COVID-19

‘หมอประสิทธิ์’ ห่วงหน้าหนาว เทศกาลสังสรรค์ เดือนธ.ค. ทั้งโลกเสี่ยงโควิดระบาดรอบใหม่

“หมอประสิทธิ์” เผยยุโรปน่าห่วง โควิดระบาดรอบใหม่ เตือนไทยระวังช่วงเทศกาลปลายปี เข้าสู่ฤดูหนาว ต้องคุมเข้ม ควบคู่จับตาเชื้อกลายพันธุ์

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อัพเดตสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในต่างประเทศ และข้อแนะนำในการป้องกันตนเองเมื่อเปิดประเทศ ผ่านระบบออนไลน์ ว่า ปัจจุบันหลายประเทศในยุโรปที่โรคสงบ เริ่มกลับมาระบาดอีกครั้ง

โควิดระบาดรอบใหม่

ขณะที่ตัวแทนจากองค์การอนามัยโลก ออกมาระบุว่า หากไม่มีการจัดการอะไร ภายในเดือนมีนาคมนี้ จะมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 แสนราย ซึ่งจากการศึกษาหากมีการระบาดในทวีปใดทวีปหนึ่ง อีกไม่นานก็จะแพร่ไปทวีปอื่น

ทั้งนี้ สถานการณ์ของโลกเหมือนจะลดลง แต่เดือนตุลาคม อุบัติการณ์การติดเชื้อต่อวันของทั้งโลกกลับขึ้นมา เคยลงมาถึง 3 แสนรายต่อวัน ตอนนี้เป็น 5-6 แสนรายต่อวัน แต่หากดูอัตราการเสียชีวิต จะต่างกัน โดยปีที่แล้ว ติดเชื้อเยอะ คนเสียชีวิตเยอะ แต่ขณะนี้จากการฉีดวัคซีน ทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลง

จนถึงวันนี้ทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนแล้วเกือบ 8,000 ล้านโดส ครอบคลุม 7,900 ล้านคน และขณะนี้ก็ฉีดทุกวัน วันละ 33 ล้านโดส

อย่างไรก็ตาม พบว่าในสหรัฐ ตัวเลขช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมเริ่มเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีคนจำนวนหนึ่งไม่ยอมฉีดวัคซีน แม้รัฐบาลออกมาตรการหลายอย่าง ซึ่งคนกลุ่มนี้นำไปสู่การเสียชีวิต โดยคนเสียชีวิตในอเมริกาส่วนใหญ่มาจากคนไม่ฉีด หรือฉีดไม่ครบ

สำหรับประเทศไทย ถือเป็นประเทศต้น ๆ ที่ชวนให้ฉีดเข็มที่ 3 เพราะเห็นบุคลากรทางการแพทย์มีการติดเชื้อ โดยตัดสินใจฉีดเข็มที่ 3 ตั้งแต่ เดือนกันยายน ขณะที่ 70% ของประชากรได้ฉีดแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม

โควิด

ยุโรปศูนย์กลางโควิดระบาดรอบใหม่

จากการถอดบทเรียนที่สำคัญคือ ขณะนี้ทวีปยุโรปกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดรอบใหม่ และเดือนหน้าจะยิ่งต้องระวัง เพราะเป็นช่วงอากาศหนาว เทศกาล

ขณะที่ประเทศออสเตรียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการติดเชื้อสูง จนรัฐบาลใช้มาตรการล็อกดาวน์เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และกำชับมาตรการส่วนบุคคล การป้องกันตัวเอง และผลักดันฉีดวัคซีนให้มากขึ้น

ปัจจุบันยังมีกลุ่มที่ต่อต้านการฉีดวัคซีน แต่ก็อยากมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งอยากให้เป็นอุทธาหรณ์ โดยยกตัวอย่างคนออสเตรียมากกว่า 4 คน ไปร่วมปาร์ตี้คนติดเชื้อโควิด โดยคนจำนวนหนึ่งอยากมีภูมิคุ้มกัน จึงเอาตัวเองไปติดเชื้อ เพราะคิดว่า หากติดแล้วไม่มีอาการก็จะมีภูมิต้านทานเกิดขึ้นตามธรรมศาสตร์

อันนี้เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน ขณะนี้กลุ่มคนที่ไป 4 คน มี 1 คนเสียชีวิต และ 3 คนอยู่ไอซียู ที่สำคัญ 1 ในนั้นเป็นเด็ก อันนี้แปลว่า ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ คนที่ไม่มีภูมิฯ ก็เสียชีวิตได้ ดังนั้น เรื่องนี้อย่าคิดแบบนี้

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า โควิดอยู่มา 2 ปี ทำให้มีความเครียดสะสม และเมื่อประเทศมีการผ่อนคลาย สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้คนอยากผ่อนคลายมากขึ้น เพราะยกเลิกใส่หน้ากาก ยิ่งทำกัน รวมไปถึงเศรษฐกิจก็เป็นอีกปัจจัย อย่างการดึงเศรษฐกิจ ด้วยการมีกิจกรรมต่าง ๆ ก็เป็นส่วนสำคัญ

ไวรัสใหม่1

ชี้เดือนธันวาคม เสี่ยงโควิดระบาดรอบใหม่ทั่วโลก

นอกจากนี้ ภูมิอากาศก็อีกปัจจัยสำคัญ ยิ่งโลกตะวันตกเข้าสู่หน้าหนาว อุณหภูมิลดลง และนิยมอยู่ในอาคารพื้นที่ปิด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ก็ยิ่งเสี่ยง หากมีคนติดโควิดขึ้นมา ดังนั้น ในเดือนธันวาคม จึงเป็นช่วงเวลาเสี่ยงของทั้งโลก

อีกปัจจัยคือ การกลายพันธุ์ของไวรัส โดยขณะนี้ต้องติดตามคือ เดลตาพลัส และล่าสุดมีสายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 ที่พบ 10 ราย แบ่งเป็นในบอสวานา 3 ราย มีรายงานที่แอฟริกาใต้ 6 ราย และ 1 รายฮ่องกง โดยสายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ 32 จุดที่เกี่ยวข้องกับสไปร์ทโปรตีน

ดังนั้น จึงมีการติดตามเรื่องนี้อยู่ ที่นำมาเตือน เพราะให้เห็นว่า เรายังต้องสวมหน้ากากอนามัย ต้องเข้มมาตรการและขอย้ำว่า ไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะอย่างไรก็มีการกลายพันธุ์อยู่ดี และทั่วโลกมีการเฝ้าติดตามต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก ยังระบุว่า มีอัลฟา เดลตา เบตา แกมมา ก็ยังมี 4 สายพันธุ์ ส่วนสายพันธุ์ที่เฝ้าติดตาม ยังเป็นแลมดา และMu

อ่านข่าวเพิ่มเติม