Politics

‘เยาวชนปลดแอก’ ประกาศปักหลักค้างคืน นอนเฝ้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

“เยาวชนปลดแอก” ประกาศชุมนุมค้างคืน นอนเฝ้า “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” ด้านเจ้าหน้าที่เตรียมตำรวจควบคุมฝูงชนและรถฉีดน้ำจอดในพื้นที่ใกล้เคียง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ (18 ก.ค. 63) กลุ่มเยาวชนปลดแอก (Free Youth) และ กลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาประเทศไทย (สนท.) ได้นัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ลาออก

เยาวชนปลดแอก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ล่าสุดในช่วงหัวค่ำวันนี้ แกนนำกลุ่มเยาวชนได้ประกาศว่า จะปักหลักนอนค้างคืนที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสถานที่จัดการนัดชุมนุม เพราะเกรงว่าประชาธิปไตยจะหายไปจากประเทศ และยังได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เปิดไฟแฟลชจากโทรศัพท์มือถือส่องไปยังพานรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าเป็นการส่องไฟไล่ความมืด

ด้านข่าวสดรายงานว่า มีกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน 1 รถบัส เข้ามาตรึงกำลังดูแลความสงบ ภายในโรงเรียนสตรีวิทยา พร้อมเตรียมรถฉีดน้ำมาด้วย แกนนำกลุ่มเยาวชนจึงประกาศว่า มีการเติมน้ำใส่รถควบคุมฝูงชน สงสัยจะอยากเล่นสงกรานต์ย้อนหลัง กลัวผู้ชุมนุมจะร้อน

EdNMQTnUEAIQeSd

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด #ไม่ทนอีกต่อไป ณ บริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของตำรวจอย่างเข้มงวด⁣ โดยช่วงเย็นมีผู้ทยอยเดินทางเข้าร่วมการจัดกิจกรรมทางการเมืองครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพิ่มกำลังเข้ารักษาความเรียบร้อยในพื้นที่

ก่อนหน้าที่การชุมนุมจะเริ่มขึ้นนั้น ในเวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศเตือนผู้ชุมนุมว่า การจัดชุมนุมที่เกิดขึ้น ระวังจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอาญา พร้อมขอให้ปฏิบัติตามประกาศ ข้อกำหนด และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เน้นเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างทางสังคม

รายงานข่าวบอกด้วยว่า ตำรวจยังมีการเปิดเครื่องเสียงรบกวนการชุมนุมอยู่เป็นระยะ ท่ามกลางเสียงตะโกนไล่นายกรัฐมนตรีของผู้เข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้

stu2

นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ แกนนำกลุ่มสหภาพนิสิต นักศึกษา และนักเรียนแห่งประเทศไทย ขึ้นกล่าวปราศรัยว่า การมารวมตัวกันที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันนี้ เป็นสัญญาณเตือนถึงรัฐบาลว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถูกนำมาใช้ควบคุมประชาชน ยิ่งนำกฎหมายมาใช้ในทางที่ไม่ชอบ วันหนึ่งไม่ว่ากฎหมายใดก็จะหมดความศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทันที ไม่เช่นนั้นประชาชน จะออกมายกเลิกเอง

ในช่วงหนึ่ง กลุ่มผู้ชุมนุมที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ได้ผลักดันแผงเหล็กกั้นของเจ้าหน้าที่บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์  ลงมาถนนราชดำเนินกลางฝั่งขาออก และปิดการจราจร เพื่อขยายพื้นที่การปราศรัย มีการนั่งฟังบนพื้นถนน ทำให้การจราจร ถนนราชดำเนินติดขัด และในเวลาต่อมาได้มีการปิดถนนตั้งแต่บริเวณสี่แยกคอกวัว

ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมาบัญชาการเหตุการณ์ พร้อมยืนยันว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการประสานขออนุญาตจากกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนการฝ่าฝืนผลักดันรั้วเหล็กลงมาบนพื้นถนน เบื้องต้นไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บ

ส่วนการประเมินการชุมนุมขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามกำหนดให้ผู้ชุมนุมอยู่กับที่ หากต้องมีการชุมนุมต่อเนื่องข้ามวันก็จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยให้ โดยยืนยันว่าการดำเนินการของตำรวจจะดำเนินการโดยยึดตามหลักของกฎหมาย

