Politics

‘เสริมสิน’ เตรียมยื่นฎีกาสู้คดีเนชั่น

“เสริมสิน สมะลาภา” เตรียมยื่นศาลฎีกา ตามกระบวนการของกฎหมาย เพื่อสู้คดีเนชั่น

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ในคดีหมายเลขดำที่ 1561/2564 และคดีหมายเลขแดงที่ 4114/2565 ซึ่ง บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (NMG) เป็นโจทก์ฟ้อง นายเสริมสิน สมะลาภา (จำเลยที่ 1) นางสาวดวงกมล โชตะนา (จำเลยที่ 2) และนายสุพจน์ เพียรศิริ (จำเลยที่ 3) โดยฟ้องว่าจำเลยทั้ง 3 ร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์ กรณีการร่วมกันลงรายได้ค้างรับที่ไม่มีอยู่จริง ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย

 

คดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษาโดยสรุปว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีความผิด เพราะไม่ปรากฎพฤติการณ์ใดๆ ของจำเลยที่ 1 ว่าได้เป็นผู้สั่งการ ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ให้มีการลงบันทึกการจองซื้อโฆษณาที่ไม่มีอยู่จริง สำหรับกรณีที่ปรากฎข้อเท็จจริงจากทางนำสืบว่า ฝ่ายบริหารของโจทก์ในช่วงเวลาที่จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในฝ่ายบริหารของโจทก์ ซึ่งมีหน้าที่ต้องลงลายมือชื่อรับรอง รายงานงบการเงินในช่วงระยะเวลาที่เกิดปัญหาของโจทก์ คืองบการเงินปี 2558 เรื่องดังกล่าวก็เป็นเพียงทางปฎิบัติของผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลโดยทั่วไปทุกนิติบุคคล ที่ต้องให้ผู้มีอำนาจทำการแทน ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของงบการเงินในปีนั้นๆ

สู้คดีเนชั่น

การลงชื่อรับรองความถูกต้องในงบการเงินมิใช่ข้อสันนิษฐานเด็ดขาดว่า ผู้ที่ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องในงบการเงิน จะต้องเป็นผู้ที่ต้องรับผิด ในเหตุละเมิดที่เกิดขึ้นต่อโจทก์ในช่วงงบการเงินของปีนั้น กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือร่วมกับจำเลยคนอื่นกระทำละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายกฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 1

ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษา โดยสรุปว่า แม้โจทก์จะไม่มีพยานมาเบิกความ หรือมีพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งการทั้งทางตรงและทางอ้อม ให้มีการลงบันทึกเป็นรายการคำสั่งซื้อโฆษณาที่ไม่มีอยู่จริง รวมไปถึงการสั่งการให้มีการลงบันทึกรายได้ค่าโฆษณา ที่โจทก์ยอมรับเอาสินค้าที่โฆษณาแทนเงินโฆษณา ซึ่งก่อให้เกิดรายได้ค้างรับ ที่ไม่มีอยู่จริงขณะลงบันทึกรับรู้รายได้ แต่จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อในงบการเงินของโจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ในฐานะประธานกรรมการบริหาร

ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อในหนังสือรับรองงบการเงินในฐานะประธานกรรมการบริหาร ตามพฤติการณ์ถือได้ว่า จำเลยที่ 1 มีส่วนร่วมรู้เห็น และรับผิดชอบต่อการจัดทำหนังสือรับรองงบการเงินดังกล่าว และพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 13,033,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

เตรียมยื่นฎีกาสู้คดีเนชั่น

สู้คดีเนชั่น

ด้านนายเสริมสิน สมะลาภา กล่าวว่าในส่วนของตน ต้องต่อสู้คดีโดยยื่นต่อศาลฎีกาต่อไปตามกระบวนการของกฎหมาย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight