COVID-19

จับตาไวรัสเมียนมา หวั่นกลายพันธุ์ ต้องรีบหยุดการระบาด สายพันธุุ์แอฟริกา-อังกฤษคุมได้

จับตาไวรัสเมียนมา ที่ระบาดรอบใหม่ในไทย อาจกลายพันธุ์ ต้องหยุดการระบาดในคนโดยเร็ว ส่วนสายพันธุ์แอฟริกาและอังกฤษ มั่นใจ ควบคุมได้

รศ.นพ.โอภาส​ พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
เปิดเผยถึง สถานการณ์ ไวรัสกลายพันธุ์ ที่พบอยู่ในปัจจุบันว่า ต้อง จับตาไวรัสเมียนมา ที่ทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ในไทย

จับตาไวรัสเมียนมา

ทั้งนี้เพราะ โดยธรรมชาติของไวรัส หากยังไม่หยุดการแพร่ระบาด อาจเกิดการกลายพันธุ์ได้ เป็นเรื่องปกติ และสายพันธุ์ใหม่ มักเก่งกว่า รุนแรงกว่าสายพันธุ์เดิม ดังนั้น การหยุดการแพร่กระจายเชื้อ จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

สำหรับการพบการกลายพันธุ์ของ ไวรัสโควิด-19 ที่ต้องเฝ้าระวังในขณะนี้คือ สายพันธุ์อังกฤษ ที่พบว่า การกลายพันธุ์ ส่งผลให้เพิ่มอัตราการป่วย และเสียชีวิต สูงกว่าสายพันธุ์เดิม รวมถึงสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ที่มีผลทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง

รศ.นพ.โอภาส
รศ.นพ.โอภาส​ พุทธเจริญ

ทั้งนี้ การตรวจพบ ไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดใน แอฟริกาใต้ ขณะนี้มีหลายประเทศในแอฟริกาที่มีสายพันธุ์นี้อยู่ โดยผู้ป่วยรายแรก ที่เดินทางเข้ามาในเมืองไทย มาจากประเทศแทนซาเนีย และได้รับการตรวจพบว่า เป็นไวรัสสายพันธุ์นี้

ปัจจุบันมีสายพันธุ์ไวรัส ที่พบว่ามีการกลายพันธุ์ และมีผลต่อการควบคุมการระบาดของโรค การรักษาและการตอบสนองต่อวัคซีน ในประเทศไทย ได้แก่ สายพันธุ์อังกฤษ ที่เกิดขึ้น และค้นพบครั้งแรก ในประเทศอังกฤษ และแพร่ระบาดมาก ในประเทศอังกฤษ รวมถึงในยุโรปหลายประเทศ

ไวรัส3

คุณสมบัติ ของไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ คือ เป็นไวรัสในโพรงจมูก ที่ติดเชื้อง่าย และมีการแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วปัจจุบันมีหลักฐานจาก โรงพยาบาลในอังกฤษหลายแห่ง พบว่า ไวรัสมีความสัมพันธ์กับอาการป่วย ที่ทำให้รุนแรงมากกว่าปกติ

สายพันธุ์ที่ 2 เป็นสายพันธุ์แอฟริกาใต้ การกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ไวรัสสามารถหนีภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น จึงอาจจะมีผลต่อการใช้วัคซีน ที่พัฒนาโดยใช้สายพันธุ์ดั้งเดิม ทำให้วัคซีนมีประสิทธิภาพลดลง โดยหลายประเทศ ที่ทำการทดลองวัคซีน พบว่าประสิทธิภาพของวัคซีน ลดลง เมื่อใช้ในผู้ติดเชื้อ ไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ประเทศไทย สามารถคุม ไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ ไว้ได้หมด เนื่องจากพบในผู้ที่เดินทางมาจากประเทศอังกฤษ และเข้าไปอยู่ในสถานกักกัน ทำให้ไม่เกิดการแพร่ระบาดออกมาภายนอก รวมทั้งในสถานกักกันเอง มีระบบป้องกันอย่างเข้มงวด ทำให้ผู้ที่สัมผัส ดูแล ในสถานกักกัน ถือว่า เป็นกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ

ไวรัส2

ส่วนไทม์ไลน์ ของผู้ติดเชื้อ ไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ที่เดินทางมาในประเทศไทย มีดังนี้

วันที่ 1 ก.พ. 2564 มีอาการไข้ต่ำ

วันที่ 4 ก.พ. 2564 ไอมากขึ้น ผลการตรวจ SWAB ครั้งแรก พบเชื้อไวรัสโควิด-19 ค่าไวรัส 14 ซึ่งตัวเลขต่ำ แสดงว่าปริมาณเชื้อไวรัสสูง ทำให้มีอาการปอดอักเสบ

วันที่ 12 – 13 ก.พ. 2564 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และตรวจ SWAB ครั้งที่ 2 พบเชื้อไวรัสยืนยัน จึงนำไวรัสไปตรวจ และพบว่า เป็นสายพันธุ์แอฟริกาใต้

 

ทั้งนี้ หลังจากผู้ป่วยรับยาต้านไวรัสแล้ว พบว่า ยังมีอาการปอดอักเสบ จึงมารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ขณะนี้คนไข้อาการดีขึ้น การใช้ออกซิเจนลดลง สามารถให้ออกซิเจนในระดับต่ำ และอาการดีขึ้นเป็นลำดับ

ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้ เป็นเชื้อที่มีการแพร่กระจาย จากทางเดินหายใจ ตอนนี้กระจายไปยังยุโรปหลายประเทศ

ส่วนข้อสงสัยที่ว่า เมื่อเกิดการระบาดของ ไวรัสสายพันธุ์แอฟริกา จะมีการกำหนดห้าม การเดินทางจากแอฟริกา มาไทยหรือไม่นั้น นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบัน ไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้ มีการแพร่กระจายไปในหลายประเทศ เช่นในยุโรป

ดังนั้น มาตรการที่จะกำหนด ไม่ให้เฉพาะคนที่มาจากแอฟริกา เข้าประเทศไทย จึงไม่ได้ช่วยเท่าไหร่นัก จึงต้องเฝ้าระวังต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม