Economics

เงินเฟ้อเดือน ก.ค. อยู่ที่ 7.61% ชี้ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น! พร้อมปรับคาดการณ์ปีนี้ใหม่

เงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2565 อยู่ที่ 7.61% ชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น หลังราคาพลังงานและราคาอาหารที่ยังพุ่ง พร้อมปรับประมาณการณ์ทั้งปีอยู่ที่ 5.5-6.5%

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกรกฎาคม 2565 หรือเงินเฟ้อเทียบกับเดือนที่ผ่านมาลดลงครั้งแรกในรอบปี และเงินเฟ้อในเดือนนี้น้อยกว่าเดือนที่ผ่านมา โดยเงินเฟ้อในเดือนกรกฎาคม 2565 เท่ากับ 107.41 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมาลดลง 0.16% เป็นการลดลงจากเดือนก่อนหน้าครั้งแรกในรอบปี 2565 และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปน้อยกว่าเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 7.61% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน

เงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม

เงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 7.61%

สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐาน เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออกในเดือนนี้อยู่ที่ 2.99% สินค้ากลุ่มพลังงานยังเป็นสาเหตุหลักต่ออัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นต้นทุนในทุกขั้นตอนการผลิตและโลจิสติกส์ของสินค้าและบริการ ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศปรับตัวดีขึ้น จากการท่องเที่ยว การส่งออกและราคาสินค้าเกษตรสำคัญสูงขึ้น ทำให้อัตราเงินเฟ้อในเดือนนี้เป็นผลของการคำนวณจากฐานดัชนีราคาผู้บริโภคของเดือนกรกฎาคม 2564 ที่ค่อนข้างต่ำ จึงทำให้เงินเฟ้อขยายตัว ขณะเดียวกันทำให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 7 เดือนตั้งแต่มกราคม-กรกฎาคม 2565 อยู่ที่ 5.89%

เงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม

คาดการณ์เงินเฟ้อใหม่

อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ สนค.ประเมินอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2565 ใหม่จากเดิมคาดการณ์เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 4-5% โดยคาดการณ์เงินเฟ้อใหม่จะอย่ที่ 5.5-6.5% ซึ่งเป็นตัวเลขเงินเฟ้อสอดคล้องกับหลายสำนักคาดการณ์ไว้ และสิ่งที่จะต้องติดตามอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วง 6 เดือนหลังของปี 65 ยังจะต้องจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดสงครามรัสเซียและยูเครนว่าจะจบอย่างไร และขณะนี้ยังจะต้องดูว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนรวมทั้งไต้หวันจะออกมาอย่างไร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อของทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย

เงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม

สูงสุดในรอบ 13 ปี

นอกจากนี้ จากเหตุผลแม้อัตราเงินเฟ้อในเดือนกรกฎาคม 2565 จะอยู่ที่ 7.61% เป็นอัตราสูงสุดในรอบ 13 ปี แม้จะมีปัจจัยกระทบด้านพลังงาน ไฟฟ้า ก๊าสหุงต้มและกลุ่มอาหารสดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่จากมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ 18 หมวดสินค้าไว้ให้ได้นานที่สุดทำให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงและลดลงเมื่อเที่ยบกับเดือนมิถุนายนที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 7.66%

เงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม

ดังนั้น อัตราเงินเฟ้อในเดือนต่อ ๆ ไปหลังจากนี้ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์ภายในหากไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นอัตราเงินเฟ้อจะขยับลดลงได้มาได้ แต่หากปัจจัยความตึงเครียดร้อนแรงขึ้นอัตราเงินเฟ้อก็จะขยับเพิ่มขึ้นตามได้เช่นกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม