COVID-19

ถามกันมาก! ‘หมอนิธิ’ ตอบชัด วัคซีนแต่ละชนิด เมื่อไรควรฉีดเข็ม 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกัน


“หมอนิธิ” ไขข้อข้องใจ ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ยี่ห้อไหนควรฉีดเข็ม 3 ห่างกันเท่าไร เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เผยปัจจัยพิจารณาก่อนจอง อย่าตื่นเต้นจองรุ่นแรก

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Nithi Mahanonda” ให้ข้อแนะนำ การตัดสินใจฉีดเข็ม 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระยะห่างสำหรับวัคซีนแต่ละชนิด พร้อมชวนลุ้นฉีดวัคซีนเด็ก โดยระบุว่า

ฉีดเข็ม 3

“The more is not always the better …..ต้องพอดีเมื่อถึงเวลา

วันสองวันมานี้ มีหลาย ๆ คนถามมาเรื่องระดับภูมิคุ้มกัน และการรับวัคซีนโควิด-19 รอบใหม่ หรือฉีดเข็ม 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ผมขอแนะนำอธิบายคร่าว ๆ ตามนี้นะครับ

เมื่อไรควรฉีดเข็ม 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกัน

1. สำหรับคนที่ได้วัคซีนเชื้อตายคือ Sinovac และ Sinopharm นั้น ควรได้รับการกระตุ้นภูมิ ประมาณเดือนที่สี่ถึงเดือนที่หก หลังจากได้วัคซีนเข็มที่สอง ควรได้เร็วหรือช้า ขึ้นกับสองปัจจัย

ปัจจัยแรกคือ ความเสี่ยงของคน ๆ นั้น ในการติดเชื้อ (เช่น ทำงานเจอผู้คนมาก หรือสัมผัสกับผู้มีเชื้อบ่อย หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่นภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรืออายุมาก)

ปัจจัยที่สองคือ ความรุนแรงของการระบาดในขณะนั้น เช่น ถ้ามีการระบาดรุนแรง เกิดเวฟที่สี่หรือห้า โดยเฉพาะในหน้าหนาวนี้ที่ต้องเฝ้าระวัง ส่วนจะเป็นวัคซีนชนิดใดที่ใช้กระตุ้นนั้น ไม่สำคัญ และระดับภูมิคุ้มกันจะเท่าไหร่ ก็ไม่ควรนำมาใช้เป็นแนวกำหนดด้วย ถ้ารอได้ ควรเป็นวัคซีนรุ่นที่สอง

2. สำหรับผู้ที่ได้วัคซีน ไวรัลเวคเตอร์ เช่น Astra Zeneca Johnson and Johnson หรือ Sputnik นั้นควรได้รับการกระตุ้นประมาณเดือนที่หกถึงเดือนที่แปด หลังเข็มที่สอง ของ Astra Zeneca หรือ Sputnik V และเข็มหนึ่งของ Johnson and Johnson และ Sputnik Light จะเร็วจะช้าขึ้นอยู่กับปัจจัยเหมือนกับตามข้อ 1

LINE ALBUM รวมหมอโควิด ๒๑๐๙๑๓

เช่นเดียวกับวัคซีน mRNA คือ Pfizer หรือ Moderna กระตุ้นด้วยวัคซีนอะไรก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ควรเป็นวัคซีนชนิดเดิม สำหรับวัคซีนประเภทไวรัลเวคเตอร์ เนื่องจากว่าร่างกายมีโอกาสสร้างภูมิต้านทานไวรัสตัวที่ใช้เป็นเวคเตอร์ ทำให้การกระตุ้นภูมิต่อโควิดไม่ดีนัก

3. ถ้าใครไม่ใช่กลุ่มที่ต้องรีบฉีด ควรรอดูว่าจังหวะเวลาที่จะต้องได้รับการกระตุ้นนั้น จะมีวัคซีนที่ออกแบบมาเจาะจงสำหรับการกระตุ้นไหม ทั้งคุณสมบัติและขนาดปริมาณ (โดส) ซึ่งปริมาณขนาดที่จะใช้กระตุ้นนี้มีความสำคัญมาก ไปใช้ขนาดเดียวกับการฉีดครั้งแรกอาจจะมากเกินจำเป็น ไม่ควรตื่นเต้นไปจองวัคซีนรุ่นแรก

4. ถ้าไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มการศึกษาวิจัย ไม่แนะนำให้เจาะระดับภูมิคุ้มกัน เพราะระดับภูมิคุ้มกันนี้ ไม่สามารถบ่งบอกถึงระดับการป้องกันโรคของวัคซีนได้โดยตรง (มี missing unknown unexplained links อีกหลายตัว) เพราะถ้าติดตามศึกษาผลระดับภูมิคุ้มกันที่เสนอกัน จะเห็นว่า ในกลุ่มคนที่เหมือน ๆ กันและได้รับวัคซีนเดียวกัน  ชจะมีผลระดับภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกันมากเกินกว่าจะอธิบายได้

(ถ้าใครดูตัวเลขกราฟเป็นจะเห็นได้ว่า เรื่องระดับภูมิคุ้มกัน เวลานำเสนอนั้น ในแนวตั้งที่บอกถึงระดับที่วัดภูมิคุ้มกันได้ จะเป็น log scale เพราะต้องแสดงค่าตั้งแต่ ศูนย์ ถึงหลาย ๆ หมื่น จากที่วัคซีนทุกชนิดที่ศึกษาจะวัดค่าได้ มีตั้งแต่ต่ำมากถึงสูงมาก การที่เราเห็นผลมันรวมกลุ่มกันเป็นกระจุกนั้นจริง ๆ แล้วมันกระจายกันอยู่มาก ผู้เข้าใจตัวเลขสถิติจะเข้าใจได้ว่า ผลเช่นนี้นำมาหารเฉลี่ยง่าย ๆ ไม่ได้)

LINE ALBUM วัคซีนโควิดรพ 1.สนาม ๒๑๐๙๐๘

สรุปว่า ระดับภูมิคุ้มกัน ใช้เป็นได้เพียงงานวิจัยบอกการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของวัคซีนได้ “บ้าง” (แต่ไม่ใช่ระบบภูมิคุ้มกันทั้งระบบของคน ที่ยังมีระดับความจำของภูมิคุ้มกัน และอื่น ๆ อีกด้วย) มีประโยชน์ในการศึกษาเลือก และกำหนดชนิดวัคซีนพอได้ แต่ไม่บอกระดับการป้องกันของร่างกายต่อการติดเชื้อ

5. วัคซีนทุกชนิดที่มีในขณะนี้ ไม่มีชนิดไหนป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาได้ (และนอกจากนั้น การจะติดเชื้อนั้นขึ้นกับทั้งระดับภูมิและปริมาณเชื้อที่ได้รับด้วย) แต่ทุกชนิดป้องกันการมีอาการรุนแรง และเสียชีวิตได้ (แต่ก็ไม่ 100%)

ดังนั้นควรเปลี่ยนกรอบความคิดกันใหม่ว่า เราฉีดวัคซีนกันเพื่อกันการป่วยหนัก กันการเสียชีวิต และการการแพร่ระบาดในวงกว้าง

6. การตรวจหาเชื้อที่รวดเร็ว และการรักษาที่รวดเร็ว ที่เริ่มมีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นยาต้านไวรัส หรือยาแอนตีบอดีค็อกเทล จะยิ่งทำให้เมื่อติดเชื้อแล้วได้ยาเร็ว ก็หายเร็วขึ้น และไม่มีอาการหนัก จนต้องเข้าโรงพยาบาลได้อีกด้วย

อีกไม่นานเราก็อยู่ไปกับมันได้สบาย ๆ ครับ แต่ยังต้องช่วยกันลุ้นอีกเรื่องคือ วัคซีนในเด็ก เพราะเรา ๆ ผู้ใหญ่ยังอยากให้สังคมคืนปกติ (ใหม่) โดยเฉพาะ เด็ก ๆ ก็ควรจะกลับสู่การเรียนในโรงเรียนโดยเร็วครับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม