ดูหนังออนไลน์
COVID-19

ป่วยโควิดวันนี้ 3,440 คน ดับเพิ่ม 38 ราย ‘ศบค.’ เข้มโรงงาน จี้ประเมินตนเอง คุมระบาด

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. อัพเดทสถานการณ์ โควิดวันนี้ 2 มิถุนายน 2564 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,440 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมล่าสุดอยู่ที่ 165,462 คน พบผู้เสียชีวิตใหม่ 38 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมทั่วประเทศ อยู่ที่ 1,107 ราย ผู้ป่วยรักษาตัวหาย กลับบ้านเพิ่ม 2,843 คน รวมยอดผู้ป่วยรักษาตัวหาย กลับบ้านได้แล้ว 114,578 คน ยังเหลือรักษาตัว ในโรงพยาบาล 49,777 คน

เสียชีวิต 38 ราย

  • กรุงเทพมหานคร 18 ราย
  • สมุทรปราการ 4 ราย
  • ปทุมธานี 3 ราย
  • ชลบุรี 3 ราย
  • นนทบุรี 2 ราย
  • ฉะเชิงเทรา 2 ราย
  • สุราษฎร์ธานี 2 ราย
  • อยุธยา 1 ราย
  • ราชบุรี 1 ราย
  • ร้อยเอ็ด 1 ราย
  • อุดรธานี 1 ราย

กลุ่มติดเชื้อ จากระบบเฝ้าระวัง และระบบบริการคัดกรอง จำนวน 1,175 ราย

กลุ่มค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก ในชุมชน 1,163 ราย

กลุ่มผู้ติดเชื้อจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 1,087 ราย

กลุ่มเดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสถานกักกัน ที่รัฐจัดให้ 13 ราย

  • กัมพูชา 3 ราย
  • อินเดีย 2 ราย
  • ญี่ปุ่น 2 ราย
  • จีน 1 ราย
  • คูเวต 1 ราย
  • โปรตุเกส 1 ราย
  • อเมริกา 1 ราย
  • เมียนมา 1 ราย
  • มาเลเซีย 1 ราย

กลุ่มเดินทางมาจากต่างประเทศ เข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ 2 ราย 

  • เมียนมา 2 ราย สัญชาติจีน เพศชาย อายุ 34 ปี และ 29 ปี

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศบค. เปิดเผยด้วยว่า ที่ประชุมศบค.ชุดเล็ก ได้ทบทวนมาตรการเกี่ยวกับการติดเชื้อในโรงงาน ที่มีการรายงานในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่แค่โรงงานในพื้นที่ใด จังหวัดใด จังหวัดหนึ่งเท่านั้น แต่เห็นการระบาดเป็นวงกว้าง ในหลายจังหวัด

ในวันนี้ (2 มิ.ย.) ทางสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย นำเสนอผลข้อสรุปจากการประชุมหารือร่วม เกี่ยวกับกรณีสถานประกอบการโรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ลดความรุนแรงในการระบาด ควบคุมการแพร่กระจายสู่ชมุชนในวงกว้าง และเพื่อปกป้องเศรษฐกิจ และสังคม ให้สถานประกอบการปลอดภัย และดำเนินกิจการได้ในช่วงการระบาด

กรมอนามัย ระบุว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สำรวจพบว่า มีการติดเชื้อใน 10 จังหวัด โดยโรงงานขนาดใหญ่ ที่มีคนงานเกิน 200 คน พบการติดเชื้อค่อนข้างสูง ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ รวมถึง ความแออัด ทั้งในที่ทำงาน และที่พักคนงาน ระบบระบายอากาศไม่ดี จุดสัมผัสไม่สะอาด และพฤติกรรมที่มีกิจกรรมร่วมกัน

โรงงานที่มีขนาดใหญ่ พบการติดเชื้อถึง 20% ส่วนโรงงานขนาดกลาง และเล็ก รายงานติดเชื้อ 5%

พญ.อภิสมัย  ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมา กรมอนามัยพยายามรณรงค์ให้ใช้มาตรการ “Thai Stop COVID+ (TSC)” เป็นการประเมินตนเอง ที่ทางโรงงาน หรือสถานประกอบการ รวมทั้ง ตลาด หรือ แคมป์คนงาน สามารถเข้าไปศึกษารายลเอียด และประเมินตนเอง

นอกจากนี้ การประเมินตนเอง ยังมีในส่วนของ “ไอฟา” (IPHA) ซึ่งเป็นเกณฑ์การประเมินตนเองของอุตสาหกรรม มีรายละเอียดที่เป็นชุดคำถามในเชิงรุก ที่มีการพัฒนา ให้เป็นการดำเนินงานบูรณาการของทุกภาคส่วน เรียกว่า “Good Factory Practice” หรือ GFP เพื่อให้โรงงาน สถานประกอบการ เรียนรู้มาตรการป้องกันโรค สอบสวนโรค และจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม หรือจัดวางมาตรการเสริม เพื่อเตรียมรับมือกับการระบาดได้

ทั้งนี้ ตัวเลขโรงงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมไว้ 63,000 แห่ง โดยมีโรงงานที่มีผู้ติดเชื้อและเข้าสู่การประเมินตนเองในแบบประเมินตนเองด้านสาธารณสุข จำนวน 8,200 โรงงาน แต่พบว่าโรงงานขนาดใหญ่ 3,300 โรงงาน เข้าไปประเมินเพียง 650 โรงงาน ทั้งที่เป็นเป้าหมายที่มีการติดเชื้อมากกว่าโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่มีการเฝ้าระวังตนเองค่อนข้างน้อยเพียง 20%

“จึงเน้นย้ำให้ภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2564 โรงงานขนาดใหญ่ที่มีรายชื่ออยู่ในกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องเข้าไปประเมินตนเองให้ครบถ้วน 100% จะเลือกทำบางส่วนไม่ได้ และขอให้ตอบตามความเป็นจริง หากได้คะแนนน้อยหรือไม่ผ่านเกณฑ์จะมีทีมพี่เลี้ยงลงพื้นที่ไปช่วยปรับปรุงแก้ไขให้ผ่าน แต่หากขอความร่วมมือแล้วเพิกเฉย ไม่ประเมินตนเอง เป็นเหตุให้มีการติดเชื้อและกระจายไปที่อื่น ตรงนี้จะมีการพิจารณาบทลงโทษ แต่หากโรงงานทำได้ดี จะมีการให้รางวัล ปรับให้เป็นสถานประกอบต้นแบบ” พญ.อภิสมัย กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม