COVID-19

‘อนามัยโลก’ ย้ำ ฉีดวัคซีนครบแล้ว ยังต้องสวมหน้ากาก-เว้นระยะห่าง หลังยอดโควิดพุ่งอีก


องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัดต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว หลังจากที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในยุโรป กลับมาดีดตัวสูงขึ้น ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดเทศกาลปลายปีนี้

นพ.ทีโดรส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO กล่าวว่า แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว ก็ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองติดเชื้อ หรือแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น ที่อาจเลวร้ายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

shutterstock 1760600945

ผู้อำนวยการ WHO ระบุว่า ประชาชนในหลายประเทศเกิดความชะล่าใจคิดว่าการระบาดของโรคโควิด-19 สิ้นสุดลงแล้ว และการฉีดวัคซีนก็สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ 100% เต็ม ซึ่งความเข้าใจผิดดังกล่าวได้ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง

เราทุกคนยังต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม และหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มกัน ถ้าเป็นไปได้ควรพบปะกับผู้คนในพื้นที่กลางแจ้ง หรือในอาคารที่มีการระบายอากาศดี

นพ. เกเบรเยซุสย้ำว่า วัคซีนสามารถช่วยลดอาการป่วยรุนแรงไม่ให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ก็จริง แต่ยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อ และแพร่เชื้อได้อยู่ หลังจากที่ประชาชนเริ่มกลับไปรวมกลุ่มทางสังคม เหมือนในช่วงก่อนเกิดโรคระบาด

เขาบอกด้วยว่า ขณะนี้ยุโรป กลับมาเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาดอีกครั้ง โดยมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 67% ของผู้ติดเชื้อทั่วโลก ณ สิ้นสุดสัปดาห์ของวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีผู้ติดเชื้อกว่า 2.4 ล้านราย เพิ่มขึ้น 11% จากสัปดาห์ก่อนหน้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม