COVID-19

‘ผู้ว่าฯ อัศวิน’ เปิดแผนเผชิญเหตุโควิดรร.สังกัด กทม. พบผู้ป่วยปิดห้องเรียนทันที!

“ผู้ว่าฯ อัศวิน” เปิดแผนเผชิญเหตุโควิดโรงเรียนในสังกัด กทม. ชี้พบผู้ป่วยยืนยัน 1 รายให้ปิดห้องเรียน 3 วัน เสี่ยงสูงกักตัวที่บ้าน

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวิน ระบุว่า แผนเผชิญเหตุตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร

แผนเผชิญเหตุโควิด

ในช่วงที่เราต้องเจอกับการระบาดของโควิด-19 การเรียนกับความปลอดภัยนั้นสำคัญทั้งคู่ กทม.จึงให้เด็ก ๆ ได้เรียนอย่างปลอดภัยด้วยการเรียน Online อยู่ที่บ้าน ซึ่งก็ไม่เท่าการเรียนในห้องเรียน แต่จะให้มานั่งเรียนรวมกันก็เสี่ยงเกินไป

แต่เมื่อเด็ก ๆ ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น และจะเปิดให้กลับเข้ามาเรียนหนังสือในโรงเรียนอีกครั้งในวันที่ 15 พ.ย.นี้ การเตรียมพร้อมหากพบการติดเชื้อขึ้นในโรงเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีควบคู่กับการเปิดเรียน

กทม. ได้จัดทำแผนเผชิญเหตุใหม่ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร หากพบการติดเชื้อโควิด-19 ในโรงเรียน ดังนี้

แผนเผชิญเหตุโควิด

เปิดแผนเผชิญเหตุโควิด

1. ปิดเรียน ในกรณีพบผู้ป่วยยืนยัน 1 รายขึ้นไป ให้ปิดห้องเรียนเป็นเวลา 3 วัน งดทำกิจกรรมรวมกลุ่มให้ผู้ที่เสี่ยงสูง ให้กักตัวที่บ้าน งดมาเรียนที่โรงเรียน และผู้ที่มีเสี่ยงต่ำให้มาเรียนตามปกติโดยใช้การสังเกตอาการ
กรณีพบผู้ป่วยยืนยัน มากกว่า 1 ห้องเรียนให้ปิดชั้นเรียนเป็นเวลา 3 วัน งดทำกิจกรรมรวมกลุ่มทุกกิจกรรม และปิดโรงเรียน (ตามอำนาจพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อ) โดยให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR

2. ไม่ต้องปิดโรงเรียน กรณีไม่พบผู้ป่วยยืนยันในโรงเรียน แต่มีความเสี่ยงติดเชื้อมาจากบ้านหรือชุมชนที่พักอาศัย มีแนวทางการดำเนินการ ดังนี้

  • ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจากที่บ้าน ให้สังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน หากพบอาการผิดปกติ ให้ไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย ระหว่างรอผล ให้กักตัวที่บ้าน
  • ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำจากที่บ้าน ผู้ใกล้ชิดกับผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ผู้ใกล้ชิดกับผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ให้สังเกตอาการ 14 วัน โดยไม่จำเป็นต้องหยุดเรียน

เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักเรียนและผู้ปกครองในการเตรียมพร้อมเปิดภาคเรียน เด็กนักเรียนจะได้กลับมาเรียนหนังสือได้อย่างปลอดภัยครับ

#เปิดเรียนกทม #โควิดกทม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Siree Osiri OHO BANGKOK