Entertainment

ม้วนเดียวจบ! ‘มิลลิ’ อธิบายละเอียดยิบ หลังโดนจวกยับ ปมใช้อภิสิทธิ์ ยื่นสอบล่าช้า?


ร็ปเปอร์สาวชื่อดัง “มิลลิ” โพสต์ชี้แจงละเอียดยิบ หลังโดนชาวเน็ตถล่มยับ ปมใช้อภิสิทธิ์ ยื่นสอบล่าช้า?

หลังจากแร็ปเปอร์สาวชื่อดัง “มินนี่-ดนุภา คณาธีรกุล” หรือ MILLI ได้ลงสอบวิชาภาษาอังกฤษ แต่พอคะแนนออก อาจารย์ได้ประกาศคะแนนของทุกคน ยกเว้นของตน อาจารย์เลยให้เธอไปตามเรื่องกับทางเว็บเอง  ก่อนจะได้อาจารย์ของทางคณะเป็นคนช่วยตามเรื่องให้แทน

ส่วนสาเหตุที่ไม่มีคะแนน เธอยอมรับว่าพลาดเอง เนื่องจากก่อนหน้านี้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้จำรหัสเพื่อนที่เคยเข้าใช้ล็อกอินในคอมของเธอ ทำให้เจ้าตัวล็อกอินรหัสของเพื่อนแบบอัตโนมัติ กลายเป็นว่ามิลลิเข้าไปทำข้อสอบด้วยรหัสของเพื่อนคนที่ดรอปวิชานี้ไปแล้ว เลยทำให้ไม่มีคะแนนสอบ ก่อนที่เจ้าตัวจะทำเรื่องสอบล่าช้า และได้สิทธิ์ในการสอบใหม่

มิลลิ

ด้านโลกออนไลน์ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากเจ้าตัวได้สิทธิ์ในการสอบใหม่จากการทำเรื่อง late exam  ซึ่งปกติแล้วการทำเรื่องขอ late exam ต้องมีเหตุสำคัญ อาทิเช่น เกิดอุบัติเหตุ เข้าโรงพยาบาล ผ่าตัดด่วน เป็นต้น หลายคนจึงพากันออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่อง privilege ที่ถึงแม้ว่าจะมีการเรียกร้องเรื่องความเท่าเทียมในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงเห็นได้ชัดถึงปัญหาเรื่องความเลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ มิลลิ ได้ออกมาชี้แจงว่า “ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ late exam นะคะ อย่าเพิ่งตัดสินไปแบบนั้นเลยนะคะ และก็ต้องขออภัยที่พูดออกมาไม่เคลียร์ในตอนแรกด้วย ยังไงขอนุญาตคุยกันวันศุกร์นี้นะคะ รบกวนทุกคนด้วยนะคะ #มิลลิ” แต่กลับมิวายเจอชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนท์ทักว่า ยังไม่ได้ late exam จริง ๆ หรอ เพราะเห็นรายชื่อประกาศแล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เข้ามาตอบกลับว่า “อ่าว อันนี้หนูไม่รู่จริงค่ะ ขออนุญาต ไปเช็คและเดี๋ยวเราจะมาให้คำตอบนะคะ”

มิลลิ

“มิลลิ” อธิบายละเอียดยิบ หลังโดนถล่มยับ

และเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ( 18 ส.ค. ) มิลลิ ได้ออกมาโพสต์ร่ายยาวอธิบายละเอียดยิบเกี่ยวกับประเด็นนี้อีกครั้ง โดยเจ้าตัวเผยว่า ขออนุญาตทุกท่านชี้แจงประเด็นเรื่องคะแนนสอบ / late exam / อาจารย์ผู้สอนที่ถูกกล่าวถึง จากโพสต์ทวิตเตอร์ของหนู เรื่องคะแนนสอบหายจนเกิดผลกระทบอย่างหนัก คือเรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะ ขอเล่าเหตุการณ์นะคะ ยาวหน่อยนะคะ เพื่อความละเอียด

วันที่ 29 ก.ค. 64 คือวันที่น้องได้ทำการสอบกลางภาคในวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งในการสอบครั้งนี้ ประกอบไปด้วยหลายส่วน เป็นทั้งพาร์ทข้อเขียนที่สอบในระบบ Microsoft Teams และพาร์ทข้อช้อยส์ที่สอบในเว็บไซต์ LMS ของทางมหาวิทยาลัย ซึ่งน้องยืนยันว่าได้ทำไปครบทุกพาร์ท แต่ในวันประกาศคะแนนสอบ ( 10 ส.ค. ) อาจารย์บอกว่าหนูเนี่ยไม่มีคะแนน ก็ค่อนข้างเหวอเลยทีเดียว และด้วยการสื่อสารที่ผิดพลาด+ใช้อารมณ์เป็นหลัก หนูจึงโพสต์พาดพิงอาจารย์ลงทวิตไปในทันที โดยที่ยังไม่ได้สืบหาข้อเท็จจริงก่อนเลยด้วยซ้ำ ทำให้อาจารย์ท่านนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงและรู้สึกไม่ดี หนูต้องขอโทษอาจารย์ด้วยนะคะ

มิลลิ (MILLI)

1. การยื่นขอ late exam – หลังจากทราบเรื่องคะแนนหาย หนูเลยรีบไปปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษา ( ซึ่งเป็นคณบดีของคณะหนูเอง ) ว่าจะสามารถตรวจสอบยังไงได้บ้าง อาจารย์เลยช่วยประสานกับทางพี่เจ้าหน้าที่คณะเพื่อสอบถามไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อถามหาสาเหตุที่ไม่พบคะแนนในพาร์ทนั้น และเสนอว่าลองยื่นเรื่องพิจารณา Late Exam มั้ย ซึ่งวันนั้นที่คุยกันเป็นวันที่สามารถยื่นเรื่องพิจารณา Late Exam ได้เป็นวันสุดท้ายพอดี

หนูเลยตัดสินใจจะลองยื่นเรื่องไปก่อน ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงเกี่ยวกับคะแนนสอบของตัวเอง โดยอาจารย์ได้ให้คำปรึกษาในทุก ๆ กระบวนการว่าจะต้องเขียนคำร้องผ่านระบบออนไลน์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีให้เลือกหัวข้อสาเหตุในการยื่นเรื่อง โดยหนูเลือกหัวข้อที่ 4 “กรณีอื่น ๆ” และได้แนบหลักฐานที่สามารถยืนยันว่าตัวเราเข้าสอบจริง ๆ ประกอบไปด้วย 1. วิดีโอที่บันทึกภาพหนูขณะที่กำลังทำการสอบ (วีดิโอตัวนี้เราสามารถเข้าไปเซฟหรือดูย้อนหลังได้ใน Microsoft Teams ขึ้นอยู่กับว่ามีใครกด recordเอาไว้หรือไม่นะคะ) ซึ่งครั้งนี้อาจารย์คุมสอบได้ทำการบันทึกวีดิโอเอาไว้ใน Microsoft Teams

และ 2. ส่งประวัติการใช้งานจากบราวเซอร์ Safari ที่แสดงถึงการเข้าไปทำข้อสอบผ่านทางเว็บไซต์ LMS ทั้งหมด 23 หน้าบนระบบในวันสอบนั้น โดยอาจารย์บอกเพิ่มเติมว่า การยื่นขอ Late Exam จะต้องมีการพิจารณาขึ้นอยู่กับหลักฐานของนศ.+การพิจารณาจากมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่รับประกันว่าจะได้หรือไม่ ( เมื่อวันที่ 16 ส.ค. รายชื่อผู้ได้รับ late exam ถูกประกาศผ่านเว็บไซต์แต่ตัวหนูเองไม่ได้เช็คให้ดีก่อนวันนี้หนูเลยทวิตบอกว่ายังไม่ได้ค่ะ )

มิลลิ (MILLI)

2. การหาข้อเท็จจริงและผลลัพธ์เรื่องคะแนนหาย – บ่ายวันนั้นที่รู้เรื่องคะแนนหาย ( 10 ส.ค. ) หลังจากได้รับการประสานจากมหาวิทยาลัยผ่านทางอาจารย์ที่ปรึกษา เรื่องสาเหตุที่คะแนนหายไป เบื้องต้นทางมหาวิทยาลัยได้เช็คระบบอีกรอบแล้วว่า ไม่มีคะแนนสอบหนูในระบบจริง ๆ ทางมหาวิทยาลัยก็เลยถามเพิ่มว่า “หนูได้ไปใช้คอมของคนอื่นในการทำข้อสอบหรือเปล่า หรืออาจจะไปล็อคอินเป็นชื่อของคนอื่นมั้ย” แต่หนูยืนยันว่าใช้โน้ตบุ๊คของตัวเองอย่างแน่นอน เลยทำให้หนูเอะใจขึ้นมาเพราะนึกได้ว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อนของหนูเคยขอยืมโน้ตบุ๊คไปใช้ล็อคอินในเว็บไซต์ LMS เช่นเดียวกัน

ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าบัญชีของเพื่อนถูกล็อคอินค้างไว้ในโน้ตบุ๊คของหนู เพราะหลังจากสอบพาร์ทแรกเสร็จ ก็เปลี่ยนมาเข้าลิงค์เพื่อทำข้อสอบใน LMS หนูล็อคอินเข้าเว็บไซต์โดยการสแกนนิ้วไปเลยด้วยความเคยชิน โดยไม่ได้เช็คให้รอบคอบก่อนว่าเป็น ID ของหนูหรือไม่ เพราะคิดว่ามันคือ user ของเราที่เคยเซฟไว้ โน้ตบุ๊คหนูคือ MacBook Pro 13 ซึ่งมีระบบ Finger Scan ที่จดจำ username&password ที่เราเคยล็อคอินเอาไว้ก่อนหน้านี้ จริง ๆ หนูก็เคยล็อคอิน user หนูไว้แล้วและเซฟ password เพื่อที่จะ scan นิ้วในรอบต่อไป แต่พอเพื่อนเอาไปใช้ เขาก็เซฟ password ไว้เช่นเดียวกัน โน้ตบุ๊คก็เลยจำ user ของเพื่อนแทน

หนูจึงได้แจ้งชื่อ และ ID ของเพื่อนที่หนูสงสัยให้กับทางมหาลัยวิทยาลัย เพื่อเอาไปตรวจสอบอีกรอบ ซึ่งปรากฎว่าคะแนนสอบพาร์ทช้อยส์ทั้งหมดได้ถูกทำบนบัญชีที่เป็นชื่อของเพื่อน ซึ่งเพื่อนคนนี้ลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาอังกฤษเหมือนกัน แต่คนละ section และเขาไม่ได้เข้าสอบในครั้งนี้ เพราะว่าเขาใช้คะแนน IELTS ยื่นขอเทียบเกรดไปแล้ว และเพราะว่าไม่มีคนเข้าสอบ หนูเลยสามารถทำข้อสอบอันนี้ได้โดยทำในชื่อบัญชีของเพื่อน เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยจึงพบแต่คะแนนในพาร์ทช้อยส์ที่หนูทำ ส่วนพาร์ทอื่น ๆ ของเพื่อนก็ว่างเปล่า เนื่องจากเขาไม่ได้เข้าสอบอยู่แล้ว ทำให้คะแนนในส่วนนี้เป็นโมฆะไป

มิลลิ (MILLI)

ขอชี้แจงเพิ่มเติม จากที่หนูไลฟ์ไปเมื่อวันที่ 11 ส.ค. คือตอนนั้นรู้แล้วว่าคะแนนหายไปได้ยังไง แต่ยังไม่ได้รับการตัดสินว่าจะได้ late exam นะคะ แต่ด้วยความใจร้อนของหนูตอนนั้นอีกนั่นแหละที่อยากอธิบาย เพราะอาจารย์โดนถล่มเยอะมาก เลยอยากออกมาบอกว่าเป็นความผิดของหนูเองค่ะ ไม่ใช่ใครเลย รวมถึงมีการพูดไปว่าได้ late exam แล้ว ซึ่งหนูพูดไม่เคลียร์เองค่ะ และตอนนั้นก็ถูกคนอื่นเข้าใจไปแล้วว่าได้สอบใหม่ ตรงนี้หนูผิดเองจริง ๆ ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ

3. การโพสต์ข้อความโดยใช้อารมณ์และไม่ไตร่ตรอง จนทำให้อาจารย์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก – หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดและได้รับข้อมูลทุกอย่าง รู้สึกว่าเรื่องที่ทำลงไปได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออาจารย์ ช่วงสัปดาห์ที่แล้วหนูเลยรีบติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอนัดพบอาจารย์ท่านนั้น เพื่อพูดคุยและขอโทษถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจารย์ท่านว่างและรับนัดเป็นวันศุกร์ที่จะถึงนี้ และตอนสองทุ่มน้องคิดเอาไว้แต่แรกว่าหลังพบอาจารย์แล้ว ก็อยากจะคุยกับหลายท่านที่อาจจะยังมีข้อสงสัยอยู่และต้องการรับฟังคำอธิบายจากน้อง เพราะว่าจะได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างครบถ้วนค่ะ

มิลลิ (MILLI)

อ่านข่าวเพิ่มเติม