CSR

สานต่อความสำเร็จ ‘โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ’ สร้างอาชีพมั่นคงเกษตรกร ผลักดันชุมชนเข้มแข็ง

เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สานต่อความสำเร็จ “โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา” ด้วยการนำ “ศาสตร์พระราชา” พัฒนาสู่ “สงขลาโมเดล” เพื่อขับเคลื่อนการดำรงชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการลดรายจ่าย สร้างรายได้ ส่งเสริมการออม ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สร้างชุมชนเข็มแข็ง-ยั่งยืน

นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ และกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ ในฐานะกรรมการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เกิดจากแนวคิดของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่ต้องการแก้ปัญหาความยากจน

S 16678987

เนื่องจากตำบลปากรอ มีสภาพพื้นที่ติดทะเลสาบสงขลา เกษตรกรประกอบอาชีพประมง มีพื้นที่ทำนาบางส่วน และอยู่ห่างจากอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจและท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่ยากจนที่สุดในจังหวัด จึงให้ภาคราชการเป็นตัวหลัก ในโครงการพัฒนาด้านต่าง ๆ และระดมความร่วมมือจากภาคประชาชน และองค์กรเอกชน ดำเนินการตามแนวทาง “เศรษฐกิจพอเพียง”

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการการส่งเสริม และพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาชุมชน ที่มีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม และเป็นตัวอย่างในภาคใต้ตอนล่าง เน้น 3 แนวทางการพัฒนา อาชีพ การศึกษา และสุขภาพอนามัย

โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพที่หลากหลายให้สอดคล้องกับภูมิสังคม เกิดเป็นอาชีพทดแทนการทำประมงในทะเลสาบสงขลา ควบคู่กับการฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อระบบนิเวศที่ยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนการดำรงชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เน้นลดรายจ่าย สร้างรายได้ ส่งเสริมการออม และใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

S 16678985

การดำเนินงานเริ่มจากการตั้งคณะทำงานระดับชุมชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาตำบล โดยเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาจังหวัด พร้อมทั้งวางแผนพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม จากทุกภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา มีองค์กรท้องถิ่น และชาวชุมชนร่วมกันขับเคลื่อน พร้อมสร้างกระบวนการเรียนรู้ สนับสนุนปัจจัยการผลิต ยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการพัฒนากลุ่มในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน เพื่อการพึ่งพาตนเอง โดยชุมชนเพื่อชุมชน

ปัจจุบัน โครงการปากรอฯ มีการดำเนินกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งตลาดชุมชนออนไลน์ วิสาหกิจชุมชน การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การท่องเที่ยวชุมชน เยาวชนมัคคุเทศก์น้อย ผู้สูงอายุปันสุขบ้านน่าอยู่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ปลูกป่าชายเลน ปุ๋ยชีวภาพชุมชน และเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ สู่การเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ พึ่งพาตนเอง มีความเข้มแข็ง และสุขพอเพียง

นายจอมกิตติ ระบุว่า โครงการปากรอฯ มุ่งเน้นการนำ “ศาสตร์พระราชา สู่สงขลาโมเดล” มาดำเนินการ ด้วยเป้าหมาย “สร้าง 4 ดี”  คนดี ทั้ง เยาวชน เกษตรกรและผู้สูงอายุ  พลเมืองดี ด้วยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ การทำจิตอาสาพระราชทาน และขับเคลื่อนคุณค่าทางสังคม

S 16678986

อาชีพดี ด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ขับเคลื่อนตลาดชุมชนและออนไลน์ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน และ สิ่งแวดล้อมดี ด้วยการสร้างฟาร์มทะเลชุมชน การปลูกไผ่ และผลิตปุ๋ยไส้เดือนชุมชน โดยการสร้างต้นแบบกลุ่มอาชีพในแต่ละด้าน ด้านละ 50 คน เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง และพึ่งพาตนเองได้ สะท้อนการตอบแทนคุณแผ่นดิน

สำหรับการสร้างกลุ่มอาชีพ 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. กลุ่มตาลโตนด จำนวนเกษตรกร 50 ราย เกษตรกรได้รับการพัฒนาบุคลิกภาพชีวิตโดยน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ 2. กลุ่มทำนาข้าวอินทรีย์ เกษตรกร 50 ราย สามารถลดต้นทุนการผลิต และยกระดับสู่การทำนาอินทรีย์

3. กลุ่มเลี้ยงสัตว์น้ำ เกษตรกร 50 ราย ผลิตเพื่อบริโภคเองในครัวเรื่อนและจำหน่ายในชุมชน 4. กลุ่มเกษตรผสมผสาน เกษตรกร 40 ราย ปลูกพืชที่หลากหลายทั้งไม้ผล พืชผัก และเลี้ยงสัตว์ และ 5. กลุ่มแปรรูปผลผลิตการเกษตร เกษตรกร 50 ราย สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์การเกษตร

S 16678983

โดยมี 4 แนวทางการขับเคลื่อนโครงการอาชีพ ได้แก่ 1. รับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 2. สร้างกระบวนการเรียนรู้และเกษตรกรร่วมวางแผนการพัฒนาตนเองตามแนวทางเศรฐกิจพอเพียง 3. ดำเนินการพัฒนาตามแผนงานที่กำหนดไว้ ได้แก่ การจัดการด้านการผลิต ด้านการพัฒนาลดรายจ่าย/ลดต้นทุนการผลิต การจัดการด้านการตลาด การแปรรูป การบันทึกข้อมูลบัญชีครัวเรือน และ 4. การสนับสนุนปัจจัยการผลิตและการแปรรูป

อ่านข่าวเพิ่มเติม