ดูหนังออนไลน์
Politics

ยอดโควิดวันนี้ทะลุ 89 ล้านคน ‘หมอธีระ’ ลั่นคนป้องกันตัวดีคือรอด!!

ยอดโควิดทั่วโลกวันนี้ ทะลุ 89 ล้านคน เสียชีวิตรวม 1.91 ล้านคน ลั่นหยุดการเคลื่อนไหวในระยะสั้น 2 – 4 สัปดาห์ เพื่อตัดวงจรระบาด พร้อมแนะมาตรการที่รัฐควรทำคือ “Regional lockdown”

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat รายงาน ยอดโควิดทั่วโลกวันนี้ โดยระบุว่า สถานการณ์ทั่วโลก 9 มกราคม 2564 ทะลุ 89 ล้านไปอย่างรวดเร็ว ยอดต่อวันเกือบเก้าแสนคนติดต่อกันเป็นวันที่สอง บราซิลเกิน 8 ล้านเป็นประเทศที่สามของโลกตามอเมริกาและอินเดีย

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 882,884 คน รวมแล้วตอนนี้ 89,228,428 คน ตายเพิ่มอีก 15,707 คน ยอดตายรวม 1,919,218 คน 

  • อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 323,465 คน รวม 22,373,285 คน ตายเพิ่มอีก 3,915 คน ยอดตายรวม 376,883 คน
  • อินเดีย ติดเพิ่ม 18,481 คน รวม 10,432,525 คน
  • บราซิล ติดเพิ่มถึง 52,035 คน รวม 8,013,708 คน
  • รัสเซีย ติดเพิ่ม 23,652 คน รวม 3,355,794 คน
  • สหราชอาณาจักร กำลังจะทะลุสามล้าน ติดเพิ่มอีกถึง 68,053 คน รวม 2,957,472 คน ถือว่าติดเชื้อต่อวันเกินห้าหมื่นมาอย่างต่อเนื่องถึง 11 วันแล้ว
  • อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักหมื่นต่อวัน
  • ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น
  • ไอร์แลนด์ตอนนี้หนักขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดติดไปอีกกว่าแปดพันคนต่อวัน ระลอกสามของเค้ามียอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันมากกว่าระลอกแรก 5 เท่า

ยอดโควิดทั่วโลกวันนี้

ญี่ปุ่น ติดเพิ่มทำลายสถิติอีกครั้งมากถึง 6,906 คน หลายเมืองขอให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน เพราะคุมไม่ไหว เช่น โตเกียว ไซตามะ ชิบะ คานากาว่า หลายที่มีการวิเคราะห์ว่าเป็นไปตามหลักการ… โรคติดต่อย่อมเกิดจากการติดต่อกัน… ยิ่งหากวัฒนธรรมการใช้ชีวิตมีการพบปะเยอะ ในสถานที่ที่เสี่ยง ก็ย่อมระบาดมาก เช่น ผับ ร้านอาหาร เป็นต้น

หากพิจารณามาตรการที่ประกาศขอความร่วมมือในการลดเวลาประกอบกิจการ ด้วยตัวเลขติดเชื้อรายวันที่สูงขนาดนี้ โอกาสคุมได้คงยาก และจะใช้เวลานานทีเดียว คงต้องเอาใจช่วยเค้าให้สถานการณ์ดีขึ้นโดยเร็ว

ประสบการณ์ของการจัดการเศรษฐกิจท่ามกลางโรคระบาดของญี่ปุ่น… ไทยควรเรียนรู้ และเตรียมรับมือ เพราะตอนนี้มีความคล้ายคลึงกัน

แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

เมียนมาร์ เกาหลีใต้ และไทย ติดเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนาม และกัมพูชามีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

…สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 711 คน ตายเพิ่มอีก 13 คน ตอนนี้ยอดรวม 129,483 คน ตายไป 2,812 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%…

วิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่ไทยเราอาจต้องเตรียมตัวเผชิญ…

รอบนี้ ด้วยมาตรการเช่นที่เห็น ตามหลักวิชาการแพทย์แล้ว ไม่มีทางที่จะกำจัดเชื้อให้หมดไปได้ แต่จะมีจำนวนการติดเชื้อต่อวันในสองรูปแบบคือ ประมาณหลักสิบหรือหลักหน่วยต่อวัน และแบบหลักร้อยต่อวัน

เหตุผลหลักคือ ไม่หยุดการเดินทางไปมาระหว่างกัน และยังประกอบกิจการกิจกรรมเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อรับเชื้อได้ในทุกพื้นที่ โดยการดำเนินชีวิตประจำวันทั้งทำงานและเที่ยวก็ยังเกิดขึ้น

สภาพที่เห็นคือ คนที่ป้องกันตัวดีก็จะรอด คนที่ป้องกันตัวไม่ดี หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็จะแจ็คพอตติดเชื้อมาโดยทั้งรู้ตัว (มีอาการ) ไม่รู้ตัว (ไม่มีอาการ) และเพิกเฉย (มีอาการแต่คิดว่าช่างหัวมันไม่เป็นไรหน่า เราคงไม่ซวยติดเชื้อหรอก)

จากนั้นทั้งประเภทไม่รู้ตัว และเพิกเฉย ก็สามารถแพร่ต่อไปให้คนอื่นในสังคมไปเรื่อย ๆ ผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน ตลอดจนสถานที่ที่ไปตะลอน ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ สถานที่บริการสาธารณะของรัฐ ขนส่งสาธารณะทั้งเรือ รถเมล์ รถตู้ แท็กซี่ เครื่องบิน ห้างสรรพสินค้า ตลาด ตลาดนัด วัด โรงเรียน โรงแรม งานแต่ง งานบุญงานบวชงานศพ โรงหนัง สถานบันเทิงผับบาร์คาราโอเกะ รวมไปถึงร้านอาหารและคาเฟ่ต่างๆ ได้

สถานการณ์ที่ไม่สามารถกดการระบาดได้ ว่าไม่จะฉากหนึ่งหรือฉากสองที่กล่าวมมานั้น จะนำมาซึ่งการระบาดระลอกถัดไปในระยะเวลาไม่นาน

เศรษฐกิจที่รัฐหวังจะรักษาครั้งนี้ โดยแลกกับเรื่องความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชนนั้น คาดว่าจะได้เม็ดเงินหมุนตามที่ต้องการ แต่สุดท้ายหากเกิดระบาดซ้ำปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงดังที่เห็นในหลายต่อหลายประเทศ ก็จะเกิดการสูญเสียมหาศาลตามมาระยะยาว เข้าทำนอง… เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย…

ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร สวีเดน หรืออื่นๆ ก็เผชิญการระบาดโดยมีผลมาจากมาตรการยืดหยุ่นที่เน้นเศรษฐกิจมาแล้ว ดังนั้นเราคงต้องระวัง และเผื่อใจไว้

หากแนะนำตอนนี้ มาตรการที่เหมาะสมคือ การหยุดการเคลื่อนไหวในระยะสั้น 2 – 4 สัปดาห์ เพื่อตัดวงจรระบาด
สิ่งที่รัฐควรทำคือ ตามที่เสนอไป “Regional lockdown” ครับ 

ตอนนี้ที่ทำอยู่นั้น คล้ายๆ แต่ไม่ใช่

ทำแบบเขิน ๆ กรุ้มกริ่ม จะไม่เกิดผล
ขอเอาใจช่วยประชาชนและบุคลากรในพื้นที่

…ใส่หน้ากากเสมอ…อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อตัวคุณเอง…คอยสังเกตอาการของตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย โปรดรีบไปตรวจนะครับ

…ช่วยกันคนละไม้คนละมือ…

ด้วยรักต่อทุกคน
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Siree Osiri OHO BANGKOK