้นสุดในปี 2566 จึงได้จ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นที่ปรึกษา โดยได้เสนอให้ใช้วิธียกเว้นการประมูล และคัดเลือกเอกชน พร้อมกำหนดเงื่อนไขเจรจาเพื่อประโยชน์ภาครัฐ เพื่อเกิดการแข่งขันระหว่างเอกชน จากนั้นได้ตั้งคณะกรรมการคัดเลือก เปิดยื่นข้อเสนอ โดยกรมธนารักษ์กำหนดวัตถุประสงค์ในการดำเนินการไว้อย่างชัดเจน ที่มีผู้เสนอ 5 ราย ในครั้งที่ 1 มีบริษัท สยามก่อสร้าง จำกัด และบริษัท วิค จำกัด (มหาชน) เพิ่มมา 2 ราย

ท่อน้ำอีอีซี

นายสันติ ระบุว่าการยื่นข้อเสนอครั้งที่ 1 บริษัทอีสท์ วอเตอร์ และบริษัทวงศ์สยามก่อสร้าง ได้ยื่นเสนอปริมาณน้ำครั้งแรกเข้าเพื่อสัญญา และผลประโยชน์ตอบแทนรายปีก็เกิดความลักลั่นกันแล้ว จึงให้ยกเลิกการยื่นข้อเสนอในรอบแรก แม้จะมีการยื่นศาลปกครองขอให้คุ้มครองชั่วคราว แต่ศาลวินิจฉัยว่าการยกเลิกการยื่นข้อเสนอ จึงไม่มีเหตุว่า ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิ์ผู้ยื่นประกวดราคา  ส่วนการยื่นข้อเสนอครั้งที่ 2 บริษัท วงศ์สยาม เสนอผลประโยชน์ให้กับรัฐบาลมากกว่า บริษัทอีสท์ วอเตอร์

นายสันติ ชี้แจงว่าอยากให้นายยุทธพงศ์ มองย้อนไปว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านบริษัทอีสท์ วอเตอร์ ได้ให้ผลตอบแทนรัฐบาลกว่า 600 ล้านบาท แทนที่จะไปพูดไม่วางใจตนว่าไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ลองคิดว่าการที่ท่านพูดโน้มเอียงไปทางบริษัทอีสท์ วอเตอร์ เป็นการรักษาผลประโยชน์หรือไม่ แต่ 30 ปีจากนี้ไปบริษัท วงศ์สยาม จะจ่ายให้รัฐบาล 25,693 ล้านบาท นายยุทธพงศ์ กำลังกดดันให้ยกเลิกและเปิดประมูลใหม่ ถามว่าถ้าประมูลให้ขึ้นมาแล้ว มีการยื่นข้อเสนอมาเหมือนครั้งแรกใครจะรับผิดชอบกับเงินของรัฐที่หายไป

นายสันติ ถามต่อว่าจริงๆ ว่าไปรู้ข้อมูลมากกว่าตนได้อย่างไร แสดงว่ามันคงมีอะไรสักอย่างหนึ่ง มีใครไปรับงานไปจาก บริษัทอีสท์ วอเตอร์ หรือเปล่า ตนไม่ทราบ ต้องบอกตรงๆ ว่า ในระบบท่อส่งน้ำภาคตะวันออกของกรมธนารักษ์ ที่บริษัทอีสท์ วอเตอร์ รับไปทำอยู่นั้น มันมีปัญหาพอสมควร ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่บางส่วนของเรามีปัญหา ตนต้องทำหน้าที่พิทักษ์ผลประโยชน์ของรัฐ

ท่อน้ำอีอีซี

ทั้ง อีสท์ วอเตอร์ หรือวงศ์สยาม ก็ดี ไม่เคยเจอกับผม โทรศัพท์ก็เคยไม่เจอ ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ใดๆ 100% ทำไมผมต้องไปเอื้อใคร ผมมีฐานะพอสมควรอยู่แล้ว ไม่มีความจำต้องเอื้อใคร

“เวลานี้สัญญายังไม่ได้เซ็น จะมากล่าวหาผม กล่าวหาคณะกรรมการ กล่าวหาเจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์ได้อย่างไร ยืนยันว่ากรมธนารักษ์ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย และประกาศของคณะรัฐมนตรี จึงจะดำเนินการได้ การที่ไม่ประกวดราคาทั่วไป เพราะเป็นโครงการที่มีความสำคัญ พร้อมกับระบุว่า ทั้งบริษัทอีสท์ วอเตอร์ หรือวงศ์สยามก็ดี ไม่เคยเจอกับผม โทรศัพท์ก็เคยไม่เจอ ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ใดๆ 100% ทำไมผมต้องไปเอื้อใคร ผมมีฐานะพอสมควรอยู่แล้ว ไม่มีความจำต้องเอื้อใคร ผมเอื้อให้ประโยชน์ของรัฐเต็มที่” นายสันติ กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight