COVID-19

‘ศบค.’ จัดทีมตรวจ ‘กิจการ’ หลังคลายล็อก พบผิดครั้งแรกเตือน ต่อไปปิดทันที


“ศบค.” พร้อมลุยตรวจมาตรฐาน “ผู้ประกอบการ” หลังคลายล็อกโควิด-19 หากพบไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ขั้นแรกจะตักเตือน หากยังผิดซ้ำ สั่งปิดทันที “ผบ.ทสส.” ย้ำ! มาตรการผ่อนคลายคือ เปิดกิจการ ไม่ใช่ให้เดินทางหรือลดการดูแลตัวเอง

พรพิพัฒน์ เบญญศรี

พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าส่วนปฏิบัติการด้านการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ประจำวันนี้ (3 พ.ค.) ว่า ที่ผ่านมา ทหารและตำรวจเป็นส่วนเสริมในการทำงานป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วยการจัดจุดตรวจโควิด-19 จุดตรวจเคอร์ฟิว การแก้ไขสถานการณ์วิกฤติ ณ ช่องทางเข้าออก เช่น สนามบิน และการปฏิบัติจุดตรวจผ่านแดนของประเทศรอบบ้าน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในจุดที่ควบคุมได้

วันนี้เป็นวันแรกที่รัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้กิจการบางประเภทซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น เสริมสวย ออกกำลังกาย โรงพยาบาล ที่เคยปิด กลับมาเปิดได้ โดยรัฐบาลประกาศเรื่องการผ่อนคลายมาตรการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 และให้เวลาในการเตรียมตัวเพื่อผ่อนคลายในวันนี้

แต่ 2-3 วันที่ผ่านมา กลับเกิดการเดินทางจำนวนมาก ซึ่งอาจจะเกิดจากคลาดเคลื่อนในการสื่อความหมาย โดยการเปิดให้ผ่อนคลายของรัฐบาลหมายความว่า ให้กิจการที่ปิดกลับมาเปิดได้ ไม่ใช่ให้ประชาชนผ่อนคลายตัวเอง รัฐบาลไม่เคยแนะนำให้เราการ์ดตก ซึ่งเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจแต่อาจจะมีบางคนที่เข้าใจว่านั่นคือการพักผ่อน อาจจะเข้าใจว่าเราการ์ดตกได้บ้าง จึงต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่าเรายังการ์ดตกไม่ได้

fig 16 04 2020 07 02 58

สำหรับการผ่อนคลายหลังจากนี้ ผู้ที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างมากคือ ผู้ประกอบการ เพราะผู้ประกอบการต้องจัดให้มีการดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้ 4-5 ประการ เช่น สถานประกอบการที่ได้รับการผ่อนผัน จะต้องทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสตลอดเวลา, จัดให้ทุกคนมีหน้ากากอนามัย, จัดให้มีเจล สบู่ แอลกอฮอล์ล้างมือ, มีมาตรการเว้นระยะห่าง และทำทุกวิธีไม่ให้เกิดความแออัด

ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรค ต้องจัดทีมไปตรวจสอบผู้ประกอบการ และ ศบค. มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และส่วนราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นชุดตรวจสอบด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงมาเกี่ยวข้องตรงนี้

โดยการตั้งจุดตรวจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง ทั้งจุดตรวจโควิด-19 ลดลงแล้ว เหลือ 312 จุด และจุดตรวจเคอร์ฟิว เหลือ 690 จุด และไปเพิ่มชุดออกสุ่มตรวจความพร้อมของสถานประกอบการ ที่จะดำเนินการจริงจังเข้มข้นในห้วง 28 วันจากนี้ไป

“ผู้ประกอบการต้องเข้มงวด นับคนเข้า นับคนออก มีคนเกินไม่ได้ ผู้ว่าต้องไปตรวจให้มีมาตรการ ชุดตรวจที่เป็นของฝ่ายความมั่นคงประกอบกำลังจากหลายส่วน ทั้งสาธารณะสุข ตำรวจ อาสาสมัคร ก็จะลงไปตรวจสอบซ้ำ ถ้าสถานประกอบการไม่ทำตามนั้น เตือน ถ้าไม่ทำอีก ปิด เพราะนี่คือความรับผิดชอบต่อคนในภาพรวม ไม่ใช่ประสงค์การกลั่นแกล้ง เพื่อให้คนไทยเกิดความมั่นใจว่าที่ๆ ไป ปลอดภัยอย่างพอเพียง” พล.อ.พรพิพัฒน์

eco

อย่างไรก็ตาม ชุดตรวจคงไม่สามารถดำเนินการได้ครอบคลุมทั้งหมด ผู้ใช้บริการจึงสามารถช่วยตรวจสอบและมีสิทธิ์เรียกร้องให้สถานประกอบการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยได้ ถ้าหากเห็นว่ามาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 ยังไม่เพียงพอ ก็สามารถร้องเรียนตามช่องทางต่างๆ เช่น กรุงเทพมหานคร (กทม.) โทร 1555 ทำเนียบรัฐบาล โทร 1111 เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ประชาชนต้องดูแลตัวเอง ใส่หน้ากากอนามัย ใช้เจลล้างมือ เว้นระยะห่างระหว่างกันด้วย