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

สำหรับการชุมนุมที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ครั้งนี้ กลุ่มเยาวชนปลดแอก (Free Youth) ได้ยื่นข้อเสนอ 3 ด้าน

1.“ต้องประกาศยุบสภา” โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลสืบทอดอำนาจภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ล้มเหลวในการบริหารศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินและออกมาตรการล็อกดาวน์ส่งผลให้มีคนตกงานและขาดรายได้เป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาลก็มิได้เยียวยาอย่างถ้วนหน้าและทั่วถึง มิหนำซ้ำยังปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อนจากพิษเศรษฐกิจโดยที่ไม่แยแสแต่อย่างใด

ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ปล่อยปละละเลยให้แขกวีไอพีที่มีเชื้อไวรัสเข้ามาในประเทศโดยที่ไม่ได้กักตัวซึ่งถือว่าสุ่มเสี่ยงต่อโอกาสที่จะมีการแพร่ระบาดครั้งใหญ่รอบ 2

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่อาจไว้วางใจให้รัฐบาลชุดนี้บริหารบ้านเมืองต่อไปได้ จึงขอยื่นคำขาดว่า นายกรัฐมนตรีต้องประกาศ “ยุบสภา” เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนและเปิดทางให้คนที่มีความรู้ความสามารถมาแก้ไขปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจ

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

2.“หยุดคุกคามประชาชน” ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ประชาชนต่างก็หวังกันว่าประเทศไทยจะมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ประชาชนจะมีเสรีภาพในการแสดงออก และเสรีภาพในการชุมนุมโดยที่ไม่ถูกคุกคามและยัดข้อกล่าวหาหรือคดีความ

แต่ความเป็นจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ การคุกคามทั้งทางกายภาพและทางจิตวิทยายังคงดำเนินต่อไป แทบไม่ต่างจากเมื่อสมัยที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังมีอำนาจอยู่ เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ของเราถูกยัดคดีไปทีละคน ทีละคน มีการอ้างความมั่นคงเพื่อปิดปากประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรม

ดังนั้นเราจึงขอเรียกร้องให้หยุดคุกคามประชาชน ทั้งทางกายภาพ ทางจิตวิทยาตลอดจนการยัดข้อหาเพื่อดำเนินคดีรวมไปถึงให้รัฐสภายกเลิกกฎหมายที่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

3.“ร่างรัฐธรรมนูญใหม่” รัฐธรรมนูญฉบับนี้เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลเผด็จการ โดยแรกเริ่มเดิมทีก็มีที่มาที่ไม่ชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว เพราะคณะผู้ร่างไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชน ผู้ที่รณรงค์ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในการลงประชามติก็ถูกคุกคามและยัดข้อหากันไปหลายคน เนื้อหาของรัฐธรรมนูญก็เป็นไปเพื่อรักษาระบอบเผด็จการในคราบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็น

  • สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 ยกมือโหวตให้หัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อสืบทอดอำนาจ
  • องค์กรอิสระ และศาลถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดประชาชนและนักการเมืองที่เห็นต่างจากผู้มีอำนาจทั้งที่พูดถึงได้และพูดถึงไม่ได้
  • ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมและบัตรใบเดียวที่บิดเบือนเจตจำนงของประชาชน และทำให้เกิดรัฐบาลที่ไม่เข้มแข็ง ไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้ รวมไปถึงการผุดของงูเห่าหรือผู้แทนราษฎรที่ทรยศต่อประชาชน
  • นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมอื่น ๆ อีกที่เป็นต้นตอปัญหาที่เรื้อรังมาเป็นเวลายาวนาน

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจนี้เป็นต้นตอของปัญหาทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นการจะปลดล็อกกุญแจดอกแรกที่จะนำพาประเทศไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงได้ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยคำนึงถึงหลักการสิทธิมนุษยชนเป็นหลักและปราศจากการแทรกแซงของคนที่ประชาชนไม่ได้เลือก

กลุ่มเยาวชนปลดแอดยังประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า หากภายใน 2 สัปดาห์นับตั้งแต่เราอ่านประกาศวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ หากไม่มีการตอบรับใด ๆ จากทางรัฐบาลเกี่ยวกับข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการนี้ จะทำการยกระดับการชุมนุมต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม